Page 225 - art-HIA-22.indd
P. 225
¡ÒûÃЪØÁÇÔªÒ¡Òà HIA àÃ×èͧ ¼Å¡Ãзº¢Í§¡Ãкǹ¡ÒûÃÐàÁÔ¹¼Å¡Ãзº·Ò§ÊØ¢ÀÒ¾ ครั้งที่ 1
วันที่ 26-27 มกราคม พ.ศ.2558 ณ โรงแรมเอเชีย กรุงเทพมหานคร 225
ในการประเมินความเสี่ยงของผู้ใช้สารเคมีที่มี ต�ร�งที่ 7 ก�รจัดลำ�ดับคว�มเสี่ยง
การใช้หลายชนิดในเบื้องต้น ซึ่งจะช่วยในกำาหนดขอบเขต ของส�รเคมีกำ�จัดวัชพืช
ของการประเมิน จากการคัดเลือกชนิดของสารเคมีที่มี
ความเสี่ยงสูงสุดและสารเคมีที่ส่งผลต่อความเสี่ยงใน
ระดับสูง ทำาให้ได้ผลการประเมินที่จะนำาไปใช้ในการ
กำาหนดชนิดของสารเคมีที่แคบลง ที่ทำาให้การตรวจ
วิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการมีจำานวนชนิดของสารเคมี
ที่ต้องเก็บตัวอย่างเพื่อการวิเคราะห์น้อยลงได้
จากผลการประเมินจากการใช้ตารางความเสี่ยง
3. ผลก�รศึกษ�และอภิปร�ยผล การที่พาราควอทมีผลของค่าความเสี่ยงที่สูงกว่า
3.1 ผลก�รสำ�รวจข้อมูลเบื้องต้น ไกลโฟเสตและเมทซัลฟูรอน-เมททิล ที่มีสัดส่วนของ
จากผลการสำารวจความถี่ของการใช้สารเคมี การใช้ที่สูงกว่า ทั้งนี้เนื่องมาจากสมบัติของพาราควอท
ทางการเกษตร พบว่าเกษตรกรในพื้นที่ศึกษามีการใช้สาร ที่เป็นสารที่มีความเป็นพิษสูง สามารถกัดผิวหนังหรือ
เคมีกำาจัดวัชพืชในอัตราส่วนที่มากกว่าสารเคมีจำากัด เนื้อเยื่อจนเป็นแผลได้ ดูดซึมได้ดีทางการหายใจและ
แมลงอยู่มาก โดยมีสัดส่วนมากกว่า 3 ใน 4 (76.83%) ระบบย่อยอาหาร การหายใจอาจส่งผลให้ปอดเกิดความ
ของสารเคมีกำาจัดศัตรูพืชทั้งหมด (รูปที่ 1) เกษตรกร เสียหาย หากรับประทานเข้าไปจะสร้างความเสียหาย
ในพื้นที่ศึกษามีการใช้สารเคมีกำาจัดแมลงในสัดส่วนที่น้อย ต่อหลอดอาหาร ตับ และไต และเสียชีวิตในที่สุด และ
ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากการทำาการเกษตรของชาวเขาในพื้นที่ การสัมผัสเป็นเวลานานจะทำาให้เกิดโรคปอดเป็นผังผืด
สูงนั้น มีการปรับเปลี่ยนหมุนเวียนพื้นที่ในการเพาะปลูก (Heller J.L., 2014) จากผลการประเมินที่ได้ ทำาให้นำา
(Carroll, et al., 1997) และพื้นที่เพาะปลูกเป็นพื้นที่ ไปใช้ในการกำาหนดรูปแบบของการประเมินผลกระทบ
ราบสูงนั้น เป็นพื้นที่ที่มีอุณหภูมิต่ำา (Canadian Grain ต่อสุขภาพ โดยการใช้การกำาหนดให้พาราควอทเป็นสาร
Commission, 2013) ดังนั้นจากการที่ในพื้นที่มีการใช้ เคมีในการเฝ้าระวังในกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่ศึกษาต่อไป
สารกำาจัดวัชพืชปริมาณมาก การศึกษานี้จึงได้มุ่งเน้นการ นอกจากนี้ปัจจัยกำาหนดที่การศึกษานี้นำามาพิจารณา
ศึกษาไปที่ผลกระทบจากสารกำาจัดวัชพืช ซึ่งพบว่าสาร ร่วมด้วย ได้แก่ ครึ่งชีวิตของสาร และข้อจำากัดของการ
เคมีกำาจัดวัชพืชอันดับต้นๆที่เกษตรกรในพื้นที่ศึกษานิยม วิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการของตัวบ่งชี้ทางชีวภาพ
ใช้คือ ไกลโฟเซต (glyphosate) รองลงมาคือ เมทซัล
ฟูรอน-เมททิล (metsulfuron-methyl) และพาราควอท ในร่างกาย (biomarker) ที่ใช้ในการประเมิน จากข้อ
(paraquat) คิดเป็นร้อยละ 39.59, 26.11 และ 14.33 จำากัดที่เกี่ยวข้องกับความสามารถของเครื่องมือและ
ของปริมาณสารเคมีกำาจัดวัชพืชที่ใช้ในพื้นที่ ตามลำาดับ วิธีการวิเคราะห์ ที่ยังเป็นข้อจำากัดของการประเมินผล
กระทบด้วย
3.2 ผลก�รประเมินคว�มเสี่ยงของก�รใช้
ส�รเคมีกำ�จัดวัชพืชในพื้นที่ศึกษ� 5. ÊÃØ»
จากการพิจารณาสมบัติของสารเคมีและโอกาส ตารางประเมินความเสี่ยงนี้เป็นเครื่องมือ
การรับสัมผัส (ตารางที่ 4, 5 และ 6) ถึงแม้ว่า ที่สามารถประยุกต์ใช้ในการประเมินความเสี่ยงจาก
พาราควอทจะเป็นสารเคมีลำาดับที่สาม แต่ผลจากการ อันตรายของสารเคมี กำาจัดศัตรูพืชในเกษตรกร โดยผล
ประเมินโดยใช้ตารางความเสี่ยง พบว่าพาราควอทเป็น จากการประเมินนี้ทำาให้สามารถกำาหนดขอบเขตของ
สารกำาจัดวัชพืชที่มีค่าความเสี่ยงมากที่สุด โดยมีคะแนน การประเมินผลกระทบต่อสุขภาพได้
588 รองลงมาคือ ไกลโฟเสตและเมทซัลฟูรอน-เมททิล
ที่มีค่าความเสี่ยง 360 และ 285 ตามลำาดับ (ตาราง
ที่ 7)

