Page 74 - ESPORT
P. 74

ค่อย ๆ พาลูกถอยห่างจากเกม หลาย ๆ case ก็ดีขึ้น เช่น กลับมาอารมณ์แจ่มใสขึ้น กลับไปตั้งใจเรียนได้

               ส่วนใหญ่ที่มามักจะดีขึ้น ถ้าเข้าสู่การรักษา มาหาวิชาชีพเจอจิตแพทย์ ประเมินทุกอย่าง ครูร่วมมือด้วย
               ส่วนใหญ่จะดีขึ้นภายใน 1 เทอม หรืออาการรจะเบาบางลงถ้าไม่ไปติดซํ้า เราก็ต้องป้องกันเรื่องติดซํ้า แต่มี

               เหมือนกันที่เลิกไม่ได้จริง ๆ อันนี้น่าเป็นห่วง เพราะว่าจะมีผลกระทบตามมาเรื่อย ๆ ระยะเวลาการติดนาน

               ขึ้น อารมณ์เปลี่ยนแปลงเยอะขึ้น ความคิด ทัศนคติ แรงจูงใจเปลี่ยนแปลงอาจมีผลกระทบอื่น ๆ ตามมา



               เรามีตัวเลขของเด็กติดเกมจริง ๆ ไหม
                       บอกยาก จริง ๆ ตัวเลขของความชุกของเด็กติดเกมมีของวชิรเวชสารในปี 2559 ความชุกของ

               เด็กไทยตํ่ากว่า 18 ปี ความชุกอยู่ที่ประมาณร้อยละ 15 ประมาณ 2 ล้านคน แต่ 2 ล้านคนนี้ คงต้องแบ่งอีก

               ว่าติดมากติดน้อย หรือว่าแค่เริ่มติด เพราะฉะนั้นสิ่งที่หมอแนะนําคือการทํา screening test ดูตัวเองก่อน
               แล้วทําตามคําแนะนํา เราพบว่าปัญหาที่พอเราโปรโมทเรื่องของการแข่งขันอาชีพมากขึ้น ช่วงนั้นผู้ปกครอง

               โทรเข้ามาเยอะมากหลายร้อยสาย ผู้ปกครองโทรมา 97% เด็กโทรมาเองบ้าง ส่วนมากจะเป็นเด็กวัยรุ่นที่

               ติดมาก แล้วอยากจะเลิกจริง ๆ 3% มันต่างกันเยอะมาก

                       ส่วนการประเมินต้องเปรียบเทียบระหว่างผู้ปกครองประเมินกับเด็กประเมิน เด็กบางคนประเมิน

               คะแนนน้อย แต่ประวัติจากผู้ปกครองคือทั้งวันทั้งคืนไม่กินข้าว คะแนนก็ต้องเอามาเปรียบเทียบกันอยู่ดี
               จริง ๆ ก็ต้องขึ้นอยู่กับความตระหนักรู้ของแต่ละคนด้วย ตอนนี้ที่น่าห่วงคือความเชื่อว่ามันจะเป็นอาชีพที่

               ยั่งยืน รายได้ดี เป็นกีฬา ความคิดเปลี่ยนกันยาก แต่ความเชื่อน่าจะเปลี่ยนกันยากมากขึ้น เราควรจะมีการ

               ตระหนักและการมองด้วยความเป็นจริงทั้งข้อดีและข้อเสีย แล้วมันเหมาะกับตัวเราหรือไม่ เหมาะกับวัย

               เหมาะกับสภาพการเงินในบ้านหรือไม่ แต่ละ case ที่หมอเจอคือคุณพ่อคุณแม่มีฐานะดี แต่ว่าเด็กบางคน
               ยังมีผลกระทบ ยังเป็นหนี้หรือลักขโมย เงินไม่พอใช้ แล้วสิ่งที่เอาไปใช้ก็คือใช้กับผลิตภัณฑ์ในเกม ซึ่งทุกครั้ง

               ทุกวันที่ออกตรวจจะพบความทุกข์ใจของพ่อแม่ และสุดท้ายคนที่ทุกข์ใจที่สุดคือตัวเด็ก ทั้งกับเพื่อนที่เสียไป

               และพ่อแม่ที่เสียใจ หรือว่าอนาคตการเรียนที่อาจจะช้าไป บางคนยังโชคดีแค่ช้าไปแต่กลับมาใหม่ได้ แต่มี

               บางส่วนที่ไม่กลับมาแล้ว คือไม่เรียนเลย ไม่ประกอบอาชีพเลย ซึ่งน่าเสียดายจริง ๆ นั่นคืออนาคตของ
               เขาเลย



               วิธีการสื่อสารกันในครอบครัว
                       คุณพ่อคุณแม่คงต้องมีความรู้เรื่องเกี่ยวกับโรคติดเกม ปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ จะได้คุ้มครองดูแลบุตร

               หลานได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการ screening เนื้อหาก่อน หรือว่าความเหมาะสมของการอนุญาตให้ smart

               phone ต้องคุยกับเด็กก่อนว่าอนุญาตให้เมื่อลูกมีความรับผิดชอบเต็มที่ แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับพฤติกรรมของ

               เด็ก ขึ้นอยู่กับการเรียน ขึ้นอยู่กับภาวะอารมณ์ ส่วนใหญ่ควรอนุญาตให้เด็กที่เข้าสู่วัยรุ่นไปแล้วคืออายุเกิน

               13 ปี ขึ้นไป เด็กกว่านี้ควรใช้ให้น้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งปฐมวัย ตั้งแต่ 0 - 5ขวบ ไม่ควรใช้เลย เพราะว่า



                                                           73
   69   70   71   72   73   74   75   76   77   78   79