Page 58 - hia_04_2010
P. 58
58
เสียงสะท้อนสุขภาพ
และเบ็ญจา จิรภัทรพิมล คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งได้รับ
ทุนสนับสนุนจาก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) และสำนักงาน
กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ระบุว่าชาวบ้านต้องทำงาน
อย่างหนักกว่าจะได้เงินในแต่ละเดือน มีทั้งที่รับจ้างเป็นรายวัน ซึ่งจะได้ค่าแรง
เฉลี่ยวันละ 200-300 บาท ในช่วงเศรษฐกิจดีอาจจะได้ถึงวันละ 500 บาท เช่น
กรณีผู้ใหญ่บ้านคนหนึ่งต้องทำงานตั้งแต่ 05.00 - 24.00 น. หรือบางทีก็
ไปถึงตีหนึ่ง ปัจจุบันต้องเลิกทำเพราะมีปัญหาเป็นโรคริดสีดวงทวาร นั่งแกะสลัก
นานไม่ได้ แต่บางส่วนก็รับเหมาช่วงมาทำที่บ้าน มีรายได้เฉลี่ยเดือนละ 4,000-
5,000 บาทต่อเดือน แต่ต้องทำงานมากกว่าวันละ 8 ชั่วโมง และมีวันหยุด
เดือนละ 2-3 วันเท่านั้น บางครั้งก็ต้องทำจนตาสว่าง เพราะถ้าส่งงานไม่ทันก็จะ
ถูกปรับอีกวันละ 50 บาท เป็นต้น
สิ่งที่เราจะได้เห็นโดยทั่วไปเมื่อเข้าไปในบ้านถวายในช่วง 4-5 ปีก่อนคือ
ภาพของชาวบ้านที่ง่วนอยู่กับชิ้นงานเกือบจะตลอดเวลา มีเวลาหยุดพักเพียง
ชั่วเวลากินข้าวเท่านั้น บางครั้งรีบกินข้าว มือที่เลอะเปื้อนสีก็หยิบอะไรต่อมิอะไร
เข้าปากอย่างรวดเร็วจนขาดความระมัดระวัง อย่างพี่รัชนีนั้น เธอเล่าว่า การทำ
งานที่ต้องแข่งกับการผลิตชิ้นงานให้ทันกับออเดอร์ของลูกค้า ทำให้เธอไม่ได้
ทำอาหารกินเองแล้ว เธอจะซื้อกับข้าวถุงที่ตลาดแทน
บางบ้านที่ไม่มีร้านค้า นั่งทำงานอยู่ในบ้าน สภาพในบ้านที่ดัดแปลงมา
เป็นโรงงานก็มิได้ถูกออกแบบสำหรับรองรับการผลิตงานหัตถกรรมเหล่านี้ ดังนั้น
กลิ่น สี และฝุ่นจากการแกะสลักจึงปะปนคละคลุ้งอยู่ในบริเวณที่อยู่อาศัยนั่นเอง
เนื่องจากชาวบ้านไม่มีทุนรอนมากพอที่จะลงทุนสร้างโรงงานให้ได้มาตรฐาน
บางบ้านที่มีการขยายกิจการ มีออเดอร์จากลูกค้าเยอะขึ้น ก็จะดีหน่อยคือมีการ
แยกโรงงานออกจากบ้านพักอาศัย
ภาวะความเจ็บป่วยผู้หญิง ผู้ชาย เด็ก และคนแก่ จะแตกต่างกันไป
ขึ้นอยู่กับสภาพการทำงาน ผู้หญิงส่วนใหญ่ก็จะเป็นแบบพี่รัชนีคือต้องอยู่กับงาน
ลงสี เดินเส้น ติดกระจก ความเสี่ยงต่อสุขภาพก็จะเป็นเรื่องของภูมิแพ้ค่อนข้าง
มาก เพราะมือสัมผัสกับสีโดยตรง และต้องสูดเอากลิ่นสีและทินเนอร์ ทำให้มี

