Page 47 - CHIA-ตือโละปาตานี
P. 47

44                                                                                                       45






 แผงแตงโมโดยส่วนใหญ่จะเปิดขายตั้งแต่ช่วงเช้า ประมาณ 8.00 - 9.00 น. และจะขายถึง

 ประมาณ 17.00 - 18.00 น. ก็จะเก็บแผง ราคาขายจะมีการเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละวัน ขึ้นอยู่กับ
 ฤดูกาลและราคาแตงโมที่รับมาซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ที่ประมาณกิโลกรัมละ 10 ถึง 20 บาท สำาหรับ
 ราคาขายต่อกิโลกรัมนั้นมีตั้งแต่กิโลกรัมละ 13 บาท ไปจนถึง 20 กว่าบาท ลูกค้าที่มาซื้อนั้นมีทั้ง

 ขาจร และขาประจำา บ้างก็เป็นนักท่องเที่ยวจากประเทศมาเลเซียที่ขับรถเข้ามาท่องเที่ยวในฝั่งไทย
 หรือคนขับรถบรรทุกขนส่งระหว่างไทยและมาเลเซียที่มาแวะซื้อแตงโมหรือมะพร้าวทั้งเพื่อนำาไป

 บริโภคเอง หรือไปขายต่อที่จุดหมายปลายทาง โดยเฉลี่ยแล้วทุกระยะเวลาไม่เกิน 10 นาที แต่ละแผง
 จะต้องมีรถจอดแวะซื้อแตงโม แตงไทย หรือฟักทอง รายได้เฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ประมาณ 800-1,000
 บาท หากบางช่วงที่ขายดี โดยเฉพาะช่วงหน้าเทศกาล อาจทำารายได้ได้มากกว่า 10,000 บาทต่อแผง   © จันทร์กลาง กันทอง/กรีนพีซ

 เสน่ห์อีกประการหนึ่งของแผงขายแตงโม คือ เราจะไม่ได้พบเฉพาะแตงโมเท่านั้น เกือบทุกแผง

 จะมีสินค้าอื่นๆ ที่แตกต่างกันออกไป ไม่ว่าจะเป็น ฟักทอง แตงไทย มะพร้าว สะตอ กะปิแท้    ทั้งการปลูกยางพารา แตงกวา แตงไทย ฟักทอง ถั่วฝักยาว มะพร้าว อยู่ร่วมกัน หรือบางแปลง
 ปลาแห้ง ข้าวเกรียบ น้ำาผึ้ง บูดู ฯลฯ ฟักทองก็เป็นหนึ่งในผลผลิตที่ขายคู่กับแตงโมเกือบทุกแผง

 ส่วนใหญ่มาจากในพื้นที่ ลูกใหญ่ เนื้อแน่น สามารถเก็บไว้ได้นาน ราคาขายประมาณกิโลกรัมละ    เราก็พบการปลูกข้าว มะพร้าว มันสำาปะหลัง ข้าวโพด แตงโม เนื่องจากความต้องการที่จะใช้ประโยชน์
 25 บาท หรือกะปิก็ผลิตมาจากกุ้งเคยล้วนๆ ไม่มีแป้งผสม ซึ่งกุ้งเคยเป็นหนึ่งในสัตว์น้ำาที่หาได้มาก  จากพืชแต่ละชนิดแตกต่างกัน ข้าวปลูกไว้เพื่อรับประทานในครัวเรือนหากเหลือก็จะขายให้กับโรงสี
 บริเวณหน้าหาดบางหลิง บางบ้านถึงแม้จะไม่มีเรือ ก็สามารถที่จะรุนกุ้งเคยบริเวณชายฝั่งที่น้ำาตื้นๆ   ของชุมชน ยางพาราปลูกเป็นพืชยืนพื้น มะพร้าวปลูกกันเกือบทุกครัวเรือนทั้งมะพร้าวน้ำาหอม และ
                    มะพร้าวแกง ผักและผลไม้ต่างๆ ปลูกไว้เพื่อขายเป็นรายได้ในระยะสั้นๆ ซึ่งพืชแต่ละชนิดจะให้
 2-3 ชั่วโมงก็ได้กุ้งเคยมานับ 10 กิโลกรัมในแต่ละวัน นำามาทำาเป็นกะปิเองหรือขายให้กับเพื่อนบ้าน  ผลผลิตในช่วงเดือนที่แตกต่างกัน ทำาให้มีพืชผลขายได้เกือบตลอดทั้งปี และในขณะเดียวกันการ
 ที่ทำากะปิเป็นอาชีพ ผลผลิตที่ขายในแผงแตงโมเหล่านี้บ้างก็เป็นผลิตภัณฑ์ที่ผลิตเองในครอบครัว

