Page 13 - 180.สาระจากเวที เติมหัวใจให้สังคม ครั้งที่ 3 ตติยบท
P. 13

ไป และทุกครั้งที่ช่วยเหลือก็ได้รับเสียงตอบรับจากสังคมเป็นอย่างดี”
                 สิ่งที่เด็กๆ ภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งคือ ในครั้งแรกก่อนที่จะได้ออกแสดง
          ตอนนั้นมีน้ำท่วมที่อุตรดิตถ์ เด็กๆ มาปรึกษากับครูวรเชษฐ์ว่าสงสารพวกที่ถูก
          น้ำท่วม จะช่วยเขาได้อย่างไรดี จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการ “ให้” โดยเด็กๆ ผู้พิการ

          กลุ่มนี้ หลังจากเขาได้รับจาก “ครู” มาแล้วระยะหนึ่ง คุณวรเชษฐ์เติมเต็มเรื่องนี้
          ด้วยความภูมิใจว่า
                 “พอเด็กมาถามก็เข้าทางผมเลยครับ  ผมก็บอกว่า  ได้แน่นอน  ก็นำพวก
          เขาไปเล่นเพื่อรับบริจาคพวกข้าวสารอาหารแห้งและเงินทอง  ได้เงินเป็นจำนวน
          มากก็ส่งให้ทางจังหวัดไปให้ผู้ประสบภัยน้ำท่วมครับ  ตั้งแต่นั้นมารู้สึกว่าพวกเขามี
          ความสุขกับการเอาดนตรีออกไปเล่นเพื่อช่วยเหลือสังคมต่างๆ และนอกจากนี้ผมก็
          มาคิดว่า  เราต้องขยายวงกว้างออกไปอีก  คือ  เอาดนตรีพื้นเมืองนี้ไปสอนให้เด็ก
          และเยาวชนในชนบทต่างๆ เมื่อเขาเล่นเป็นแล้วก็ให้ออกไปช่วยเหลือสังคมอีกที”
                 หลายปีที่ผ่านมา ครูวรเชษฐ์ขลุกอยู่กับศิลปวัฒนธรรม ฝึกเด็กๆ ให้เล่น

          เป็น และให้มีจิตสำนึกที่จะใช้ความสามารถนั้นออกไปช่วยเหลือสังคม พ่อแม่
          ผู้ปกครองก็ภูมิใจและดีใจที่เด็กไม่ติดเกมและไม่ไปมัวเมาอย่างอื่น ยิ่งทำให้ครูอาสา
          คนนี้ทุ่มเทให้กับงานนี้มากขึ้น นอกจากหน้าที่การงานแล้ว เวลาที่เหลือทั้งหมดก็
          ให้กับการสืบสานศิลปวัฒนธรรมต่างๆ ตลอดมา  และนอกจากสอนดนตรีแล้ว ครู
          วรเชษฐ์ยังได้ไปศึกษาหลักสูตรครูสมาธิจากพระเทพเจติยาจารย์  หลวงพ่อวิริยังค์
          สิรินธโร วัดธรรมมงคล ที่กรุงเทพฯ แล้วนำมาช่วยเสริมการสอนศิลปะอีกด้วย
                 “คือ  ก่อนที่จะฝึกดนตรี  หรือจะฝึกอะไรก็ตาม  ก็ให้เขามาฝึกสมาธิกัน

          ก่อน  ซึ่งขณะนี้วิชาสมาธิช่วยเด็กได้มาก  มีเด็กๆ  ที่พิการทางสายตาเขาบอกผม
          ว่า  ถึงแม้เขาจะมองไม่เห็นแต่เขาจะนั่งสมาธิให้ถึงตาในให้ได้  อันนั้นเป็นความ
          มุ่งหวังของเด็กๆ ในความเป็นจริงก็สุดแท้แต่บุญวาสนาและความเพียรของเขา...
                 ...ผมอยากจะเชิญชวนทุกท่านช่วยกันรณรงค์และหาทางว่า  จะทำอย่างไร
          ให้บุคลากรที่อยู่ในหน่วยงานใหญ่ๆ  ซึ่งผมเชื่อว่าเขามีภูมิปัญญาอยู่มาก  คนกลุ่มนี้
          หากได้รับการสนับสนุนและดึงออกมาเป็นอาสาสมัครช่วยเหลือสังคม ผมเชื่อว่าจะ
          ทำให้สังคมนี้น่าอยู่ขึ้นอีกมากครับ เพราะคนที่จะมาทำงานอาสาสมัครนั้น ก็ต้องมี
          หลักมั่นคงในชีวิตก่อน  ลองสำรวจดูว่าในหน่วยงาน  มีภูมิปัญญาอะไรอยู่  และ
          ชักชวนเขามาทำงานอาสาสมัครเพื่อสังคมตามความถนัดของเขา”


                                                                 ตติยบท :    ๑๓
                                                  ง่ายงาม...ตามวิถีแห่งการให้
   8   9   10   11   12   13   14   15   16   17   18