Page 157 - art-HIA-22.indd
P. 157

¡ÒûÃЪØÁÇÔªÒ¡Òà HIA àÃ×èͧ ¼Å¡Ãзº¢Í§¡Ãкǹ¡ÒûÃÐàÁÔ¹¼Å¡Ãзº·Ò§ÊØ¢ÀÒ¾ ครั้งที่ 1
                                   วันที่ 26-27 มกราคม พ.ศ.2558 ณ โรงแรมเอเชีย กรุงเทพมหานคร           157




                  หรือสิ่งคุกคาม ระยะเวลา รูปแบบการตกค้าง วิถีการตกค้างในสิ่งแวดล้อม ซึ่งแตกต่างกันตามคุณสมบัติของสาร เช่น

                  สารบางชนิดปนเปื้อนในแหล่งน้ำาได้มากกว่าในบรรยากาศ  สารบางชนิดปนเปื้อนในตะกอนดินแต่ไม่ละลายน้ำา  เช่น
                  แคดเมียม ทั้งนี้ เพื่อให้สามารถกำาหนดมาตรการในการป้องกันและลดผลกระทบได้อย่างเหมาะสม เช่น การจัดทำา
                  ระบบบำาบัดน้ำาเสีย  จัดทำารั้วเพื่อกำาหนดแนวเขตก่อสร้าง  การปลูกต้นไม้เพื่อกำาหนดแนวกันชน  การฉีดสเปรย์น้ำา
                  เพื่อป้องกันฝุ่นจากการขนส่ง  การเฝ้าระวังสิ่งคุกคามสุขภาพหรือมลพิษในสิ่งแวดล้อมการจัดทำาแผนการติดตาม

                  ตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อม เป็นต้น
                              - ผู้ได้รับผลกระทบ  ( eceivers)  มาตรการในการป้องกันผลกระทบสุขภาพควรพิจารณาให้มีความ
                  เหมาะสมตามการได้รับผลกระทบ เช่น ผ่านทางการกิน ทางการหายใจ ทางผิวหนัง เยื่อบุต่างๆ หรือทางการได้ยิน
                  และเน้นให้ความสำาคัญกับกลุ่มเสี่ยง เช่น พนักงาน คนงาน ประชาชนโดยรอบโครงการ โดยเฉพาะเด็ก คนชรา สตรี
                  มีครรภ์ คนที่ร่างกายอ่อนแอหรือมีโรคประจำาตัว (ภูมิแพ้ หอบหืด)
                              ทั้งนี้ มาตรการในการป้องกันและลดผลกระทบต่อสุขภาพควรยึดแนวปฏิบัติให้ได้มาตรฐาน หรือเป็นไป

                  ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องได้กำาหนดไว้ เช่น พรบ.แร่ พ.ศ.2510 พรบ.วัตถุอันตราย พ.ศ.2535 เป็นต้น ในบางกรณี
                  แม้ไม่มีกฎหมายกำาหนด  แต่เป็นประเด็นที่ผลกระทบที่มีนัยสำาคัญต่อสุขภาพ  ควรจัดมาตรการป้องกันและลดผล
                  กระทบต่อสุขภาพรวมทั้งมาตรการส่งเสริมสุขภาพควบคู่ไปด้วย เช่น การจัดอบรมให้ความรู้ในการป้องกันและเฝ้าระวัง
                  ผลกระทบต่อสุขภาพแก่ประชาชน การเผยแพร่ข้อมูลการตรวจวัดคุณภาพสิ่งแวดล้อม การเผยแพร่ข้อมูลการเฝ้าระวัง
                  ผลกระทบต่อสุขภาพ และแผนการติดตามตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมและผลกระทบต่อสุขภาพ สนับสนุนการจัด