 ของแม่ค้าแผงแตงโม บ้างก็รับมาจากเพื่อนบ้านญาติมิตร หรือบางส่วนก็รับสินค้ามาจากจังหวัด  ปลูกพืชที่หลากหลายไม่ใช่พืชเชิงเดี่ยวก็ทำาให้การพึ่งพาสารเคมีการเกษตรเป็นสิ่งที่ไม่จำาเป็น
 ปัตตานี เราจึงเห็นภาพที่ลูกค้าจำานวนไม่น้อยตั้งใจจะซื้อแตงโมแต่ก็ได้กะปิ ข้าวเกรียบ มะพร้าว ติด  วิถีการเกษตรในรูปแบบดังกล่าวจึงไม่เพียงแต่เอื้อเฟื้อต่อธรรมชาติ หากยังเอื้อเฟื้อต่อเพื่อน
 ไม้ติดมือไปฝากคนที่บ้านอีกด้วย  มนุษย์ด้วยกัน นอกจากนี้วิถีของการแบ่งปันก็เป็นสิ่งที่พบเห็นได้เสมอในพื้นที่รอบตือโละปาตานี
                    บางบ้านที่ทำาเกษตรก็จะเปิดโอกาสให้กับคนในชุมชนที่ไม่มีพื้นที่ทำาเกษตรเป็นของตนเอง สามารถ

                    เข้ามาเพาะปลูกได้โดยที่ไม่คิดค่าใช้จ่าย แลกเปลี่ยนกับการช่วยดูแลไม้ยืนต้น ไม่ว่าจะเป็นยางพารา
 เกษตรผสมผสานที่บ้านโคกสัก  หรือมะพร้าว ที่อยู่ในที่ดินของตนเอง



 พื้นที่บ้านโคกสักที่อยู่ตรงข้ามกับพื้นที่ที่จะตั้งโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหิน ชาวบ้านที่นี่ส่วนใหญ่  เทพาจึงไม่ได้มีแค่ทะเลและคนทำาประมง หากแต่มีการทำาเกษตรที่เข้มแข็งอีกด้วย

 จะทำาเกษตรเป็นอาชีพหลัก ซึ่งวิถีเกษตรของที่นี่จะไม่ใช่เป็นลักษณะของเกษตรแปลงใหญ่ที่ปลูกพืช  โดยเป็นพื้นที่ปลูกและศูนย์กลางการขายและกระจายแตงโมของภาคใต้ตอนล่าง
 เชิงเดี่ยวเพียงชนิดเดียว แต่เราจะพบเห็นการปลูกพืชหลากหลายชนิดในพื้นที่แปลงเดียวกัน ทั้งปลูก  มีการปลูกข้าวพื้นบ้านหลากหลายสายพันธุ์และมีปริมาณมากพอที่จะเลี้ยง

 ไว้เพื่อรับประทานในครัวเรือน ปลูกไว้เพื่อสร้างรายได้ ซึ่งพืชที่ปลูกหลากหลายชนิดก็สามารถที่จะ  คนเทพาได้ทั้งอำาเภอ มีการทำาเกษตรผสมผสานทั้งยาง มะพร้าวสำาหรับแกง
 สร้างให้เกิดรายได้หมุนเวียนตลอดทั้งปี รูปแบบการปลูกพืชดังกล่าวเป็นภูมิปัญญาที่ตกทอดกันมา  มะพร้าวน้ำาหอม แตงโม ฟักทอง พริกไทย มะนาว ผักต่างๆ ฯลฯ
 แต่ดั้งเดิม เป็นการปลูกพืชที่มีความเข้าใจ เอื้อเฟื้อ และเคารพต่อธรรมชาติ ส่งต่อความสมบูรณ์และ  ส่วนพื้นที่ติดทะเล แม้จะเป็นดินปนทราย แต่เหมาะสำาหรับปลูกพืชระยะสั้น เช่น

 งดงามของธรรมชาติในปัจจุบันไปสู่รุ่นลูกรุ่นหลาน  แตงกวา ฟักทอง แตงโม ถั่วฝักยาว พริก เป็นต้น พื้นที่มีทั้งภูเขา แม่น้ำา
                     ลำาคลอง ที่ราบสำาหรับเพาะปลูก ป่าชายเลน และทะเล มีความอุดมสมบูรณ์ของ
 การปลูกพืชในรูปแบบผสมผสานนี้ นอกเหนือจากพื้นที่บ้านโคกสักแล้ว เรายังสามารถพบเห็น
 ได้ในอีกหลายพื้นที่ในอำาเภอเทพา เรื่อยไปจนถึงอำาเภอหนองจิกจังหวัดปัตตานี บางแปลงเราจะพบ  ดิน น้ำา และอากาศ มีความหลากหลายของพืชพรรณอาหาร
                         พื้นที่นี้จึงเป็นที่ตั้งถิ่นฐานของชุมชน ซึ่งสืบสาแหรกกันมานับร้อยปีแล้ว
   42   43   44   45   46   47   48   49   50   51   52