Page 266 - PDF_merged
P. 266
“การดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายต้องท�าสิ่งที่ดีที่สุดส�าหรับ
ผู้ป่วย ไม่ใช่สิ่งที่ญาติคิดว่าดีที่สุด เพราะอาจไม่ดีส�าหรับผู้ป่วย
ก็ได้”
ศาสตราจารย์ แพทย์หญิงสุมาลี นิมมานนิตย์ ผู้ผลัก
ดันให้เกิดโครงการ “รักษาใจยามเจ็บป่วย” ของคณะแพทยศาสตร์
ศิริราชพยาบาล และเป็นวิทยากรในการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย
เคยกล่าวไว้ว่าเมื่ออาการป่วยมาถึงระยะสุดท้าย ผู้ป่วยจะเบื่อ
อาหารและกินได้น้อยลง เป็นเพราะร่างกายก�าลังจะกลับคืนสู่
ธรรมชาติ ญาติไม่เข้าใจก็จะพยายามให้ผู้ป่วยกิน เพื่อจะได้
มีแรง
การให้อาหารเข้าไปจะกลายเป็นขยะสะสมอยู่ในตัว
ผู้ป่วย การเบื่ออาหารนับเป็นผลดีมากกว่าผลเสีย เพราะท�าให้
ร่างกายผู้ป่วยหลั่งสารคีโทนออกมา สารนี้ท�าให้ผู้ป่วยรู้สึกสบาย
และบรรเทาอาการปวดไปด้วย ส่วนการให้น�้าก็ไม่จ�าเป็นอีก
เช่นกัน ภาวะที่ร่างกายขาดน�้า ต่อมใต้สมองจะหลั่งสารเอ็นโด
ฟินด์ออกมา
ครั้งที่เฝ้าดูแลน้องสาวที่อาการป่วยมาถึงระยะสุดท้าย
อาจารย์แสวงสังเกตว่าเมื่องดน�้า ตนได้กลิ่นของเอนโดฟินด์ที่
หลั่งออกมาเหมือนกลิ่นผลไม้ที่สุกมากที่มากับลมหายใจของ
ผู้ป่วย นั่นคือการที่ธรรมชาติได้แสดงให้เห็นในช่วงสุดท้ายของ
ชีวิต
อาจารย์แสวงเขียนลิฟวิ่ง วิลล์ของตนไว้เรียบร้อยแล้ว
อย่างละเอียดและรอบคอบ ใส่ซองสีน�้าตาล วางไว้บนหิ้งพระ
ข้ อ ส อ บ สํ า คั ญ ชื่ อ ‘ค ว า ม ต า ย’ 265

