Page 109 - 60-03-117 TH2560
P. 109
ประเด็นสิทธิทางสาธารณสุขในร่างรัฐธรรมนูญข้างต้น กล่าวถึงนั้นก�าหนดไว้ในหมวดการปฏิรูปประเทศ มาตรา 258 ช
ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์จากภาคประชาสังคมบางส่วนว่า ข้อ (4) รัฐต้องปรับระบบหลักประกันสุขภาพให้ประชาชนได้
ถดถอยไปจากรัฐธรรมนูญฉบับก่อนหน้า โดยนายนิมิตร์ รับสิทธิประโยชน์จากการบริหารจัดการและการเข้าถึง
เทียนอุดม อดีตกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติระบุ บริการที่มีคุณภาพ สะดวกทัดเทียมกัน และ (5) ให้มีระบบ
ว่า สิทธิการรักษาพยาบาลในร่างฉบับนี้ด้อยกว่ารัฐธรรมนูญ การแพทย์ปฐมภูมิที่มีแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว ดูแล
ปี 2540 และ 2550 เพราะยึดแนวทางการสงเคราะห์จาก ประชาชนในสัดส่วนที่เหมาะสม
1
ภาครัฐแบบเดิมๆ ทางด้านเครือข่ายแพทย์ชนบทก็ได้แสดง ส่วนนายภัทระ ค�าพิทักษ์ กรธ. ได้ยืนยันเช่นกันว่า
ความกังวลเช่นกัน โดย นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ กรรมการ เนื้อหาในร่างนั้นได้ก�าหนดให้กองทุนต่างๆ ต้องปรับระบบ
ชมรมแพทย์ชนบท และ ผอ.รพ.จะนะ จ.สงขลา มองว่า ให้ประชาชนได้รับสิทธิประโยชน์ที่ดีขึ้นกว่าเดิม โดยกองทุน
การเปลี่ยนสิทธิเป็นการสงเคราะห์โดยรัฐลดชั้นจากเดิมที่ สุขภาพทั้ง 3 กองทุนที่มีอยู่ในปัจจุบัน คือ กองทุนสวัสดิการ
หลักประกันสุขภาพเป็นสิทธิของทุกคนอย่างเท่าเทียม ข้าราชการ กองทุนประกันสังคม และบัตรทอง ต้องมีการ
ไม่ว่าจะเป็นคนยากไร้ คนพิการ ผู้สูงอายุและเด็ก ดังนั้น ปรับสิทธิประโยชน์ การบริหารจัดการ และการเข้าถึงบริการ
มาตรา 47 ที่เขียนขึ้นมาใหม่สามารถตีความได้ว่า เปิดช่อง ให้อยู่ภายใต้คุณภาพ และสะดวกทัดเทียมกัน นอกจากนั้น
ให้ประชาชนนอกจาก 4 กลุ่มนี้ต้อง “ร่วมจ่าย” เพราะ ประชาชนจะได้รับการดูแลที่ดีขึ้นจากรัฐ ที่ระบุไว้ในมาตรา 55
2
รัฐเห็นว่าหลักประกันสุขภาพเป็นภาระ อย่างไรก็ตาม ว่า “รัฐต้องด�าเนินการให้ประชาชนได้รับบริการสาธารณสุข
นพ.วิชัย โชควิวัฒน กรรมการ สปสช. และผู้ทรงคุณวุฒิด้าน ที่มีประสิทธิภาพอย่างทั่วถึง” เท่ากับว่าเป็นการให้บริการแบบ
ส่งเสริมสุขภาพ ชี้ว่าประเด็นที่มีผู้วิจารณ์ว่า รัฐธรรมนูญฉบับ ครบวงจร 4
นี้ตัดสิทธิเรื่องความเท่าเทียมนั้น เป็นความเข้าใจผิด เพราะ
มีการรับรองไว้แล้วในมาตรา 4 วรรคสอง ทั้งนี้กรรมการ ผลการลงประชามติผ่านฉลุย 61:39
ร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ก็ยืนยันว่า เนื้อหาในร่าง รธน. ไม่มี การลงประชามติเมื่อ 7 สิงหาคม 2559 ผลปรากฏว่า
การตัดสิทธิของประชาชน แต่ในทางกลับกันเป็นการเพิ่มสิทธิ มีผู้เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญจ�านวน 16,820,402 เสียง
มากขึ้น รวมถึงสิทธิจากระบบบัตรทองที่เดิมไม่เคยถูกระบุ คิดเป็น 61.35% ไม่เห็นชอบ 10,598,037 เสียง หรือ 38.65%
ไว้มาก่อน
ส่วนการลงประชามติในค�าถามพ่วงที่ถามว่า “ท่านเห็นชอบ
หรือไม่ว่า เพื่อให้การปฏิรูปประเทศเกิดความต่อเนื่อง
ทิศทางการปฏิรูปด้านสาธารณสุขไทย
ตามแผนยุทธศาสตร์แห่งชาติ สมควรก�าหนดไว้ใน
นายมีชัย ฤชุพันธ์ ประธาน กรธ. ได้บรรยายพิเศษ บทเฉพาะกาลว่า ในระหว่าง 5 ปีแรกนับแต่วันที่มีรัฐสภา
เรื่อง “รัฐธรรมนูญกับการปฏิรูประบบสุขภาพ” ว่าร่าง ชุดแรกตามรัฐธรรมนูญนี้ ให้ที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา
รัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้บรรจุเรื่องกองทุนหลักประกันสุขภาพ เป็นผู้พิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับ
ถ้วนหน้าไว้ในร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อให้เกิดคุณภาพและ แต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี” มีคะแนนเสียงเห็นชอบ
ประสิทธิภาพที่สูงขึ้น ประชาชนได้รับประโยชน์มากขึ้น และ 15,132,050 เสียง คิดเป็น 58.07% และไม่เห็นชอบ
ท�าให้ระบบนี้ยั่งยืนต่อไป ไม่ได้มีการล้มเลิกนโยบาย 30 บาท 10,926,648 เสียง หรือ 41.93%
รักษาทุกโรคอย่างที่หลายฝ่ายกังวล นอกจากนี้สิ่งที่เพิ่มขึ้น ส�าหรับผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติครั้งนี้มีจ�านวน
มาจากรัฐธรรมนูญในอดีต คือการดูแลประชาชนครอบคลุม 50,071,589 คน มีผู้มาใช้สิทธิ 29,740,677 คน คิดเป็น
ตั้งแต่เกิดจนตาย ให้มีความรู้ ป้องกัน รักษา ฟื้นฟู ครบวงจร 59.4% เป็นบัตรดี 96.85% เทียบกับการลงประชามติ
รวมทั้งการสนับสนุนให้ประชาชนในประเทศมีหมอประจ�า ร่างรัฐธรรมนูญเมื่อปี 2550 แล้ว ปี 2559 มีผู้มาใช้สิทธิ
ครอบครัวด้วยการให้มีแพทย์เวชศาสตร์ประจ�าครอบครัว มากกว่าปี 2550 ซึ่งมีจ�านวน 25.9 ล้านคนจากจ�านวน
ควบคู่ไปกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญสาขาต่างๆ สิ่งที่นายมีชัยฯ ผู้มีสิทธิ 45 ล้านคน คิดเป็น 57.61% ทั้งนี้ ภาคอีสานลงมติ
3
108 สุขภาพคนไทย 2560
60-03-117 104-151 sukapap new30-3 i_coated.indd 108 3/30/17 9:55 PM

