Page 78 - CHIA-ตือโละปาตานี
P. 78
76 77
ประเทศไทยเป็นหนึ่งใน 193 ประเทศ ที่ต้องการจะขับเคลื่อนประเทศเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย มาเป็นอาหารและขายเป็นรายได้ในการเลี้ยงชีพ นอกจากนี้ยังมีกติกาของ
การพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ (Sustainable Development Goals: SDGs) ในปี ชุมชนในการกำาหนดการใช้ทรัพยากรร่วมกันอย่างยั่งยืนอีกด้วย ถือเป็นความ
พ.ศ.2573 โดยตั้งไว้ 17 ข้อได้แก่ ขจัดความยากจน ขจัดความหิวโหย มีสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี อยู่ดีมีสุขโดยที่รัฐแทบจะไม่ต้องลงทุนอะไรเพิ่มเลย
การศึกษาที่เท่าเทียม ความเท่าเทียมทางเพศ การจัดการน้ำาและสุขาภิบาล พลังงานสะอาดที่ทุกคน ตือโละปาตานีมีศักยภาพเป็นแหล่งผลิตอาหารไม่เพียงแต่สำาหรับชาวบ้าน
เข้าถึงได้ การจ้างงานที่มีคุณค่าและการเติบโตทางเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม นวัตกรรม โครงสร้างพื้นฐาน ที่อาศัยอยู่ในชุมชนตือโละปาตานีให้มีความมั่นคงทางอาหารเท่านั้น แต่หาก
ลดความเหลื่อมล้ำา เมืองและถิ่นฐานมนุษย์อย่างยั่งยืน แผนการบริโภคและการผลิตที่ยั่งยืน มีการจัดการที่ดี ตือโละปาตานีสามารถเป็นแหล่งผลิตอาหารสำาหรับอาเซียน
การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การใช้ประโยชน์จากมหาสมุทรและทรัพยากรทางทะเล และสำาหรับภูมิภาคอื่นๆ ได้ด้วย นอกจากนี้ตือโละปาตานียังมีศักยภาพ
การใช้ประโยชน์จากระบบนิเวศทางบก สังคมสงบสุข ยุติธรรม ไม่แบ่งแยก ความร่วมมือเพื่อการพัฒนา ด้านการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เนื่องจากมีความโดดเด่นด้านทรัพยากรธรรมชาติ
ที่ยั่งยืน สิ่งแวดล้อม ระบบนิเวศ และวิถีวัฒนธรรมที่เป็นอัตลักษณ์
การพัฒนาอย่างยั่งยืนเป็นการพัฒนาที่ไม่ทอดทิ้งใครไว้ข้างหลัง ตั้งอยู่บนฐานของการมี ในขณะที่โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา ซึ่งนอกจากจะเป็นการผลิต
ส่วนร่วมของประชาชน และเปิดโอกาสให้ชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมจากการ พลังงานที่ขัดต่อเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติแล้ว
พัฒนาเป็นผู้กำาหนดชะตาชีวิตของตนเองได้อย่างแท้จริง (self-determination) ไม่มีใครถูกยัดเยียด ยังจะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและเกิดความเสียหายต่อทรัพยากรธรรมชาติ
เบียดขับและตกเป็นเหยื่อของการพัฒนา ดังนั้น โครงการพัฒนาที่จะเกิดขึ้นในตือโละปาตานี สิ่งแวดล้อม และระบบนิเวศทั้งทางบก ทางทะเล ซึ่งจะกระทบต่อวิถีชีวิต
จึงต้องพิจารณาให้สอดคล้องกับหลักการและเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนด้วย เศรษฐกิจ และการทำามาหากินของชุมชนที่พึ่งพาฐานทรัพยากรนี้ในการดำารง
ปัจจุบันชาวบ้านในชุมชนตือโละปัตตานีมีวิถีที่ผูกพันกับทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่อย่างแยก ชีวิต โดยเฉพาะการทำาประมงพื้นบ้านและการเกษตร อันเป็นพื้นฐานของการ
ออกได้ยากทั้งในมิติเศรษฐกิจและการดำาเนินชีวิตตามหลักการของศาสนาตลอดจนวัฒนธรรมของ ผลิตอาหารและความมั่นคงทางอาหาร นอกจากนี้การอพยพชาวบ้านจำานวน
ชาวมุสลิม วิถีนี้สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนอยู่หลายข้อ โดยเฉพาะมิติด้านความมั่นคง 152 ครัวเรือนออกไปจากพื้นที่จะส่งผลต่อความมั่นคงของชีวิตของชาวบ้าน
ทางอาหาร การใช้ประโยชน์จากมหาสมุทรและทรัพยากรทางทะเล การใช้ประโยชน์จากระบบนิเวศ เหล่านั้น รวมถึงความล่มสลายของชุมชน
ทางบก ที่จะเห็นได้ว่าทุกคนสามารถเข้าถึงทรัพยากรธรรมชาติที่จำาเป็นต่อการดำารงชีวิตได้โดยง่าย “เพื่อความมั่นคงทางพลังงานแล้วเราจะต้องสูญเสียชีวิต สูญเสียชุมชน
และอย่างเท่าเทียมกัน ดังเช่น การหากุ้ง หอย ปู ปลา ในแม่น้ำา ลำาคลอง ป่าชายเลน ชายหาด ทะเล ไปเท่าไหร่ก็ไม่เป็นไร วิธีคิดแบบนี้ไม่ถูกต้อง การพัฒนาที่ยั่งยืนเราต้องไม่
ทอดทิ้งใครไว้ข้างหลัง ไม่ใช่คณิตศาสตร์ของคนข้างมากสำาคัญกว่าคนข้างน้อย
ไม่ใช่การมองความมั่นคงของสิ่งใดสิ่งหนึ่งแล้วไม่สนใจสิ่งหนึ่ง ความเสี่ยงที่
© จันทร์กลาง กันทอง/กรีนพีซ
เกิดขึ้นจากการแก้ไขปัญหาความมั่นคงทางพลังงานคือความรับผิดชอบร่วมกัน
ของสังคม” ศ.สุริชัย หวันแก้ว กล่าวใน Social policy forum เรื่อง การบังคับ
โยกย้ายถิ่นฐานจากโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา จัดที่ สถาบันวิจัยสังคม
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2561
ดังนั้น ตือโละปาตานี จึงไม่เหมาะสม
กับการเป็นที่ตั้งของโรงไฟฟ้าถ่านหิน
© จันทร์กลาง กันทอง/กรีนพีซ

