Page 196 - art-HIA-22.indd
P. 196
¡ÒûÃЪØÁÇÔªÒ¡Òà HIA àÃ×èͧ ¼Å¡Ãзº¢Í§¡Ãкǹ¡ÒûÃÐàÁÔ¹¼Å¡Ãзº·Ò§ÊØ¢ÀÒ¾ ครั้งที่ 1
196 วันที่ 26-27 มกราคม พ.ศ.2558 ณ โรงแรมเอเชีย กรุงเทพมหานคร
5. สรุปและอภิปร�ยผลก�รวิจัย อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลของพนักงานมีจำานวนน้อย
จากผลการศึกษา การสัมผัสของพนักงานกวาด ซึ่งพนักงานก็ไม่เคยได้รับการอบรมเชิงปฏิบัติการด้าน
ถนนของสำานักการสาธารณสุขฯและพนักงานกวาดถนน อาชีวอนามัยและความปลอดภัย จึงทำาให้ขาดความรู้และ
ของชุมชน ก็มีการสัมผัสกับฝุ่นมากเช่นเดียวกัน เพราะ ทักษะเกี่ยวกับการสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล
มีลักษณะการทำางานเหมือนกัน เนื่องจากลักษณะงาน นอกจากนี้ควรจัดให้มีอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคลที่ถูกต้อง
ที่ทำาทำาให้เกิดฝุ่นจากการกวาดขยะ และต้องทำางาน ตามลักษณะงานให้แก่พนักงานในแต่ละประเภทเพื่อลด
บริเวณริมถนนที่มีการสัญจรของรถตลอดทั้งวัน รวมถึง ปัจจัยเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติงาน ด้วยเหตุนี้
สภาพอากาศที่เป็นฤดูแล้ง ทำาให้มีใบไม้ร่วงและมีฝุ่นฟุ้ง พนักงานจึงไม่ได้เล็งเห็นถึงความสำาคัญของการสวมใส่
กระจายเป็นจำานวนมาก การสัมผัสของพนักงานเก็บขน อุปกรณ์เหล่านี้ ซึ่งหากพนักงานไม่มีการสวมใส่อุปกรณ์
ขยะของสำานักการสาธารณสุขฯ มีการสัมผัสกับเชื้อโรค เหล่านี้จะส่งผลให้เกิดโรค ต่างๆ เช่น สายตาสั้น สายตา
เนื่องจากขยะที่ต้องเก็บขนมีหลายประเภทไม่ว่าจะเป็น ยาว สายตาพร่ามัว และอาจทำาให้หูอื้อ หูหนวก การได้
ขยะเปียก ขยะแห้ง และอันตราย ซึ่งหากพนักงานมีแผล ยินลดน้อยลง และยังอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุ ได้แก่
และไม่มีการสวมถุงมือหรืออุปกรณ์ป้องกันอื่นๆ อาจทำา รถเฉี่ยวชน ตกรถ เนื่องจากรถที่วิ่งสวนไปมาอาจมอง
ให้เกิดการติดเชื้อโรคจากขยะได้ หากพนักงานมีการเลือก ไม่เห็นเพราะไม่มีสิ่งสะท้อนในเวลากลางคืน หรือ
สวมใส่อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลตามความเหมาะสม พนักงานอาจมองไม่เห็นรถที่วิ่งสวนไปมาเนื่องจากสายตา
ของลักษณะงานก็จะส่งผลให้พนักงานมีการสัมผัสกับ พร่ามัว สายตาสั้น
ปัจจัยเสี่ยงลดลง ซึ่งปัจจัยเหล่านี้จะส่งผลให้พนักงาน การศึกษาการประเมินผลกระทบสุขภาพจากการ
มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่างๆ ได้ เช่น ระบบทางเดิน ทำางานเพื่อการป้องกันความเสี่ยงด้านอาชีวอนามัยและ
หายใจ โรคระบบทางเดินอาหาร และอาการระคายเคือง ความปลอดภัยของพนักงานรักษาความสะอาด ในเขต
ที่เยื่อบุตาและผิวหนัง เป็นต้น ดังนั้นพนักงานควรให้ เทศบาลนครขอนแก่น พนักงานยังมีความเสี่ยงจากการ
ความสำาคัญในการสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล ทำางาน จากท่าทางการทำางาน การยืน การก้ม การยก
เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงที่เกิดขึ้น โดยอาจมีการใช้ผ้าปิดจมูก อุบัติเหตุและการบาดเจ็บ การสัมผัสสิ่งแวดล้อมที่ไม่
เพื่อป้องกันฝุ่นละอองจากดิน ใบไม้ และจากรถยนต์ ปลอดภัย การมีพฤติกรรมสุขภาพที่ไม่เหมาะสม รวมถึง
มีการสวมถุงมือในขยะหยิบจับขยะ พนักงานส่วนใหญ่ ขาดความตระหนักต่อการใส่อุปกรณ์เพื่อการป้องกัน
ไม่มีการสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล เนื่องจากรู้สึก อันตรายต่อตนเอง ควรมีการอบรมให้ความรู้ การสร้าง
รำาคาญปฏิบัติงานไม่สะดวก และไม่เห็นว่าการสวมใส่ จิตสำานึกและส่งเสริมพฤติกรรมการป้องกันอันตราย
อุปกรณ์จะมีประโยชน์ต่อตนเองจึงทำาให้การสวมใส่ ให้แก่พนักงานอย่างถูกต้อง เพื่อเป็นการป้องกันผล
กระทบต่อสุขภาพจากการทำางาน