                  ทำาระบบเฝ้าระวังโรค อาการหรืออาการแสดงที่เกี่ยวข้องกับสิ่งคุกคามที่เกิดจากโครงการเหมือง ในการเสนอมาตรการ
                  ต่างๆ เหล่านี้ควรนำาประเด็นการยอมรับของชุมชน มาตรการที่ได้รับการเสนอแนะจากทุกภาคส่วน การมีส่วนร่วมของ
                  ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย การครอบคลุมถึงประชากรกลุ่มเสี่ยง การติดตามตรวจสอบในระยะยาว แผน งบประมาณ รองรับ
                  กรณีฉุกเฉินหรือเมื่อเกิดกรณีพบความผิดปกติของสุขภาพของประชาชนไปพิจารณาร่วมด้วย
                         4.2 ก�รจัดทำ�ร�ยง�นก�รประเมินผลกระทบต่อสุขภ�พ  การจัดทำารายงานการประเมินผลกระทบ
                  ต่อสุขภาพมีวัตถุประสงค์ เพื่อนำาเสนอข้อมูลผลการศึกษา ความเชื่อมโยงระหว่างรายละเอียดกิจกรรมของโครงการ

                  ที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงปัจจัยทางสิ่งแวดล้อม และนำาไปสู่การจัดระดับนัยสำาคัญของการเกิดผลกระทบต่อสุขภาพ
                  ที่อาจเกิดขึ้นจากโครงการเหมืองแร่ รวมทั้งการนำาเสนอมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบและมาตรการติดตามตรวจ
                  สอบผลกระทบต่อสุขภาพ ในขั้นตอนนี้หลังจากมีการดำาเนินงานที่สำาคัญ ประกอบด้วย การกำาหนดขอบเขตการศึกษา
                  (Scoping) และการประเมินผลกระทบต่อสุขภาพ (Appraisal) ซึ่งสามารถนำาข้อมูลพื้นฐานสุขภาพ ข้อมูลผลกระทบ
                  ต่อสุขภาพด้านต่างๆ  ที่ได้ทำาการศึกษามาจัดลำาดับความสำาคัญของผลกระทบต่อสุขภาพและประเด็นผลกระทบต่อ

                  สุขภาพได้ทำาการศึกษาอย่างชัดเจนแล้ว มาจัดทำามาตรการลดผลกระทบต่อสุขภาพ (Mitigation measures) และนำา
                  เสนอมาตรการติดตามตรวจสอบ  (Monitoring  and  evaluation)  ผลกระทบต่อสุขภาพในการจัดทำารายงานผล
                  กระทบต่อสุขภาพ กรณีที่เป็นโครงการตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมนั้น ควรมีรายละเอียด
                  ที่เพิ่มเติมจากที่กำาหนดไว้ในปัจจุบัน ได้แก่
                         บทที่ 3 สภ�พแวดล้อมปัจจุบัน ควรเพิ่มข้อมูลพื้นฐานด้านสาธารณสุข/อื่นๆ เช่น ข้อมูลพื้นฐานด้านสุขภาพ
                  ผู้จัดทำารายงานต้องนำาเสนอข้อมูลพื้นฐานปัจจัยกำาหนดสุขภาพ และสถานะสุขภาพปัจจุบันของประชาชนกลุ่มที่อาจได้

                  รับผลกระทบต่อสุขภาพ ซึ่งควรเป็นข้อมูลย้อนหลังอย่างน้อย 5 ปี นำาเสนอข้อมูลในขอบเขตเชิงพื้นที่ คือ แผนที่
                  แสดงที่ตั้งชุมชนโดยรอบโครงการและพื้นที่เสี่ยงในรัศมี  ขอบเขตการศึกษาขึ้นอยู่กับการกระจายตัวของมลพิษ  เช่น
                  ชุมชน วัด โรงเรียนหรือสถาบันการศึกษา สถานีอนามัย โรงพยาบาล สถานรับเลี้ยงเด็ก เป็นต้น ควรนำาเสนอข้อมูล
                  ระบบการให้บริการด้านสาธารณสุข  และข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับผลกระทบทางสุขภาพที่เกิดขึ้นจากการดำาเนินโครงการ

                  พัฒนาในลักษณะเดียวกัน
   152   153   154   155   156   157   158   159   160   161   162