Page 39 - CHIA-ตือโละปาตานี
P. 39
36 37
ไก่ทอดถอดเสื้อ เพราะต้องนำาไก่มาถลกหนังแล้วหั่นเป็นชิ้นๆ คลุกเคล้าเครื่องปรุงสูตรเทพา แต่ละปีจะมีการทำานาเพียงแค่ 1 รอบ เป็นข้าวนาปีอาศัยน้ำาจากธรรมชาติ โดยจะเริ่มหว่านกล้า
มีน้ำาเกลือ กระเทียมสับ รากผักชี ซีอิ๊วขาว หมัก) ในเดือนกันยายน ดำานาช่วงเดือนพฤศจิกายน และเก็บเกี่ยวช่วงเดือนมีนาคม ต้นทุนจะมีเพียงแค่
วิถีชีวิตคนเทพาโดยส่วนใหญ่ตั้งแต่อดีตจวบจนปัจจุบัน มีอาชีพที่ผสมผสานระหว่าง ค่าไถ และค่าปุ๋ย อยู่ที่ประมาณไร่ละ 500-600 บาท หรือต่ำากว่านั้น การเก็บเกี่ยวส่วนใหญ่แล้ว
การเกษตรและการประมง สามารถที่จะจับสัตว์น้ำาทั้งเพื่อหารายได้ และนำามาเป็นอาหารใน เจ้าของที่นาจะเป็นคนลงมือเก็บเกี่ยวเองโดยใช้เครื่องมือที่เรียกว่า แกะ ค่อยๆ ทำาการเก็บเกี่ยวข้าว
ครอบครัว และในขณะเดียวกันก็มีพื้นที่มากบ้างน้อยบ้างเพื่อทำาการเกษตร ทั้งการปลูกยางพารา ไปทีละต้น เพื่อให้สามารถเก็บข้าวได้ครบทุกรวงไม่มีเหลือทิ้ง หากแรงงานในครัวเรือนมีไม่พอ
ปลูกผัก ปลูกข้าว หรือปลูกแตงโม เป็นต้น โดยพืชหลักที่มีการปลูกมาช้านานได้แก่การปลูกข้าว และ เพื่อนๆ ในชุมชนก็จะมาช่วยลงแรงกัน โดยได้ข้าวเป็น
1
การปลูกแตงโม ซึ่งพื้นที่ปลูกข้าวและแตงโมของอำาเภอเทพานั้นมีรวมกันมากกว่า 3,000 ไร่ ค่าตอบแทนและเป็นซะกาต แต่ก็มีบ้างที่หากมีที่นา
เป็นแปลงใหญ่ก็อาจมีการจ้างรถเกี่ยวข้าวมาช่วยในการ
เก็บเกี่ยว
ข้าวพื้นบ้าน เมื่อใช้แกะในการเกี่ยวข้าวเป็นช่อๆ มาไว้ด้วยกัน
ข้าวจะถูกเก็บเป็นเลียง เลียงหนึ่งๆ จะหนักประมาณ
การปลูกข้าวในอำาเภอเทพา ไม่ได้ปลูกในลักษณะของพืชเศรษฐกิจแปลงใหญ่ที่มุ่งสร้างรายได้ 2-3 กิโลกรัม บ้างก็เก็บเป็นข้าวเปลือก ปัจจุบันยังมีบ้าน
ให้กับครอบครัว แต่ข้าวเป็นสิ่งหล่อเลี้ยงชีวิต สร้างความมั่นคงทางอาหารให้เกิดขึ้นในทุกครัวเรือน จำานวนไม่น้อยที่มียุ้งหรือพื้นที่เพื่อเก็บข้าวของตนเอง
ครัวเรือนส่วนใหญ่จะมีพื้นที่สำาหรับทำานา ในแต่ละปีข้าวที่ปลูกนั้นจะเหมือนหรือแตกต่างกันออก และเมื่อต้องการที่จะกินก็จะนำาไปสี หรือนำาไปขายให้
ไปแล้วแต่ความนิยมในพันธุ์ข้าวของแต่ละครัวเรือน รวมถึงความนิยมรับประทานของคนในชุมชน © จันทร์กลาง กันทอง/กรีนพีซ กับโรงสีในชุมชนเมื่อต้องการรายได้
เราจึงสามารถพบเห็นพันธุ์ข้าวพื้นเมืองที่หลากหลายได้ในเทพา ทั้ง จันเต๊ะ หัวนา ช่อลุง หอมจันทร์
ลูกปลา เล็บนก สังข์หยด โดยข้าวที่คนในชุมชนนิยมปลูก
ตั้งแต่อดีตจะเป็นข้าวช่อลุง ที่ปลูกง่าย หุงแล้วไม่นิ่มหรือ โรงสีของชุมชน
