Page 77 - PDF_merged
P. 77
จากประสบการณ์การท�ากิจกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับ “ความ
ตาย” ท�าให้ครูดลได้รับความไว้วางใจจากผู้ป่วยและญาติเพื่อขอ
ค�าปรึกษาอยู่บ่อยๆ เมื่อผู้ป่วยเดินทางมาถึงวาระสุดท้าย หรือ
อยู่ในช่วงวิกฤต ต้องการก�าลังใจ ครูดลได้พบว่าการ “ฟังด้วยใจ”
คือใส่ใจรับฟังปัญหาของผู้ป่วยหรือญาติ นับว่าช่วยผ่อนเบา
“ความทุกข์” ลงไปได้มาก
นอกจากนี้การช่วยให้พวกเขาตระหนักและได้มองเห็น
ถึงพลังด้านบวกที่มีอยู่ในตัวที่เจ้าตัวอาจหลงลืมไป ก็สามารถ
ช่วยเยียวยาและฟื้นฟูร่างกายและจิตใจของผู้ป่วยและญาติได้
เพียงแต่ต้นทุนทางใจของแต่ละคนอาจมากน้อยไม่เท่ากัน
ในฐานะผู้ให้ค�าปรึกษา เจ้าตัวพบว่าผู้ป่วยบางรายอาจ
มีเรื่องค้างคาใจ เช่น การงาน ทรัพย์สินที่ยังจัดการไม่เรียบร้อย
หรือมีความโกรธแค้น ความห่วงกังวล หรือความรู้สึกผิดติด
ค้างในใจกับใครบางคน เรื่องค้างคาใจเหล่านี้หากไม่ได้รับการ
ปลดเปลื้อง จะเป็นอุปสรรคขัดขวางการจากไปอย่างสงบของ
ผู้ป่วย ดังนั้นหากญาติหรือคนใกล้ชิดสามารถช่วยเหลือให้ผู้
ป่วยได้จัดการกับเรื่องค้างคาใจที่มีอยู่ได้ ผู้ป่วยก็จะจากไปอย่าง
ปล่อยวางและสงบใจได้
การได้พิจารณาทุกขเวทนาของผู้ป่วย ได้เห็นความไม่
เที่ยงในกายสังขาร เหล่านี้เป็นการเรียนรู้ธรรมะ ชรา พยาธิ
มรณะที่ก�าลังแสดงตัวอยู่ต่อหน้าของเรา โดยนัยนี้ผู้ป่วยจึง
เป็นเสมือน “ครู” ผู้ก�าลังสอนครูดลและญาติมิตรด้วยในขณะ
เดียวกัน
76 ข้ อ ส อ บ สํ า คั ญ ชื่ อ ‘ค ว า ม ต า ย’

