Page 26 - hia_04_2010
P. 26
26
เสียงสะท้อนสุขภาพ
น้อยลงทุกปี
เมื่อห้าปีที่แล้วที่นาของสมพิศประสบปัญหา “ดินเสีย” ทำให้ข้าวเป็น
โรค มีหนอน เพลี้ยมาเยือนอยู่เสมอ เธอจึงเริ่มปรับปรุงดินด้วยการใส่ปุ๋ยหมัก
ตามคำแนะนำของกรมพัฒนาที่ดิน และได้ทดลองทำนาโดยใช้น้ำชีวภาพแทน
ปุ๋ยเคมีมากว่าสองปีแล้ว และหลังจากกลับจากมูลนิธิข้าวขวัญ เธอตัดสินใจจะ
ทำนาอินทรีย์เต็มรูปแบบ
“ตอนแรกตั้งใจทำนาอินทรีย์เต็มพื้นที่นา 15 ไร่ แต่เปลี่ยนเป็นแค่ 2 ไร่
ทำนาสองที่เพื่อเปรียบเทียบ ต้นทุนลดลงครึ่งๆ”
สมพิศบอกอย่างเต็มปากเต็มคำด้วยใบหน้าเอิบอิ่มสมนามสกุลว่า วิธีนี้
ทำให้เธอได้รับผลตอบแทนเป็นกอบเป็นกำในช่วงข้าวแพงเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา
เพราะไม่ต้องเจียดผลตอบแทนไปเป็นค่าปุ๋ยค่ายาเคมี
อย่างไรก็ตามเมื่อเร็วๆ นี้ เกิดเหตุการณ์ “เพลี้ยลง” เธอจึงจำต้องฉีด
ยาเคมีฆ่าเพลี้ย
หากย้อนกลับไปดูอดีตและเพื่อนบ้าน ก็ถือว่าเธอก้าวมาไกลและมี
พัฒนาการกว่าเพื่อนบ้าน และไม่ผิดหลักการของกลุ่มเกษตรชื่นบานที่มี
เป้าหมายเริ่มต้นคือ “ค่อยเป็นค่อยไป”
ในบรรดาเจ้าของแปลงนาอินทรีย์สาธิตบ้านบ่อเงิน ไม่มีใครมีประวัติ
การใช้สารเคมีโชกโชนเท่า อำพล ปั้นโพธิ์ อดีตนักร้องเพลงลูกทุ่งที่ผันตัวเอง
มาเป็นชาวนาเมื่อประมาณสิบปีก่อน ผู้ซึ่งนอกจากจะมีที่นาเคมีเป็นของตัวเอง
แล้ว เขายังมีทีมงานรับจ้างฉีดยาไปทั่วหมู่บ้านเพื่อแลกกับค่าจ้างไร่ละ 40 บาท
และปัจจุบันมีอาชีพใหม่คือการรับตัดยอดข้าวที่ดกงามจากการใช้สารเคมีจน
กลายเป็นที่อยู่อาศัยของแมลงศัตรูพืช ด้วยอัตราค่าจ้างไร่ละ 100 บาท ทำให้
เขามีรายได้วันละนับพันบาท ทั้งค่าฉีดยาและค่าตัดยอดข้าวเป็นรายได้ที่หาก
ใช้ภาษานักเศรษฐศาสตร์ก็เรียกได้ว่าเป็น “เงินทุนหมุนเวียน” เพื่อใช้ในชีวิต
ประจำวัน และนำเงินส่วนที่เหลือไปซื้อปุ๋ยและยาเพื่อใช้ในแปลงนาของตัวเอง
ประสบการณ์จากท้องนาของเพื่อนบ้าน ประกอบเข้ากับสิ่งที่ไปรู้เห็นที่
มูลนิธิข้าวขวัญ ทำให้อำพลก็หันมาทำแปลงนาสาธิตบนพื้นที่ 2 ไร่

