Page 62 - hia_04_2010
P. 62
62
เสียงสะท้อนสุขภาพ
กระบวนการทำงานวิจัยจึงเริ่มต้นด้วยการให้ชาวบ้านเป็นนักวิจัยเอง
คือ ไปติดตามผลกระทบสุขภาพ โดยใช้เยาวชนเข้าไปเก็บข้อมูลถามพ่อแม่ของ
เขาเอง เพราะถ้าเริ่มจากผู้ใหญ่นั้นค่อนข้างยาก เนื่องจากทุกลมหายใจเข้าออก
คือ “ชิ้นงาน” กระบวนการทำงานวิจัยจะทำให้ชุมชนเรียนรู้ปัญหาสุขภาพของ
ตนเอง เห็นว่าอะไรเป็นปัญหา และเริ่มสนใจที่จะแก้ปัญหาสุขภาพ
สมพลเล่าว่า เขาใช้ตัวเขาเองเป็นบทเรียนให้แก่คนอื่นๆ ในชุมชน เพราะ
จริงๆ แล้วสิ่งที่เห็นได้ชัดเจนคือ ค่าใช้จ่ายสุขภาพที่เกิดขึ้น เมื่อเทียบกับรายได้
ที่หามาได้ในแต่ละเดือนนั้นไม่คุ้มกันเลย เช่นตัวเขาเองช่วงที่ทำงานหนักมากๆ
มีรายได้ประมาณเดือนละ 6,000-7,000 บาท แต่ต้องแลกกับความเจ็บป่วย
ที่เรื้อรัง และค่าใช้จ่ายเพื่อดูแลสุขภาพของตนเองปีหนึ่งไม่ต่ำกว่า 20,000
“พอได้เข้าร่วมกระบวนการกับโครงการวิจัย ทำให้ผมเห็นความสำคัญ
จะป้องกันตัวเองมากขึ้น เริ่มจากมีผ้าปิดจมูกเวลาที่ต้องแกะสลัก และหาผ้ามา
กันฝุ่นไม่ให้พัดไปในบริเวณตัวบ้านเวลาที่ลมพัดมา และตอนฝนตก อากาศชื้น
ก็พยายามหลีกเลี่ยงไม่ทำงานแกะสลัก เพราะจะแพ้ง่ายมาก เวลาที่หอบหืดขึ้น
ต้องรีบกินยาโดยทันที”
ปัจจุบันสมพลมีอาการดีขึ้น และกลายเป็นวิทยากรประจำตำบลที่คอย
ตระเวนไปตามชุมชนเพื่อบอกเล่าประสบการณ์ของตนเองกับคนอื่นๆ ในชุมชน
และการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทำงาน การหาเครื่องช่วยป้องกันก็ช่วยทำให้
โรคหอบหืดของสมพลดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และค่าใช้จ่ายก็ลดลง ปัจจุบันเขา
แทบไม่ต้องกินยาดังกล่าวแล้ว ยกเว้นเวลาที่อากาศชื้นมากๆ เท่านั้น และยังคง
ทำอาชีพไม้แกะสลักควบคู่กับการเป็นแพทย์ประจำตำบลขุนคงไปด้วย
เมื่อโครงการวิจัยเสร็จสิ้นในระยะที่ 1 (ปี 2547) ชาวบ้านเห็นพ้องต้องกัน
ในการตั้ง “คณะกรรมการดูแลสุขภาพตนเองของผู้ทำงานไม้แกะสลัก” ที่ประกอบ
ด้วยตัวแทนจากทุกกลุ่มในชุมชน ทั้งผู้นำชุมชน ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน อาสาสมัคร
สาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) เจ้าหน้าที่สถานีอนามัย ครู เยาวชน และ
วิทยุชุมชน ขึ้นมาทำหน้าที่ในการติดตามผลกระทบสุขภาพ และรณรงค์ให้กลุ่ม

