Page 21 - 60-03-117 TH2560
P. 21
เมื่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเสด็จขึ้นครองราชย์ ตั้งแต่วันที่
9 มิถุนายน พ.ศ.2489 ประเทศไทยยังอยู่ทั้งในสภาพด้อยพัฒนา และบอบช�้าจาก
สงครามโลกครั้งที่ 2 แม้จะไม่พินาศย่อยยับอย่างญี่ปุ่น เยอรมนี หรือประเทศที่เป็นสมรภูมิ
รบโดยตรงอื่นๆ ถนนหนทางยังอยู่ในสภาพทุรกันดาร ประชาชนยังเจ็บป่วยและเสียชีวิตจาก
โรคที่ป้องกันได้ด้วยวัคซีน โรคติดเชื้อ และภาวะขาดอาหาร แม้จะเริ่มมีบริการทางการแพทย์
แบบตะวันตก ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 การแพทย์แผนปัจจุบันสมัยนั้นก็ยังพัฒนาไม่มาก ข้อ
ส�าคัญยังกระจุกอยู่แต่ในเมืองหลวงและเมืองใหญ่บางเมืองเท่านั้น
อัตราตายของมารดาสูงกว่า 400 ต่อแสน และอัตราทารกมรณะยังอยู่ในหลักร้อยต่อการ
เกิดมีชีพพันราย แม้ตัวเลขตามรายงานจะต�่ากว่าร้อย โรคคอตีบ ไอกรน และบาดทะยัก
ยังพบได้ทั่วไป ในตึกคนไข้เด็กจะพบเด็กต้องถูกเจาะคอเพราะคอตีบจ�านวนมาก โรคไอกรน
ซึ่งจะมีอาการไอรุนแรง และมักเป็นอยู่นานราวร้อยวันจึงหายไปเอง จนเรียกโรคนี้ว่าโรคไอ
ร้อยวัน หลายหมู่บ้านจะได้ยินเสียงเด็กไอรับกันตั้งแต่หัวบ้านจรดท้ายบ้าน อหิวาตกโรค
ระบาดและท�าให้ผู้คนเสียชีวิตเป็นจ�านวนมากเป็นประจ�า วัณโรคเป็นโรคที่พบอย่าง
กว้างขวาง เมื่อเป็นแล้วโดยมากโรคมักจะลุกลามจนท�าให้ผู้ป่วยเสียชีวิต จนนักประพันธ์มัก
จะน�าไปเขียนเป็นโรคของคน “อกหัก” เช่น ม.ร.ว. กีรติ ในนวนิยายเรื่องข้างหลังภาพของ
ศรีบูรพา นักประพันธ์คนส�าคัญของไทยคือยาขอบก็เสียชีวิตจากวัณโรค โรคเรื้อนยังเป็น
ปัญหาสาธารณสุขที่ส�าคัญ เช่นเดียวกับคุดทะราด ต่อมาเมื่อโรคโปลิโอแพร่ระบาดขึ้น
ประชาชนคนไทยก็เป็นโรคนี้กันอย่างกว้างขวาง โรคหัด ซึ่งปัจจุบันมีวัคซีนป้องกัน และ
ประเทศไทยได้ฉีดให้แก่เด็กไทยทั่วประเทศมานับสิบปีแล้ว แต่ก่อนก็เป็นโรคที่ถือเป็นธรรมดา
ที่เด็กทุกคนต้องเป็น ทั้งๆ ที่โรคนี้อาจท�าให้เกิดโรคแทรกซ้อนรุนแรงถึงตาย เช่น ปอดบวม
หรือเป็นรุนแรง ขนาดเด็กเดินได้แล้วถึงขั้นกลับเดินไม่ได้ ต้องหัดเดินใหม่ก็มี (16)
20 สุขภาพคนไทย 2560
60-03-117 006-075 sukapap new30-3 i_coated.indd 20 3/30/17 9:55 PM

