Page 34 - hia_04_2010
P. 34
34
เสียงสะท้อนสุขภาพ
แต่ในส่วนของกระบวนการแก้ไขของการนิคมฯ ผมมองว่ายังไม่มีนะ ก็แค่มานั่ง
คุยกับเรา ให้กำลังใจ มันเป็นตรงไหนนะ เดี๋ยวไปดูให้ คือรอจนกลิ่นหายแล้ว
ก็กลับไป แต่ถามว่าได้ไปดูในส่วนของกระบวนการผลิตไหม ตรวจสอบจริงจัง
แค่ไหน ผมว่ายังไม่มี”
นางยุพิน นวลศรี ชาวบ้านอีกคนในชุมชนซอยร่วมพัฒนา บอกเล่า
สถานการณ์มลพิษว่า นอกจากจะได้รับความเดือดร้อนจากกลิ่นสารเคมีที่รุนแรง
จากโรงงานในนิคมฯ แล้ว น้ำในบ่อบาดาลที่ขุดไว้ก็ไม่สามารถดื่มกินได้ ส่วน
สวนผักที่ตนปลูกไว้ก็ได้รับความเสียหาย ใบเหลือง เป็นรู และเน่าเสีย ภายหลัง
ที่ฝนตกลงมาเพียงแค่คืนเดียว จึงคิดว่าน้ำฝนในระยองต้องมีสารเคมีปนเปื้อน
อย่างแน่นอน
ไม่เพียงแต่ชุมชนที่หลังบ้านติดโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด
ชุมชนที่อยู่ห่างออกไปทางทิศเหนือราว 6 กิโลเมตรอย่างชุมชนมาบข่า ก็
ชะตากรรมไม่แตกต่างกันนัก เพราะมีทั้งโรงงานผลิตสแตนเลส โรงงานผลิต
ทองแดงบริสุทธิ์และกรดกำมะถันตั้งขนาบชุมชนอยู่ และล่าสุดก็มีโรงงาน
อุตสาหกรรมปิโตรเคมีในเครือของ ปตท. ที่เพิ่งเปิดเดินเครื่องไปเมื่อเดือน
กรกฎาคมที่ผ่านมา
นางอารมณ์เล่าประสบการณ์ในลักษณะเดียวกันกับชาวบ้านที่มาบตาพุด
เผชิญว่า เวลาที่ฝนตกลงมาหนักๆ น้ำที่รองไว้ ผิวหน้าจะเหมือนมีคราบสนิม
ส่วนน้ำบ่อตื้นที่ชาวบ้านขุดไว้ใช้ เคยมีนักวิชาการมาตรวจวัดก็พบว่ามีโลหะหนัก
หลายชนิดเกินค่ามาตรฐาน เรียกว่าน้ำดินกินไม่ได้ น้ำฝนก็ใช้ไม่ได้ ที่สำคัญ
หลังจากฝนตก พริกผักที่ปลูกก็จะมีใบหงิกงอ ใบร่วง ช่อดอกร่วง
“น้ำใต้ดินเราไม่กล้าเอามาหุงข้าว ล้างผักก็ไม่กล้า ทุกวันนี้ชาวบ้านที่นี่
ต้องซื้อน้ำถัง แต่เราก็คิดนะว่ามันก็เป็นน้ำในพื้นที่ เราก็ไม่มั่นใจว่ามันจะ
ปลอดภัยหรือเปล่า แต่ไม่มีทางเลือก เราก็ต้องใช้”
นอกจากน้ำดินน้ำฟ้าที่ปนเปื้อนสารพิษแล้ว นางอารมณ์ยังระบุด้วยว่า
ชาวบ้านที่นี่จำนวนมากเป็นโรคภูมิแพ้ รวมทั้งสมาชิกทุกคนในครอบครัวของ