แข็งจนเกินไป แต่ปัจจุบันพันธุ์เล็บนกก็เป็นที่นิยมมากขึ้น โรงสีหลานเม๊าะบ้านเกาะครก เป็นหนึ่งในโรงสีขนาดย่อมในอำาเภอเทพาที่ดำาเนินการโดย
เนื่องจากนิ่มมากกว่าช่อลุง และเนื่องจากเป็นการปลูกเพื่อ คนในชุมชนจากทั้งหมดประมาณ 7-8 แห่ง และตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีการปลูกข้าวเป็นจำานวนมากของ
เก็บไว้กินเองตลอดทั้งปี ชาวบ้านโดยส่วนใหญ่จึงปลูกด้วย อำาเภอเทพา เปิดดำาเนินการมาประมาณ 31 ปี โดยก่อนหน้าที่จะมีโรงสีแห่งนี้ ชาวบ้านส่วนใหญ่
ความประณีต ใส่ใจ และให้คุณค่ากับแหล่งอาหารที่เลี้ยงดู จะตำาข้าวเอง หรือนำาไปสีที่โรงสีอื่นนอกชุมชน นอกเหนือจากจะรับสีข้าวให้กับคนในชุมชนแล้ว
ครอบครัวตนเอง ไม่มีการถมสารเคมีจำานวนมากลงใน ยังรับซื้อข้าวเปลือก ขายข้าวสารและข้าวเปลือก โดยมีขายทั้งที่ร้าน และตามตลาดนัดต่างๆ ใน
แปลงปลูกเพียงเพื่อหวังผลผลิตมหาศาล ซึ่งสภาพแวดล้อม วันพฤหัสบดี ศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์
ดังกล่าวเอื้อต่อการทำาเกษตรอินทรีย์เป็นอย่างมาก เราจึง บ้านใดที่ต้องการนำาข้าวมาสี โรงสีจะคิดค่าใช้จ่ายในการนวดข้าวเปลือกออกจากเลียงในราคา
พบว่านาหลายแปลงในพื้นที่อำาเภอเทพาเป็นนาอินทรีย์ที่ กิโลกรัมละ 50 สตางค์ และค่าสีข้าวกิโลกรัมละ 1 บาท หากเป็นข้าวเหนียวดำา จะคิดค่าใช้จ่ายที่
ผลผลิตส่วนเกินจากที่เจ้าของนาเก็บไว้กินเองนั้น เป็นที่ © เขมวไล ธีรสุวรรณจักร กิโลกรัมละ 2 บาท ซึ่งการสีข้าวแต่ละครั้งนอกเหนือจากข้าวสารสำาหรับรับประทานกันแล้วนั้น
ต้องการและถูกจับจองล่วงหน้าเป็นที่เรียบร้อย ส่วนอื่นๆ ที่ได้จากการสีก็มีมูลค่าเช่นเดียวกัน เช่น รำาข้าวขายได้กิโลกรัมละ 10 บาท ปลายข้าวขาย
ในอำาเภอเทพาไม่มีบ้านใดที่ทำานาเพียงอย่างเดียว หากจะมีการปลูกพืชอื่นๆ หรือทำาอาชีพ ได้กิโลกรัมละ 12 บาท แกลบ ขายได้กระสอบละ 7 บาท ฟางขายได้กระสอบละ 7 บาท (หากเป็น
อื่นๆ ควบคู่กันไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นทำาสวน ปลูกผัก ทำาประมง หรือค้าขาย โดยเฉลี่ยบ้านที่มีที่นา แบบที่มีการหมักแล้วจะขายได้กระสอบละ 15 บาท)
สำาหรับการปลูกไว้บริโภคในครัวเรือนของตนเอง จะมีที่นาประมาณ 1-3 ไร่ แต่ละไร่ได้ผลผลิต
ประมาณ 15 กระสอบ แต่ละกระสอบมีข้าวประมาณ 12-13 เลียง หนักประมาณ 30 กิโลกรัม
แต่ละปีครัวเรือนหนึ่งๆ บริโภคข้าวประมาณ 300 เลียง หรือเฉลี่ยแล้วประมาณ 2 กระสอบต่อเดือน
1 ซะกาต คือ ทานประจำาปีหมายถึงทรัพย์สินส่วนเกินจำานวนหนึ่ง ซึ่งมุสลิมต้องจ่ายให้แก่ผู้ที่มีสิทธิได้รับเมื่อครบรอบปี
ถ้ามุสลิมคนใดมีทรัพย์สิน เงินทอง สินค้าที่เหลือในรอบปีแล้วไม่ทำาการบริจาค ผู้นั้นก็ทำาผิดบัญญัติของอิสลาม

