Page 57 - ESPORT
P. 57

เพราะฉะนั้นนั้นวิธีป้องกันหรือแก้ไขในโรงเรียนอันดับแรกคือ ทัศนคติผู้บริหารก่อน ความรู้เท่าทัน

               ผู้บริหารให้รู้จักมอง 2 ด้านแล้วเลือกที่จะใช้ด้านบวกให้ได้จริง ๆ  ไม่ใช่ใช้ด้านบวก 5% แล้วทําปิดหูปิดตา
               อีก 95% ที่เหลือ พอมี attitude ตรงนี้แล้ว ของครูก็สําคัญ ผมจะพบเสมอเวลาเด็กมาตรวจว่ารู้จักเกมนี้ได้

               ยังไง ข้อมูลที่ได้มาที่น่าตกใจคือจากครูสอนคอมที่โรงเรียน เอามาโหลดใส่เครื่องไว้แล้วเอาตรงนี้มาล่อ เช่น

               ให้รีบทํางานแล้วเดี๋ยวจะให้เล่นแล้วครูก็เล่นด้วย พบเสมอว่าครูสอนคอมจะมีโปรแกรม และเขาจะต่อต้าน

               มากถ้าใครต่อต้านเรื่องการเล่นเกมของเด็ก


               เราจะทําอย่างไรให้สมดุล ควรมีแนวทางอย่างไรบ้าง

                       ก็ต้องกลับมาทําให้รัฐไหวตัวทัน เปลี่ยนจาก มิจฉาทิฐิ เป็น สัมมาทิฐิ คือตอนนี้ต้องยอมรับว่า

               ภาพลักษณ์หลาย ๆ คนไม่ได้มีผลประโยชน์แอบแฝง แต่พอผู้บริหารระดับสูงมาฟังความข้างเดียว ฟังข้อมูล
               ด้านเดียว แล้วก็หันมากระตุ้นการใช้ มันเลยทําให้ผู้บริหารระดับรองลงมาไม่กล้าทําอะไร เพราะว่าระดับ

               นายก รองนายก ลงมาเล่นเองคนอื่นก็ไม่กล้าปฏิเสธ ถ้า NGO หรือภาครัฐที่ทํางานด้านนี้ ที่สนับสนุนและ

               คุ้มครองเด็กจําเป็นที่จะต้องทํางานให้หนักขึ้นและฉลาดขึ้นและให้ความรู้ด้านลบ และที่สําคัญคือจุด

               เปลี่ยนที่ทําให้ด้านธุรกิจเอามาใช้ในการตลาดของเขาได้อย่างประสบผลสําเร็จก็คือ กกท. เป็นจุดเปลี่ยน

               สําคัญเลย
                       ทันทีที่ กกท. รับรองว่าเป็นกีฬา รับรองให้จดทะเบียนสมาคม E-Sport ภาคธุรกิจก็ใช้ประโยชน์กัน

               ตรงนี้ออกไปฟอกขาวตัวเอง เอาไปชี้นําสังคมในทางที่ผิดว่าตอนนี้มันเป็นกีฬาแล้ว น่าจะ healthy มันเป็น

               ด้านบวกด้านเดียว หรือที่ปิดหูปิดตาสังคมถึงผลกระทบด้านลบ ให้แต่ข้อมูลธุรกิจว่าจะสร้างรายได้ให้กับ

               ประเทศชาติกี่พันล้าน เด็กแต่ละคนที่มาเล่นมีเงินเดือนกี่หมื่น แต่ที่เขาไม่ได้บอกคือเงินกี่พันล้านมันเข้า
               กระเป๋ าใคร เข้ากระเป๋ าคนเพียงไม่กี่คน เข้ากระเป๋ าคนที่สร้างเกมออกนอกประเทศ เข้าคนให้บริการ

               อินเตอร์เน็ต เข้ากระเป๋ าสมาคม เข้าคนที่จัด event ที่เหลือจะมาเป็นรางวัลก็คือเศษเงินของเขา สมมติว่า

               เขา make money ได้ห้าหมื่นล้าน แต่ตั้งเงินรางวัลหนึ่งล้านบาท สองล้านบาท มันคือเศษเงิน ธุรกิจได้

               ประโยชน์แต่คนที่เป็นภาระและต้องเสียเงินพาลูกมารักษา เสียค่ายาถ้าเด็กที่ต้องกินยา ค่าเสียโอกาสที่ต้อง
               ขาดงานพาลูกมารักษา ค่าเสียโอกาสที่เด็กไม่ได้เรียนหนังสือ คิดเป็นตัวเงินออกมา ตรงนี้มหาศาลกว่าตัว

               เลขที่เขาได้รับ

                       อันที่สองคือภาคธุรกิจไม่ต้องรับผิดชอบ แต่เป็นครอบครัวต้องรับผิดชอบ พ่อแม่ต้องรับผิดชอบ

               รัฐบาลต้องรับผิดชอบ ซึ่งมันเป็นการทําธุรกิจที่ไร้จรรยาบรรณ ไร้ศีลธรรม และเป็นการหลอกเอาเงินจาก

               เด็กโดยที่ปิดบังข้อมูล








                                                           56
   52   53   54   55   56   57   58   59   60   61   62