Page 104 - ESPORT
P. 104
มาตรการในการจัดการแข่งขัน
ที่เห็นความคืบหน้าอันหนึ่งคือ ที่ทางมหาวิทยาลัยมหิดลได้ทําหลักสูตรเวชศาสตร์ E-sport นั่นก็
โอเค จะให้เป็นเรื่องกีฬาใช่ไหม อย่างนั้น 18 ปีขึ้นไป และต้องมีการตรวจอะไรบ้าง ก็คือตรวจสุขภาพกาย
สมรรถภาพของร่างกายทั้งหมด ว่ามัน drop ลงหรือไม่ เรื่องของความไวของสมองสายตา การขยับ
โภชนาการ การเต้นของหัวใจ แล้วก็ในส่วนของการจัดการแข่งขัน ตอนนี้หลายหน่วยแม้แต่กระทรวงการ
ท่องเที่ยวเองก็บอกว่าจะไม่ให้เกิดการแข่งขันในโรงเรียนมัธยม ซึ่งก็ผ่านแล้วหลายหน่วยงาน กระทรวง
ศึกษาก็มีหนังสือแจ้งไปในโรงเรียนในหน่วยงานในสังกัดว่าให้เลิกแข่งขันยิบย่อย แต่มันไม่ได้มีการลงโทษ
มันจะเหมือนกับเป็นกระแสในสังคมว่าถ้าแข่งไปไม่ใช่กิจกรรมที่จะเล่นเพื่อผ่อนคลายหรือว่าทําให้ลูกคุณ
ปลอดภัย ก็เป็นแนวคิดนี้ออกไปที่กระทรวงศึกษา
ถ้าเป็น tournament ที่มีการจัดการแข่งขันก็ต้องมีการดูแลในเรื่องความปลอดภัย การนําเข้าอาวุธ
ต่าง ๆ หรือว่าอะไรที่จะทําให้เกิดความรุนแรงได้ เพราะเราไม่รู้ว่าใครเข้าไปบ้าง แล้วเหล่านั้นมี
background กับร่างกายจิตใจอย่างไร อย่างเช่น กรม กระทรวงจัดงานที่เป็นงานใหญ่ ๆ ประมาณพันคน
เขาจะมีการสแกน ตรวจไข้ เพื่อไม่ให้เกิดการแพร่เชื้อ ก็ต้องดูในเรื่องของความปลอดภัยเพื่อไม่ให้เกิดขึ้น
ร่วมทั้งในเรื่องอายุของเด็กขั้นตํ่าที่จะเข้าได้ ควรจะเป็นกี่ส่วน เด็กเล็กควรจะตํ่ากว่าเท่าไรดี เช่น 13 ปีต้อง
มากับพ่อแม่ถ้าจะเข้าไปดู ไม่ได้ห้ามที่จะเข้าไป แต่พ่อแม่ต้องรับรู้นะ เพราะเท่าที่เข้าไปดู มันจะเป็นเหมือน
คอนเสิร์ต แสงสีเสียงดังกระหึ่ม
E-sport ถือว่าเป็นความกังวลว่าจะเป็นปัญหาหลักของเด็กและเยาวชนหรือไม่
คิดว่าเป็นปัญหาที่พ่อแม่คุมไม่ได้ เรื่องการแข่งขันไม่ค่อยห่วง เพราะกว่าจะเกิดขึ้นมาได้ ก็ผ่านการ
screen หลายอย่าง แต่ว่าห่วงการที่พ่อแม่จะควบคุมลูกในบ้านตัวเองไม่ได้ จากการที่เด็กเล่นเกม โดยที่จะ
E-sport หรือป่าวไม่รู้ อาจจะไม่ได้เล่นเกม E-sport แต่เป็นเกมอื่น ๆ อันนี้มันจะกระทบกับจิตใจมาก
ทางด้านร่างกายแว่นกรองแสงมันก็อาจจะพอช่วยได้บ้าง แต่คิดว่าเกมกับภาษาที่มันกระทบกับจิตใจและ
สังคม สิ่งนี้หนัก เด็กกู่ไม่กลับเลย พ่อแม่เลยต้องคอยดู คอยดูเวลา คอยถาม มันเป็นภาระกับพ่อแม่มาก
แล้วอย่างสังคมไทย ที่สาธารณะก็ไม่ปลอดภัย เด็กขี่จักรยานออกไปหน้าบ้าน ไม่รู้ว่าก่อสร้างตรงนี้จะ
ปลอดภัยไหม นี่คือสิ่งที่เป็น long term ที่ยังไม่มีการดูแลปกป้องคุ้มครอง
ส่วนพวกที่ต่อต้านก็บอกว่ามันต้องเป็นหน้าที่ของพ่อแม่ที่ต้องดูแล แต่มันคือเกมเป็นอะไรที่เด็ก
ชอบ ถ้าเป็นเมื่อก่อนที่เด็กอยากดูการ์ตูนในทีวี มันก็ยังไม่ดึงดูดเท่าเกม ระบบออกแบบมาให้ติด แต่การ์ตูน
ไม่ได้ออกแบบให้ติด ก็แค่ออกแบบให้บันเทิง จริง ๆ เราไม่ได้ต่างจากอดีต แต่สิ่งเร้าที่ดึงลูกออกไป ทําให้พ่อ
แม่ control ได้ยาก แค่ลูกหลุดไปจากเรา ระหว่างทางมีร้านเกม มีเพื่อน มีมือถือ มันทุกอย่าง เกมมันเป็น
แค่ส่วนหนึ่งที่นําไปสู่ส่วนอื่น ๆ เช่น ห้องแชท ห้องไลน์ต่าง ๆ ก็ลากกันไปคุยต่อ ลากกันไปเจอ แล้วเกิด
ปัญหาละเมิดทางเพศ อันนั้นถึงจะตกมาสู่กรม แต่ก่อนนั้นถ้าไม่มีการมาแจ้งหรือถูกกระทําจะไม่ถึงกรม
103

