Page 26 - 60-03-117 TH2560
P. 26
พระองค์ทรงสัมผัสตัวผู้ป่วย
มีพระราชด�ารัสกับผู้ป่วย
และแย้มพระสรวลให้ การเสด็จเยี่ยมผู้ป่วย
นี้เป็นสิ่งส�าคัญ พระองค์ทรงพยายาม
ทรงมีพระราชด�ารัสเล่าไว้ เมื่อ พ.ศ. 2540 ให้เห็นว่าไม่เคยทรงรังเกียจผู้ป่วยเหล่านี้
ว่า “เมื่อไปเยี่ยมราษฎรในต่างจังหวัด
(นราธิวาส วันที่ 25 มีนาคม 2502) ได้ และประชาชนก็เห็น และยังส�าคัญด้วย
เห็นคนที่เป็นโรคเรื้อนคนหนึ่งมานั่งอยู่กับ ที่จะให้คณะแพทย์ได้เห็นภาพนี้
ประชาชน แพทย์ที่ไปด้วยก็บอกว่าคนนั้น
เป็นโรคอย่างนั้นๆ ไม่กล้าที่จะบอกว่าเป็น เพราะแพทย์เองก็กลัว
โรคเรื้อน แต่ก็เข้าไปใกล้เขา แล้วก็ไปถาม
เขาว่าอยู่ที่ไหน และเป็นอย่างไร แพทย์ที่
ไปด้วยก็ตกใจ ก็กลัว หมายความว่าแพทย์
เองก็ไม่ทราบว่าโรคเรื้อนนี้ติดต่อยาก”
ในโรงพยาบาล และยอมรับการรักษา แต่
นายแพทย์ธีระ เล่าว่า“ความรังเกียจในยุค ก่อนนี้หนีเวลาให้เข้ามาที่โรงพยาบาล
นั้น เลวร้ายกว่าความรังเกียจผู้ป่วยโรค มีโอกาสหนีเมื่อไรก็หนี ไม่ยอมให้หมอ
เอดส์ที่เราเห็นตอนหลังเสียอีก” กระทั่ง รักษา ซึ่งเป็นสิ่งที่อันตรายอย่างยิ่ง” (23)
บุตรหลานที่สุขภาพดีของผู้ป่วยโรคเรื้อน
บ่อยครั้งถูกปฏิเสธไม่ให้เข้าเรียน เพราะ ในที่สุด โลกก็เอาชนะโรคเรื้อนได้ เมื่อ
เกรงกันว่าจะไปแพร่เชื้อโรคในโรงเรียน องค์การอนามัยโลก แนะน�าให้ใช้ยาบ�าบัด
สามตัว เป้าหมายจึงไม่เพียงการควบคุม
นายแพทย์ธีระ ทบทวนถึงพระราชด�ารัส (Control) หรือการป้องกัน (Prevention)
ที่ทรงพระราชทานแก่ผู้ที่ท�างานในมูลนิธิ โรคนี้ให้ได้เท่านั้น แต่ถึงขั้นมุ่งขจัด
ราชประชาสมาสัยว่า “ในการรักษาผู้ป่วย กวาดล้าง (Eradication) โรคนี้ให้หมดสิ้น
ต้องรักษาใจเขาให้ได้ ต้องเข้าถึงใจเขา ไม่ใช่ ไปจากโลกเหมือนที่เคยกวาดล้างไข้ทรพิษ
แค่ความเจ็บปวดหรืออาการ ต้องท�าให้เขา ให้หมดไปจากโลกได้แล้ว เมื่อหลาย
เห็นว่าโรคเรื้อนรักษาได้” ทรงแนะว่า ทศวรรษก่อน
ประโยชน์ของการให้ก�าลังใจผู้ป่วยนั้นมีถึง
สองประการ “เพราะท�าให้ยอมที่จะเข้ามา
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช กับสุขภาพคนไทย 25
60-03-117_006-075_new1-04 P coated sukapap.indd 25 4/1/17 10:50 AM

