Page 107 - ESPORT
P. 107

ของเค้าคนเดียวว่าจะทํายังไง คือไม่ได้เรียนรู้ทางสังคม ไม่ได้คุยกับเพื่อน ก็จะอยู่ในมุมของตัวเอง ว่าการที่

               ตัวเองทําแบบนี้แล้วทําสําเร็จก็จะใช้แบบนี้ เค้าก็จะไม่ค่อยฟังเพื่อน


               ความสัมพันธ์ระหว่างเด็กติดเกมกับ E-sport

                       มันต้องมองว่าพูด E-sport ในบริบทไหน ถ้าพูดบริบทของการกีฬาและสมาคม E-sport เค้าก็มอง

               ด้านคนที่เล่นเกม์ออนไลน์เพื่อความเป็นเลิศ แม้ว่า E-sport ปัจจุบันมีแค่ 5-6 เกม แต่ว่ามีแนวโน้มการเล่น
               เกมออนไลน์ให้เป็นเลิศเพื่อไปแข่งขัน เค้าก็จะขัดเฉพาะตัวเด่นยอดมา อย่างเช่นส่วนมากก็มีสัก 5 คนที่ดู

               น่าสนใจมาพัฒนา อบรม อยู่ในเงื่อนไขพิเศษที่ไม่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด สามารถคุมวินัย เวลาต่าง ๆ

               เพื่อให้ได้เป็นนักกีฬา เป็นผู้แข่งขันมืออาชีพ เค้าก็เลยปฏิเสธว่าไม่เกี่ยวข้อง แต่อย่าลืมว่าเวลาพูดถึงเกม

               ออนไลน์มันไม่ได้มีเฉพาะที่แข่งขันที่เป็นทางการ มันรวมถึงคนที่เล่นทั่วไปด้วย เอาง่ายๆ ROV นะ ที่มา
               แข่งขันจริงๆ ก็ชุดหนึ่ง ที่ไปหัวร้อนทั่วบ้านทั่วเมืองนั่นก็อีกชุดหนึ่ง การกีฬาแห่งประเทศไทยหรือสมาคม E-

               sport หรืออะไรก็ขีดวงเอาเฉพาะที่แข่งขัน แต่ ROV ที่หัวร้อนนั้นไม่เกี่ยว อันนี้ถามว่าแล้วใครจะเกี่ยว



               ข้อเสนอแนะ ในการจัดการเด็กติดเกม
                       ปัญหาบ้านเราคือ ไม่มีกฎหมายควบคุมเด็กกับสื่อออนไลน์หรือควบคุมธุรกิจเกมออนไลน์ หลาย

               ประเทศมีกฎหมายตรงนี้ เค้าก็เลยไม่ได้ตื่นเต้นว่าจะเป็นกีฬาหรือไม่เป็นกีฬา เช่น กฎหมายการเอา

               ผลประโยชน์จากเด็กจากสื่อออนไลน์ อย่างที่สหรัฐเค้าก็มีกฎหมายห้ามเด็กตํ่ากว่า 13 เข้าเป็น user ในการ

               ใช้ social media ถ้ามีก็ต้องมีการยื่นยันจากพ่อแม่ผู้ปกครอง หรือการห้ามเอาข้อมูลเด็กไปใช้ในเชิงธุรกิจ
               อย่างนี้คือเค้าขีดเส้นทางกฎหมายชัดเจน

                       อันที่สองเค้ามีการจัด rating เนื้อหาเกม เกมที่ห้ามเด็กตํ่ากว่า 3 ขวบ เด็ก 8 ขวบ เด็ก 15 ขวบ และ

               เด็ก 18 ขวบ เค้ามีสภาพบังคับใช้ด้วย เพราะเค้ามีกฎหมายตัวแรกอยู่แล้ว กฎหมายตัวที่สองตามมาก็

               ควบคุมได้ เพราะฉะนั้นตัวนี้ก็เป็นเครื่องมือในการจัดการเนื้อหาเกมให้เหมาะแก่ในช่วงวัย บ้านเราไม่มี ทุก

               คนเข้าถึงได้หมด ROV ไม่รู้เป็น rate อะไรของบ้านเรา


               รูปแบบการทํางานร่วมกัน

                       รูปแบบคณะกรรมการก็ดีแล้ว เพราะว่ามันใช้ความรู้ ใช้ประสบการณ์ ใช้กฎหมาย มาคุยกันว่าจะ
               กําหนดอะไรในเรื่องใดบ้าง แต่ในระยะยาวควรจะมีหน่วยงานที่ทําเรื่องนี้โดยตรง อาจจะเป็นเรื่องเด็กกับสื่อ

               ออนไลน์ก็ได้ หรืออาจจะเป็นเรื่องมาตรฐานเกม ต้องมีหน่วยงานที่เกาะติดเรื่องนี้ไปเลยแต่ละเรื่อง แล้วก็มา

               คุยกันในเรื่องนี้ แต่ว่าในบ้านเรามีข้อจํากัดเยอะ คนทําเรื่องเด็กก็ไม่ได้ดูสื่อออนไลน์ คนทําสื่อออนไลน์ก็

               ไม่ได้ดูเรื่องเด็ก อาจจะแตะแบบเชคลิสต์คือมีให้ครบ แต่ไม่ได้แตะแบบเข้าไปแก้ปัญหา อาจจะต้องเป็น






                                                           106
   102   103   104   105   106   107   108   109   110   111   112