Page 37 - CHIA-ตือโละปาตานี
P. 37
34 35
เภอเทพา จังหวัดสงขลา เป็นเมืองปากน้ำาชายทะเลที่มีความสำาคัญทาง ข้าวในที่ราบ คนเหล่านี้มีการติดต่อค้าขายแลกเปลี่ยนสินค้ากันมาตั้งแต่
ประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนาน ก่อตั้งเมื่อใดไม่มีหลักฐานแน่ชัด แต่ในแผนที่สมัย ในอดีต โดยคนควนจะนำาของป่า และข้าวสาร มาซื้อขายแลกเปลี่ยนกับ
อำากรุงศรีอยุธยาได้ปรากฏชื่อเมืองเทพา ขึ้นตรงต่อเมืองพัทลุง จนเมื่อปี พ.ศ. 2339 ใน คนเล โดยเฉพาะเกลือและอาหารทะเลแห้ง
รัชสมัยรัชกาลพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชแห่งราชวงศ์จักรี (ร.1) ได้ทรงโปรด ปี พ.ศ. 2452 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระบรม
ให้ขึ้นกับเมืองสงขลา ปี พ.ศ. 2444 ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (ร.5) ราชโองการให้สร้างทางรถไฟจากเพชรบุรีจรดจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดย
ได้แยกเมืองเทพาออกจากเมืองสงขลา ตั้งขึ้นเป็นอำาเภอเทพาขึ้นกับจังหวัดสงขลา และตั้งที่ว่าการ มีขุนนิพัทธ์จีนนคร (นายเจียกีซี : ต้นตระกูลจิระนคร) เป็นผู้ตรวจการและ
อำาเภอที่บ้านพระพุทธ ซึ่งเป็นปากแม่น้ำาเทพา ไหลออกอ่าวไทยเนื่องจากการคมนาคมใน ผู้จัดการทั่วไปของบริษัทรับเหมาก่อสร้างทางรถไฟ นายเจียกีซีทำาการ
สมัยนั้นต้องอาศัยทางเรือเป็นส่วนใหญ่ ช่วงเวลานั้นรัชกาลที่ 5 ได้เสด็จมาทอดพระเนตรธรรมชาติ สำารวจและขุดหินเพื่อนำาไปใช้ในการถมทางรถไฟ ทำาให้รู้จักพื้นที่ป่า เขา
และการเรียกนกชันจากฟ้ามาสู่ดินด้วย โดยมีหลักฐานเป็นชื่อ ถนน ร.5 จนกระทั่งปี พ.ศ. 2475 ได้ แหล่งน้ำา แร่ธาตุ และทรัพยากรต่างๆ ในพื้นที่เป็นอย่างดี และเมื่องาน
ย้ายที่ว่าการอำาเภอมาที่บ้านท่าพรุ หมู่ที่ 1 ตำาบลเทพา ซึ่งใกล้กับสถานีรถไฟท่าม่วง ต่อมาการรถไฟ ก่อสร้างทางรถไฟเสร็จสิ้นที่อำาเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี นายเจียกีซี
แห่งประเทศไทยได้เปลี่ยนชื่อสถานีท่าม่วง เป็นสถานีรถไฟเทพา เพื่อให้ตรงกับคำาว่าอำาเภอเทพา จึงร่วมกับฝรั่งทำาเหมืองแร่ดีบุก วุลแฟรม และได้ประกอบคุณงามความดี
ซึ่งสถานีรถไฟอยู่ห่างจากที่ว่าการอำาเภอเทพา ประมาณ 1 กิโลเมตร แก่แผ่นดินจนได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ จากพระบาทสมเด็จ
เทพา มีความอุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพยากรธรรมชาติ โดยเฉพาะป่าไม้ อีกทั้งมีความได้เปรียบ พระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ ให้เป็น “ขุนนิพัทธ์จีนนคร” และพระราชทาน
ในการเดินทางเนื่องจากมีแม่น้ำาเทพา ซึ่งมีต้นกำาเนิดจากเทือกเขาสันกาลาคีรี กั้นระหว่างประเทศไทย เครื่องราชอิสริยาภรณ์ให้ เมื่อปี พ.ศ. 2472
กับมาเลเซีย ไหลผ่านและลงอ่าวไทยที่ปากน้ำาเทพา ทำาให้ในอดีตเทพามีอู่ต่อเรือมากมายทั้ง การสร้างทางรถไฟสายใต้ ผ่านเมืองเทพา ซึ่งมีความอุดมสมบูรณ์
เรือสินค้าและเรือรบ ด้วยที่ตั้งอยู่กึ่งกลางพอดีระหว่างเมืองสงขลากับเมืองปัตตานีซึ่งทำาสงครามกัน ของทรัพยากรป่าไม้ ทำาให้สถานีเทพาเป็นจุดจอดเพื่อเติมพลังงาน คือ
ตลอด นอกจากนี้ในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง ทหารญี่ปุ่นยังได้ตั้งทัพใหญ่ที่เมืองเทพาอันปรากฏ ไม้ฟืน เพราะเป็นรถจักรไอน้ำา ทำาให้รถไฟต้องจอดที่สถานีนี้เป็นเวลานาน
ร่องรอยอยู่จนทุกวันนี้ ชาวบ้านทั้งพุทธและมุสลิม ที่อาศัยอยู่ในตลาดเทพา จึงมีอาชีพเพิ่มขึ้น
เทพา ไม่ใช่เป็นเมืองชายทะเลเท่านั้น หากแต่มีพื้นที่ส่วนหนึ่งติดภูเขาด้วย มีระบบนิเวศที่ อีกอย่างคือ ขายอาหารให้กับผู้โดยสารบนรถไฟ โดยทำาเป็นกระทงใบตอง
เชื่อมโยงกันแบบ “เขา ป่า นา เล” เรียกได้ว่ามีทั้งคนชายเล คนชายควน (ควนเป็นภาษาถิ่นภาคใต้ ใส่แกงชนิดต่างๆ โดยเฉพาะแกงเขียวหวาน และที่ขาดไม่ได้คือไก่ทอด © จันทร์กลาง กันทอง/กรีนพีซ
หมายถึง ภูเขาดิน หรือเนินสูง มักใช้เป็นพื้นที่ทำาสวน เช่น สวนยาง หรือสวนปาล์ม) และคนปลูก อันเป็นที่มาของไก่ทอดเทพาที่มีชื่อเสียงมาจนปัจจุบัน (เดิมเรียกว่า
© จันทร์กลาง กันทอง/กรีนพีซ © จันทร์กลาง กันทอง/กรีนพีซ

