Page 101 - ESPORT
P. 101

ด้านอารมณ์

                       เรื่องอารมณ์นั้นเห็นชัด เพราะว่าเกมมันเล่นกันแบบไม่เห็นหน้าแต่กระตุ้นอารมณ์ ก็อาจจะทําให้
               เป็นคนที่ก้าวร้าวได้ มันขึ้นอยู่กับว่าการใช้เวลานานกับสิ่งใดมันกระทบหมดเลย ร่างกาย จิตใจ อารมณ์



               ด้านสังคม
                       คือมันทําให้หลุด หลุดจากการมีสัมพันธภาพกับคนในสังคม จนเด็กอาจจะมีความรู้สึกว่า ทําไม

               ไม่ให้เค้าเล่นเกม เพราะว่าเพื่อน ๆ เขาก็อยู่ในเกมทั้งนั้น เขาจะเจอเพื่อนก็คือการคุยทางแชท มันมีห้องแชท

               ในเกม เพื่อน ๆ ก็จะนัดเจอกันในนั้น ว่าเวลานี้ต้องมาเจอกันในเกม เขาจะมีความรู้สึกว่า การที่ไม่ให้เล่น
               เกมเป็นการตัดเขาออกจากเพื่อน สังคมปัจจุบันนี้ของเขามันอยู่ในเกม แต่ก็ไม่ใช่ว่าเราจะปล่อยนะ เพียงแต่

               ว่าเราเข้าใจและเรามีการกํากับดูแลลูกหลาน แต่เด็กส่วนใหญ่ที่ไม่ได้มีพ่อแม่ดูแล แล้วเด็กพวกนี้นัดกันเป็น

               เวลา พอถึงเวลาทุกคนจะนั่งอยู่หน้าจอ ส่วนพ่อแม่ก็จะรู้สึกปลอดภัยเพราะเห็นว่าลูกอยู่กับบ้าน เพราะเรา

               คิดแบบสมัยเก่า แต่ internet, computer มันคือช่องทางที่ลูกจะไปได้ทุกอย่าง ตอนนี้มันอยู่บนทางที่ทั้งดี

               และไม่ดี แล้วสังคมกระทบตรงที่ว่า คนเราจะเติบโตต้องเกิดการเรียนแบบ เรียนรู้ ผ่านโสตประสาทสัมผัส
               ต่าง ๆ แต่ทางด้าน internet หรือการ search ทางหน้าจอ เขาจะไม่รู้ เพราะไม่ได้ถูกฝึก ถูกสังคมหล่อหลอม

               ว่าต้องทําอะไรบ้าง จะคิดจะทํา การตั้งคําถาม หรือจะแก้ไข ในเกมมีแค่คิดวิเคราะห์วางแผนว่าจะตีอะไร

               จะชกอะไร จะยิงอะไร แต่มันไม่ได้แก้ปัญหาชีวิต และวันเดือนปีผ่านไป ไม่ได้เกิดการหล่อหลอมความเป็น
               คนเลย ทักษะชีวิตไม่ได้



               การป้องกัน

                       วิธีการป้องกันผลกระทบด้านลบที่เกิดขึ้นคือ พ่อแม่และผู้ดูแลเด็กต้องมีความรู้ก่อนว่าผลกระทบที่
               จะเกิดขึ้นคืออะไร และการดูแลเด็กในสภาพแวดล้อมที่เค้าอยู่หยิบจับมือถือได้ง่ายหรือเปิดคอมพิวเตอร์ได้

               ง่าย ไม่ว่าจะในบ้านในโรงเรียนหรือว่าในชุมชนที่เปิด wifi มันยิ่งใช้ง่ายมาก พ่อแม่ต้องรู้ว่ามันมีผลกระทบ

               และความเสี่ยงแค่ไหนกับเด็กทางด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม ปัญญา แล้วก็ใช้เวลาที่จะกํากับดูแล

               นอกจากลูกหลานที่ใกล้ชิดเราแต่ถ้าเราเจอเพื่อนเจอสังคมเราก็บอกต่อ ถ้าผู้ใหญ่ที่เป็นวิทยากรมีศักยภาพ
               ที่จะให้ความรู้คนอื่นก็ต้องบอกต่อช่วยกัน บางทีการรอเครื่องมือของจากหน่วยใดหน่วยหนึ่งมันอาจจะ

               ไม่พอ

                       ทางกรมมีหน่วยที่ใกล้ชิดกับเด็กคือบ้านพักเด็กและครอบครัว แล้วก็สถานสงเคราะห์ รวมทั้งยังมี

               กลไกในการทํางานร่วมกับภาคหน่วยงานต่าง ๆ ในต่างจังหวัด ผ่านคณะกรรมการคุ้มครองเด็กจังหวัด เรา

               ก็พยายามเอา message สิ่งที่มันควรจะเป็น กลไกมาตรการการทํางานที่เกิดขึ้นกับเครือข่ายเรา ไป
               ถ่ายทอดตามกลไกต่าง ๆ หน่วยงานต่าง ๆ ก็เป็นแหล่งที่เราเอาพวกองค์ความรู้ต่าง ๆ สื่อต่าง ๆ ที่มี หรือว่า

               ถ้ามีโอกาสมีงบประมาณ เช่นเชิญวิทยากรให้ความรู้จัดการอบรม นี่คือสิ่งที่เราคิดว่าในภาครัฐน่าจะทํา




                                                           100
   96   97   98   99   100   101   102   103   104   105   106