Page 74 - CHIA-ตือโละปาตานี
P. 74
72 73
วิธีการประเมินผลกระทบผิด ในรายงานใช้วิธีการประเมินความคิดเห็นประชาชนในพื้นที่ตั้งโครงการ 4
(ผู้ที่ถูกอพยพโยกย้าย) ซึ่งถือเป็นเพียงการสำารวจความคิดเห็น ไม่ใช่ “การประเมินผลกระทบ” (Impact การบังคับโยกย้ายถิ่นฐานอาจส่งผลต่อการล่มสลายของชุมชนมุสลิมในพื้นที่ และกลุ่มมุสลิม
Assessment) ในขณะที่การแปลผลและการกำาหนดระดับความรุนแรงของผลกระทบไม่ได้นำาข้อมูล ที่จะไปตั้งชุมชนใหม่ ประเด็นอ่อนไหวที่สำาคัญสำาหรับกลุ่มที่จะถูกบังคับโยกย้ายถิ่นฐานในกรณีของ
พื้นฐาน (Baseline) ที่สำาคัญมาใช้เป็นฐานในการประเมินทั้งหมด แต่เลือกเขียนเฉพาะผลกระทบ โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา คือ กว่าร้อยละ 90 เป็นชาวมุสลิมที่มีระบบความเชื่อ ขนบธรรมเนียม
ที่คิดว่าจะมีมาตรการบรรเทาได้ และลดระดับความรุนแรงของผลกระทบลง เมื่อคาดประมาณระดับ และการปฏิบัติกิจกรรมทางศาสนาที่แตกต่างจากกลุ่มทั่วไป แม้ในข้อมูลพื้นฐานของรายงาน
ความรุนแรงของผลกระทบผิด และไม่ครอบคลุม นำาไปสู่กำาหนดมาตรการรองรับผลกระทบผิด อีเอชไอเอได้ระบุถึงลักษณะเฉพาะของคนกลุ่มนี้ แต่เมื่อรายงานถึงผลกระทบจากการย้ายถิ่นออก
ไม่มีแผนปฏิบัติการรองรับหลังการโยกย้ายถิ่นฐาน (Resettlement Action Plan) และ แผนการฟื้นฟู ของชาวบ้าน กลับขาดการคำานึงถึงลักษณะเฉพาะของความเป็นชุมชนมุสลิม ทั้งในประเด็นการ
วิถีชีวิต (Livelihood Restoration Plan) ตามหลักที่ควรจะเป็น ตั้งถิ่นฐานใกล้แหล่งทรัพยากรธรรมชาติ องค์ประกอบของความเป็นชุมชนมุสลิม (ที่ดินวากัฟ มัสยิด
กุโบร์ และโรงเรียนปอเนาะ) และความสัมพันธ์ของคนในชุมชนมุสลิมที่มีวิถีปฏิบัติที่พึ่งพากันตาม
3
ในรายงานอีเอชไอเอไม่มีการประเมินผลกระทบต่อ “คนจำายอมย้าย” อีก 3 กลุ่มสำาคัญ หลักศาสนา แม้ในรายงานอีเอชไอเอจะวางแผนการก่อสร้างโดยยังคงให้มีมัสยิดและกุโบร์ไว้ในพื้นที่
ซึ่งคนกลุ่มเหล่านี้ อาจจะไม่มีทรัพยากรเพียงพอที่จะย้ายถิ่นไปที่อยู่ใหม่ในอนาคต ในขณะที่เจ้าของ แต่ถ้าดูแผนภาพโครงการที่ทาบลงบนพื้นที่ชุมชน แทบจะไม่มีทางเข้าเลย รวมถึงมัสยิดที่เข้าไปอยู่
โครงการเองก็ไม่ได้กำาหนดมาตรการรองรับสำาหรับกลุ่มนี้ ได้แก่ 1) กลุ่มผู้อาศัยอยู่รอบโครงการและ ในรั้วของโรงไฟฟ้าถ่านหิน ซึ่งชาวบ้านต่างมั่นใจว่าจะกลายเป็นมัสยิดร้างแน่นอน เพราะไม่มีคน
