Page 79 - CHIA-ตือโละปาตานี
P. 79

76                                                                                                       77






 ประเทศไทยเป็นหนึ่งใน 193 ประเทศ ที่ต้องการจะขับเคลื่อนประเทศเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย  มาเป็นอาหารและขายเป็นรายได้ในการเลี้ยงชีพ นอกจากนี้ยังมีกติกาของ

 การพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ (Sustainable Development Goals: SDGs) ในปี    ชุมชนในการกำาหนดการใช้ทรัพยากรร่วมกันอย่างยั่งยืนอีกด้วย ถือเป็นความ
 พ.ศ.2573 โดยตั้งไว้ 17 ข้อได้แก่ ขจัดความยากจน ขจัดความหิวโหย มีสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี   อยู่ดีมีสุขโดยที่รัฐแทบจะไม่ต้องลงทุนอะไรเพิ่มเลย
 การศึกษาที่เท่าเทียม ความเท่าเทียมทางเพศ การจัดการน้ำาและสุขาภิบาล พลังงานสะอาดที่ทุกคน  ตือโละปาตานีมีศักยภาพเป็นแหล่งผลิตอาหารไม่เพียงแต่สำาหรับชาวบ้าน

 เข้าถึงได้ การจ้างงานที่มีคุณค่าและการเติบโตทางเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม นวัตกรรม โครงสร้างพื้นฐาน   ที่อาศัยอยู่ในชุมชนตือโละปาตานีให้มีความมั่นคงทางอาหารเท่านั้น แต่หาก
 ลดความเหลื่อมล้ำา เมืองและถิ่นฐานมนุษย์อย่างยั่งยืน แผนการบริโภคและการผลิตที่ยั่งยืน    มีการจัดการที่ดี ตือโละปาตานีสามารถเป็นแหล่งผลิตอาหารสำาหรับอาเซียน

 การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การใช้ประโยชน์จากมหาสมุทรและทรัพยากรทางทะเล   และสำาหรับภูมิภาคอื่นๆ ได้ด้วย นอกจากนี้ตือโละปาตานียังมีศักยภาพ
 การใช้ประโยชน์จากระบบนิเวศทางบก สังคมสงบสุข ยุติธรรม ไม่แบ่งแยก ความร่วมมือเพื่อการพัฒนา  ด้านการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เนื่องจากมีความโดดเด่นด้านทรัพยากรธรรมชาติ
 ที่ยั่งยืน                            สิ่งแวดล้อม ระบบนิเวศ และวิถีวัฒนธรรมที่เป็นอัตลักษณ์

 การพัฒนาอย่างยั่งยืนเป็นการพัฒนาที่ไม่ทอดทิ้งใครไว้ข้างหลัง ตั้งอยู่บนฐานของการมี   ในขณะที่โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา ซึ่งนอกจากจะเป็นการผลิต

 ส่วนร่วมของประชาชน และเปิดโอกาสให้ชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมจากการ  พลังงานที่ขัดต่อเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติแล้ว
 พัฒนาเป็นผู้กำาหนดชะตาชีวิตของตนเองได้อย่างแท้จริง (self-determination) ไม่มีใครถูกยัดเยียด   ยังจะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและเกิดความเสียหายต่อทรัพยากรธรรมชาติ

 เบียดขับและตกเป็นเหยื่อของการพัฒนา ดังนั้น โครงการพัฒนาที่จะเกิดขึ้นในตือโละปาตานี    สิ่งแวดล้อม และระบบนิเวศทั้งทางบก ทางทะเล ซึ่งจะกระทบต่อวิถีชีวิต
 จึงต้องพิจารณาให้สอดคล้องกับหลักการและเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนด้วย  เศรษฐกิจ และการทำามาหากินของชุมชนที่พึ่งพาฐานทรัพยากรนี้ในการดำารง

 ปัจจุบันชาวบ้านในชุมชนตือโละปัตตานีมีวิถีที่ผูกพันกับทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่อย่างแยก  ชีวิต โดยเฉพาะการทำาประมงพื้นบ้านและการเกษตร อันเป็นพื้นฐานของการ

 ออกได้ยากทั้งในมิติเศรษฐกิจและการดำาเนินชีวิตตามหลักการของศาสนาตลอดจนวัฒนธรรมของ  ผลิตอาหารและความมั่นคงทางอาหาร นอกจากนี้การอพยพชาวบ้านจำานวน
 ชาวมุสลิม วิถีนี้สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนอยู่หลายข้อ โดยเฉพาะมิติด้านความมั่นคง  152 ครัวเรือนออกไปจากพื้นที่จะส่งผลต่อความมั่นคงของชีวิตของชาวบ้าน
 ทางอาหาร การใช้ประโยชน์จากมหาสมุทรและทรัพยากรทางทะเล การใช้ประโยชน์จากระบบนิเวศ  เหล่านั้น รวมถึงความล่มสลายของชุมชน

 ทางบก ที่จะเห็นได้ว่าทุกคนสามารถเข้าถึงทรัพยากรธรรมชาติที่จำาเป็นต่อการดำารงชีวิตได้โดยง่าย   “เพื่อความมั่นคงทางพลังงานแล้วเราจะต้องสูญเสียชีวิต สูญเสียชุมชน
 และอย่างเท่าเทียมกัน ดังเช่น การหากุ้ง หอย ปู ปลา ในแม่น้ำา ลำาคลอง ป่าชายเลน ชายหาด ทะเล   ไปเท่าไหร่ก็ไม่เป็นไร วิธีคิดแบบนี้ไม่ถูกต้อง การพัฒนาที่ยั่งยืนเราต้องไม่

                                       ทอดทิ้งใครไว้ข้างหลัง ไม่ใช่คณิตศาสตร์ของคนข้างมากสำาคัญกว่าคนข้างน้อย

                                       ไม่ใช่การมองความมั่นคงของสิ่งใดสิ่งหนึ่งแล้วไม่สนใจสิ่งหนึ่ง ความเสี่ยงที่
           © จันทร์กลาง กันทอง/กรีนพีซ
                                       เกิดขึ้นจากการแก้ไขปัญหาความมั่นคงทางพลังงานคือความรับผิดชอบร่วมกัน

                                       ของสังคม” ศ.สุริชัย หวันแก้ว กล่าวใน Social policy forum เรื่อง การบังคับ
                                       โยกย้ายถิ่นฐานจากโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา จัดที่ สถาบันวิจัยสังคม
                                       จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2561






                                               ดังนั้น ตือโละปาตานี จึงไม่เหมาะสม

                                              กับการเป็นที่ตั้งของโรงไฟฟ้าถ่านหิน












 © จันทร์กลาง กันทอง/กรีนพีซ
   74   75   76   77   78   79   80   81