Page 15 - hia_04_2010
P. 15
15
ประสบการณ์จริง HIA 5 พื้นที่ 5มุม
“ปฏิวัติเขียว” จากที่ราบลุ่มภาคกลาง สู่ปทุมธานี และบ้านบ่อเงิน
คำให้การของชาวบ้านบ่อเงิน อำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี
ข้างต้น คือภาพสะท้อนชีวิตของชาวนายุคปัจจุบัน ในที่ราบลุ่มภาคกลางหรือ
ที่ราบลุ่มเจ้าพระยาที่ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา
สุพรรณบุรี อ่างทอง ซึ่งเป็นพื้นที่ปลูกข้าวหลัก ที่มีผลผลิตถึงหนึ่งในสามของ
ผลผลิตข้าวทั่วประเทศ
นักประวัติศาสตร์ต่างลงความเห็นตรงกันว่า เหตุที่ที่ราบลุ่มภาคกลาง
กลายเป็นแหล่งปลูกข้าวที่สำคัญของประเทศ นอกเหนือจากความอุดม
ของดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำ ก็คือการมาถึงของระบบชลประทานซึ่งเริ่ม
เมื่อมีการขุดคลองรังสิตและจัดรูปที่ดินตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 และนโยบายการ
ปฏิวัติเขียวที่เน้นการผลิตเพื่อส่งออกซึ่งเริ่มต้นขึ้นประมาณปี 2510 สอดคล้อง
กับผลการศึกษาทั้งในไทยและประเทศปลูกข้าวอื่นๆ ในเอเชียที่ว่า พื้นที่
ชลประทานมีอัตราการยอมรับเทคโนโลยีใหม่สูงกว่า นับแต่นั้นมาเครื่องจักรกล
ข้าวพันธุ์พัฒนาที่ไม่ไวแสงและตอบสนองปุ๋ยเคมี และสารเคมีเกษตรก็เริ่ม
พาเหรดมาเยือนที่ราบภาคกลาง จนสามารถกล่าวได้ว่าภายหลังการปฏิวัติเขียว
เมื่อประมาณสี่สิบปีที่แล้ว เทคโนโลยีและสารเคมีเกษตรก็ไม่เคยหายไปจาก
ที่ราบภาคกลาง...มีแต่เพิ่มขึ้น โดยอนุมานเอาจากต้นทุนการผลิตและการ
นำเข้าสารเคมีเกษตรที่เพิ่มขึ้นทุกๆ ปี
การสำรวจขององค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ ครั้งล่าสุด
เมื่อประมาณสิบปีที่แล้ว (ปี 2543) พบว่าประเทศไทยได้นำเข้ายาฆ่าแมลง
เป็นอันดับห้า และยาฆ่าหญ้าเป็นอันดับสี่ของโลก ทั้งๆ ที่มีพื้นที่การเกษตร
เป็นอันดับที่ 48 ของโลก และจากสถิติของกรมวิชาการเกษตรพบว่า ในปี 2537
-2550 มีการนำเข้าสารกำจัดศัตรูพืชมูลค่าเฉลี่ยปีละ 8,519 ล้านบาท โดยมี
มูลค่าการนำเข้าเพิ่มขึ้นทุกปี จากปี 2537 ที่นำเข้าเพียง 3,584 ล้านบาท กลาย
เป็นเกินหลักหมื่นล้านบาทในปี 2546 ส่วนในปี 2550 มีมูลค่าแตะ 15,000
ล้านบาทเป็นครั้งแรก ส่วนการนำเข้าปุ๋ยเคมีระหว่างปี 2543-2550 พบว่ามี

