Page 219 - art-HIA-22.indd
P. 219
¡ÒûÃЪØÁÇÔªÒ¡Òà HIA àÃ×èͧ ¼Å¡Ãзº¢Í§¡Ãкǹ¡ÒûÃÐàÁÔ¹¼Å¡Ãзº·Ò§ÊØ¢ÀÒ¾ ครั้งที่ 1
วันที่ 26-27 มกราคม พ.ศ.2558 ณ โรงแรมเอเชีย กรุงเทพมหานคร 219
1. บทนำา ปราบวัชพืชที่เหมาะสม และทำาให้การกำาหนดขอบเขต
สารเคมีกำาจัดศัตรูพืชนับเป็นปัจจัยที่สำาคัญใน ดังกล่าว สามารถลดค่าใช้จ่ายในการประเมินที่เกิดจาก
การผลิตอาหารและผลผลิตทางการเกษตรของเกษตรกร ค่าตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการที่มีราคาค่อนข้าง
ไทยโดยทั่วไป อย่างไรก็ตามการใช้สารเคมีกำาจัดศัตรูพืช สูงด้วย
ได้ส่งผลกระทบทั้งต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ โดยทำาให้
เกิดการปนเปื้อนในแหล่งน้ำา ดินและอากาศ และการ 2. วิธีก�รศึกษ�
สัมผัสโดยตรงของกลุ่มเกษตรกรผู้ฉีดพ่น นอกจากนี้ 2.1 ก�รสำ�รวจข้อมูลเบื้องต้น
ยังเกิดผลกระทบจากการสัมผัสทางอ้อม เช่น การรับ ในการศึกษาได้ใช้แบบสอบถามในการกำาหนด
ประทานพืชผักที่มีการตกค้างซึ่งผลกระทบต่อสุขภาพ ขอบเขตเบื้องต้น โดยการสอบถามถึงรูปแบบการเพาะ
จากสารเคมีกำาจัดศัตรูพืชนั้น สามารถเกิดผลกระทบได้ ปลูกพืช ชนิด รูปแบบและความถี่ของสารเคมีกำาจัดศัตรู
ทั้งแบบเฉียบพลัน และผลในระยะยาวที่ก่อโรคเรื้อรัง พืชสารเคมีกำาจัดศัตรูพืชที่ใช้ โดยใช้เกษตรกรชาวเขา
(Alavanja M.C., Hoppin J.A. and Kamel F., 4 หมู่บ้านที่อยู่ในบริเวณที่ราบสูงในเขตภาคเหนือ
2004) เช่น โรคมะเร็ง การเกิดเนื้องอก โรคทางระบบ 2.2 ก�รใช้ต�ร�งประเมินคว�มเสี่ยง
สืบพันธุ์ โรคทางระบบประสาท ปัญหาทางระบบภูมิ ตารางประเมินความเสี่ยงที่ใช้ในการศึกษานี้
คุ้มกัน รวมถึงโรคที่เกิดเฉพาะที่กับอวัยวะ เช่นการทำางาน เป็นเครืองมือ Hazard and Risk Evaluation Matrix
ของปอดผิดปกติ มีปัญหาการสร้างเม็ดเลือด การเกิด ที่ออกแบบโดย Stony Brook University, New York
อาการแพ้ง่าย โรคไต ตับอักเสบจากความเป็นพิษ เป็นต้น ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยการคำานวณค่าความเสี่ยงจาก
(Kolcun J., et al., 1989) ÊÁ¡ÒÃ
ตารางประเมินความเสี่ยง (risk matrix) เป็น
เครื่องมือที่ใช้ในการประเมินหรือกำาหนดระดับของ
ความเสี่ยง โดยทั่วไปได้ถูกนำาไปใช้เป็นเครื่องมือเพื่อ
ประเมินความเสี่ยงจากการปฏิบัติงาน (United States โดยขั้นแรกเริ่มจากการหาค่าความเป็นอันตราย
Department of Defense, 2006) ซึ่งสามารถนำาไป (hazard) ซึ่งเป็นการประเมินจากสมบัติของสารเคมี
ประยุกต์ใช้ในหลายๆ กิจกรรม เช่น การประเมินความ มีเกณฑ์การพิจารณาจากความไวไฟ (flammability)
เสี่ยงจากสารเคมีของกระบวนการทางเคมีในโรงงาน การกัดกร่อน (corrosively) ความไวต่อการเกิดปฏิกิริยา
(Bernd R., 2004) หรือการใช้ประเมินความเสี่ยงจาก (reactivity) ความเป็นพิษ (toxicity) การก่อโรคเรื่อรัง
การสัมผัสสารเคมีกำาจัดศัตรูพืชด้วย (Dick F.D., et (chronic health hazard) และผลกระทบทางสุขภาพ
al., 2010) โดยผลที่ได้จากการประเมินโดยใช้ตางราง (health effects) ขั้นที่สองคือการหาค่าการสัมผัส
ประเมินความเสี่ยงนั้นสามารถให้ข้อมูลที่แสดงถึงความ (exposure) เป็นการประเมินโอกาสการได้รับสารเคมีเข้า
เสี่ยง เช่น ยอมรับหรือไม่ยอมรับ อันตรายหรือไม่ สู่ร่างกาย พิจารณาจากปริมาณการใช้ (quantity) ความ
อันตราย หรือมีความเป็นอันตรายอยู่ในระดับใด เป็นต้น เข้มข้นของสารเคมี (concentration) แรงดันไอของสาร
จึงถือว่าตางรางประเมินความเสี่ยงเป็นหนึ่งในเครื่องมือ เคมี (vapor pressure at mmHg ที่ 20 ำC) จุดเดือด
ที่สำาคัญที่ช่วยในการประเมินผลกระทบ เพื่อการตัดสิน ของสารเคมี (boiling point) ช่องทางการสัมผัส
ใจในการจัดการความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ (route of exposure) ความละเอียดในการตรวจสอบ
ดังนั้นการศึกษานี้จึงได้นำาตารางประเมินความ (detection) และคำาเตือนจากคุณบัติของสารเคมี
เสี่ยงเพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการประเมินผลกระทบ (warning properties) (ตารางที่ 1 และ 2) จากนั้นนำา
ต่อสุขภาพของเกษตรกรจากการใช้สารเคมีกำาจัดศัตรูพืช ผลรวมจากการประเมินที่ได้คูณกับโอกาสการสัมผัส
ในการช่วยกำาหนดขอบเขตของการประเมินผลกระทบ สารเคมี (ตารางที่ 3) จะได้ค่าความเสี่ยง (risk) โดย
ต่อสุขภาพจากการใช้สารปราบวัชพืชที่มีหลายชนิด ค่าความเสี่ยงมาก จะแสดงถึงสารเคมีนั้นมีอันตรายกับ
ให้แคบลง เพื่อทำาให้การประเมินผลกระทบต่อสุขภาพ ผู้ใช้สารเคมีนั้นสูงตามไปด้วย โดยการศึกษานี้ ค่าที่
สามารถกระทำาได้ในขอบเขตที่ประเมินผลกระทบสาร คำานวณได้จะถูกนำาไปใช้