อาจได้รับผลกระทบในอนาคต เช่น ได้รับผลกระทบด้านสุขภาพจากถ่านหิน สารเคมี และน้ำาท่วม เข้าไปทำาละหมาด เมื่อไม่มีคนเข้าไปประกอบพิธีกรรม ก็กลายเป็นมัสยิดร้างในที่สุด ความเป็นชุมชน
จากการถมที่ดินและสร้างกำาแพงของโรงไฟฟ้าถ่านหิน 2) กลุ่มผู้ที่สูญเสียพื้นที่ทำากินทั้งบนบกและ ของคนมุสลิมก็ไม่ครบองค์ประกอบอยู่ดี
ในทะเล ชาวบ้านในพื้นที่ส่วนใหญ่ทำาอาชีพประมงและเพาะปลูกซึ่งต้องอาศัยทรัพยากรธรรมชาติ
ต่างๆ ที่ถูกล้อมรั้วไปเป็นของโรงไฟฟ้าถ่านหิน เมื่อไม่สามารถเข้าถึงแหล่งทำามาหากินได้เหมือนเดิม
ในท้ายที่สุดชาวบ้านเหล่านี้ก็ต้องอพยพออกไปหางานทำาที่อื่น หรือส่งลูกหลานไปทำางานที่อื่นแทน นอกจากนี้ มาตรการบรรเทาผลกระทบที่ระบุไว้ในรายงาน
ดังนั้น ชาวเทพาในรุ่นต่อๆ ไปมีแนวโน้มที่จะกลายเป็นผู้ย้ายถิ่น และอาศัยอยู่ในพื้นที่อื่นที่ไม่ใช่ ชาวบ้านเทพาเองก็มีการตั้งข้อสังเกตถึงเหมาะสมและ
บ้านเกิดของตัวเอง และ 3) กลุ่มผู้ที่อาจสูญเสียพื้นที่ทำากินเพิ่มขึ้นในอนาคต อันเนื่องมาจาก เป็นไปได้ของแต่ละมาตรการ ยกตัวอย่างเช่น ในรายงาน
ผลกระทบจากการดำาเนินการโรงไฟฟ้าถ่านหิน เช่น กรณีน้ำาเสียจากโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหิน
อาจทำาให้สัตว์ที่อาศัยอยู่ในป่าโกงกางด้านที่ติดกับคลองตูหยงที่เชื่อมต่อ/ใกล้กับท่อทิ้งน้ำาเสียของ อีเอชไอเอโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา ระบุมาตรการ
โครงการตายไป ที่จะเพิ่มการจ้างงานกว่า 3,000 คน ในระหว่างก่อสร้าง
โครงการ โดยจะพิจารณาจ้างงานในท้องถิ่นเป็นอันดับแรก
แผนที่แสดงพื้นที่กลุ่มคนจำายอมย้าย
ประเด็นที่ต้องคิดต่อคือ ทักษะฝีมือของคนในพื้นที่นั้น
ตรงตามที่ทางโครงการต้องการจ้างงานหรือไม่ หรือ
ท้ายที่สุดแล้ว หากอำานาจในการตัดสินใจหาคนงานมา
ทำางานในเขตพื้นที่ก่อสร้างโรงงานเป็นของบริษัทที่
รับเหมาไป ดังนั้น ทางบริษัทมีสิทธิจะจ้างแรงงานจาก
พื้นที่อื่นๆ หรือจ้างแรงงานต่างชาติเข้ามาทำางานแทน
ก็เป็นได้ ในทางตรงกันข้าม กลุ่มชาวบ้านในพื้นที่เองก็มี
อาชีพที่สามารถหาเลี้ยงครอบครัว และมีเงินเก็บออม
ได้อย่างสบายอยู่แล้ว ไม่จำาเป็นต้องผันตัวเองไปเป็น
แรงงานหรือกรรมกรก่อสร้างในพื้นที่โรงไฟฟ้าถ่านหิน

