Page 43 - CHIA-ตือโละปาตานี
P. 43
40 41
แตงโมเทพา
แผงแตงโมจำานวนมากกว่า 50 แผงที่เปิดขายเรียงรายตั้งแต่คลองเทพา
ไปจนสุดเขตรอยต่อจังหวัดสงขลา – ปัตตานี ดึงดูดความสนใจให้คนผ่าน
ไปผ่านมาในเส้นทางดังกล่าวทั้งไปและกลับชะลอความเร็วเพื่อหาซื้อแตงโม
แตงไทย หรือฟักทองกันอย่างคึกคัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงเดือน
กุมภาพันธ์ – เมษายน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่แตงโมจากเทพาและพื้นที่ใกล้เคียง
ให้ผลผลิตได้เต็มที่
© จันทร์กลาง กันทอง/กรีนพีซ
© เขมวไล ธีรสุวรรณจักร
ในอดีตการปลูกจะใช้แรงงานคนเป็นหลัก และทำาบนพื้นที่ไม่ใหญ่มาก แต่ละครัวเรือนสามารถ
ปลูกกันได้เอง ในช่วงกลางวันจะปลูกข้าว ดูแลข้าว ส่วนช่วงเย็นและกลางคืนจะมาดูแล ใส่ปุ๋ยแตงโม
จนกระทั่งช่วงหนึ่งที่มีนายทุนจากประเทศมาเลเซียเข้ามาลงทุนทำาแปลงปลูกขนาดใหญ่ โดยเฉพาะ
ในพื้นที่ “ควนติหมุน” (มาจากคำาว่า “บูเก๊ะติมุง” ในภาษามลายู “บูเก๊ะ” แปลว่า “เขา” และ “ติมุง”
แปลว่า “แตงโม” แล้วชื่อก็ค่อยๆ เปลี่ยนมาเป็นควนติหมุน) มีการนำาเอารถไถขนาดเล็กเข้ามาช่วย
ในการเตรียมแปลง และใช้การจ้างแรงงานในการทำาสวนแตงโม สันนิษฐานว่าแผงขายแตงโมริมถนน
สาย 43 นั้นเกิดขึ้นในช่วงการเข้ามาลงทุนทำาแปลงขนาดใหญ่ของนายทุนนั่นเอง เนื่องจากมีผลผลิต
ในพื้นที่ออกมาเป็นจำานวนมาก หลังจากนั้นถึงแม้นายทุนจะถอนทุนกลับไปแล้ว พื้นที่อำาเภอเทพา
ก็ยังมีการปลูกแตงโมทั้งในรูปแบบแปลงขนาดใหญ่ 40-50 ไร่ และการปลูกแบบดั้งเดิมที่เป็น
แปลงขนาดเล็ก 3-10 ไร่ กระจายอยู่ในพื้นที่ต่างๆ ทั่วอำาเภอเทพา เช่น เทพา ควนติหมุน เขาน้อย
คลองควาย ในพื้นที่ปลูกขนาดเล็กๆ โดยเฉลี่ยแล้วต่อไร่ ลงทุนประมาณ 2,000 บาท ขายผลผลิต
ได้ประมาณ 20,000 บาทขึ้นไป การปลูกแตงโม ตามวิถีแบบดั้งเดิมส่วนใหญ่จะทำาการปลูกบนพื้นที่
เดิมประมาณ 3 ปี หลังจากนั้นจะย้ายที่ปลูก เพื่อเปลี่ยนดินใหม่ และให้ดินเดิมได้พักสักระยะหนึ่ง
หรือปลูกพืชชนิดอื่นหมุนเวียน โดยวางแผนการปลูกแตงโม แตงกวา แตงไทย และผักชนิดอื่นๆ
ปลูกแตงโม จากรุ่นสู่รุ่น สลับสับเปลี่ยนบนที่ดินของตนเอง หรือที่ดินใช้ประโยชน์สาธารณะ เพื่อที่จะสร้างรายได้ตลอดทั้งปี
จังหวัดสงขลาและปัตตานี มีการปลูกแตงโมอยู่ในหลายพื้นที่ ทั้งในพื้นที่อำาเภอจะนะ พันธุ์แตงโมที่นิยมปลูก ตั้งแต่อดีตมีการเปลี่ยนมาเรื่อยๆ ทั้งตอปิโด จินตหรา กินรี จนปัจจุบัน
อำาเภอเทพา อำาเภอหนองจิก โดยเฉพาะในพื้นที่อำาเภอเทพา มีการปลูกแตงโมมาเป็นระยะเวลา พันธุ์ที่คนนิยมปลูกและนิยมรับประทานมากที่สุด ได้แก่ พันธุ์ตอปิโด ลูกรีๆ สีเขียวเข้ม เนื้อแดงจัด
นาน เนื่องมาจากสภาพพื้นที่ที่เป็นดินปนทราย เหมาะสำาหรับการปลูกพืชจำาพวก แตงโม แตงไทย น้ำาหนักลูกหนึ่งประมาณ 2-3 กิโลกรัม จะเริ่มปลูกแตงโมตั้งแต่ช่วงเดือนมกราคม หลังจากฤดูฝน
หรือแตงกวา จากคำาบอกเล่าของผู้สูงอายุที่เกิดในอำาเภอเทพา ต่างก็บอกตรงกันว่า ตั้งแต่เกิดมาก็ เนื่องจากแตงโมเป็นพืชที่ชอบดินใหม่ ดินชื้น อากาศเย็น แต่ไม่ชอบน้ำามาก การเริ่มปลูกในช่วงเดือน
พบเห็นการปลูกแตงโมแปลงเล็กบ้าง ใหญ่บ้าง กระจายกันอยู่ทั่วไปในพื้นที่อำาเภอเทพา หากบ้านใด มกราคมดินยังอมน้ำาระหว่างการปลูกไม่ต้องมีการรดน้ำา แตงโมจึงมีความหวานมากตามธรรมชาติ
ไม่ปลูกไว้ขาย ก็จะปลูกจำานวนไม่กี่ต้นเพื่อเอาไว้รับประทานเอง ซึ่งจะให้ผลผลิตช่วงเวลาเดียวกับ ผลผลิตจะสามารถเก็บเกี่ยวได้ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ – ต้นเดือนเมษายน หากในบางพื้นที่ที่มีการ
การเก็บเกี่ยวข้าว หลังจากที่แต่ละครัวเรือนเหน็ดเหนื่อยจากการเกี่ยวข้าว ก็จะได้รับประทาน วางระบบน้ำา ก็สามารถที่จะปลูกได้มากกว่า 1 รอบต่อปี
แตงโมหวานๆ ท่ามกลางอากาศร้อนๆ ของเดือนมีนาคม เมษายนจึงเป็นที่ชื่นใจเป็นอย่างมาก

