Page 65 - hia_04_2010
P. 65
65
ประสบการณ์จริง HIA 5 พื้นที่ 5มุม
สุวรรณ โปธิ อดีตกำนันตำบลขุนคงที่เข้าร่วมโครงการตั้งแต่เริ่มต้นเล่าว่า
“ช่วงแรกๆ ชาวบ้านทำงานก็ไม่ชอบใส่เครื่องป้องกันตนเอง ไม่ใส่หน้ากาก ไม่ใส่
ถุงมือ ส่วนขยะ เช่น กระป๋องสีก็ทิ้งกันไปเรื่อย เพราะยังไม่ตระหนักถึงพิษภัย
ของสารเคมี และอันตรายที่พวกเขาจะได้รับในระยะยาว”
แต่ผู้นำชุมชนที่เข้าร่วมโครงการจะสามารถเข้าไปคุยกับลูกบ้านของ
ตนเองได้ เมื่อเขาเริ่มตระหนักถึงอันตรายจากการที่ไม่ป้องกันตนเองจากสารเคมี
โดยเฉพาะพวกทินเนอร์ แอลกอฮอล์ และฝุ่นที่เกิดจากการขัดไม้ เขาก็จะ
โน้มน้าวใจลูกบ้านให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้ ระยะหลังประมาณกลางปี
เป็นต้นมา ชาวบ้านเริ่มใส่หน้ากาก ถุงมือ ส่วนขยะจำพวกกระป๋องสี กระป๋อง
ทินเนอร์ ก็ติดต่อบริษัทจากภายนอกให้มารับซื้อ
สุวรรณเล่าว่าในตอนนั้นผู้ใหญ่บ้านจะร่วมกับเจ้าหน้าที่สถานีอนามัย
ไปเยี่ยมเยียนลูกบ้านทุกสัปดาห์ โดยแต่ละครั้งของการเยี่ยมเยียนก็จะรณรงค์
ให้ความรู้ถึงพิษภัยอันตราย ความเจ็บป่วยที่จะเกิดขึ้นจากการทำงาน มีการ
ประชาสัมพันธ์ให้ลูกบ้านเห็นถึงอันตรายที่มองไม่เห็น
ชาวบ้านเริ่มจะอยากรู้มากขึ้นว่าในแต่ละขั้นตอนการผลิตไม้แกะสลัก
อะไรบ้างที่เป็นอันตราย มีผลกระทบต่อสุขภาพอย่างไร ตอนนั้นทางโครงการ
จากคณะพยาบาลฯ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ก็มาช่วยพัฒนาคู่มือสำหรับนำไป
ใช้ในการรณรงค์พูดคุยกับชาวบ้าน คู่มือดังกล่าวจะทำร่วมกับอาสาสมัคร
สาธารณสุขประจำหมู่บ้าน เมื่อผู้ใหญ่บ้านแต่ละหมู่บ้านเอาไปใช้ แล้วรู้สึกไม่
สอดคล้องกับชุมชนก็จะมาเสนอให้ปรับเปลี่ยนได้ โดยเฉพาะภาษาที่เป็นวิชาการ
สุวรรณเล่าต่อว่า การปรับเปลี่ยนของชาวบ้านนั้นเป็นลักษณะค่อยๆ
เปลี่ยน และสิ่งที่จะทำให้ชาวบ้านเกิดความตื่นตัวมากที่สุดคือ “ต้องเห็นตัวอย่าง
และกระทบความรู้สึกแรงๆ เช่น กรณีประสบอุบัติเหตุหรือเสียชีวิตจากการ
ทำงาน” ดังนั้นชาวบ้านจึงมีการแลกเปลี่ยนกับทีมวิจัยที่จะนำกรณีศึกษาของ
คนที่ได้รับผลกระทบสุขภาพจากการทำงาน เช่น กรณีผู้ที่ได้รับอุบัติเหตุจาก
การทำงานจนนิ้วขาด ผู้ใหญ่บ้านซึ่งป่วยเป็นโรคริดสีดวงทวาร ไม่สามารถนั่ง
ทำงานได้ เป็นต้น

