Page 8 - thaihealth
P. 8
ส่วนสถานบริการสุขภาพภาคเอกชนทั่วประเทศ พ.ศ.2559 ประกอบด้วย โรงพยาบาลเอกชน 342 แห่ง คลินิก
เอกชน 21,906 แห่ง ร้านขายยาทุกประเภท 23,534 แห่ง และสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ 2,842 แห่ง ส่วน
เทคโนโลยีทางการแพทย์พบว่า เครื่องมือแพทย์ที่มีเทคโนโลยีสูง มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เช่น เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์
(CT Scan), เครื่องตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI), เครื่องเร่งอนุภาพ (LINAC), เครื่องส่องกล้อง (ERCP) ซึ่ง
ส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ในเขตสุขภาพที่ 13 มากที่สุด การมีหลักประกันสุขภาพและสิทธิการรักษาพยาบาล พบว่า
ประชากรไทยมีหลักประกันสุขภาพในภาพประเทศโดยมีสิทธิประกันสุขภาพถ้วนหน้ามากที่สุด ร้อยละ 72 รองลงมา
เป็นสิทธิประกันสังคม สิทธิข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ และสิทธิอื่นๆ ตามล าดับการใช้บริการสถานบริการสาธารณสุข
พบว่า ในปี 2559 ผู้ป่วยนอกใช้บริการในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพต าบล โรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไปและ
โรงพยาบาลชุมชน มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2555 ส่วนเขตสุขภาพที่ 13 พบว่า ผู้ป่วยนอกใช้บริการ
ที่โรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงอื่น ๆ และรัฐวิสาหกิจ โรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข และโรงพยาบาล
สังกัดกรุงเทพมหานครเพิ่มขึ้น แต่ใช้บริการที่ศูนย์บริการสาธารณสุขกรุงเทพมหานครและโรงพยาบาลเอกชนลดลง
เล็กน้อย ส าหรับผู้ป่วยใน เขตสุขภาพที่ 1-12 ใช้บริการที่โรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไปเพิ่มขึ้น ขณะที่ใช้
บริการที่โรงพยาบาลชุมชนลดลงเล็กน้อย ส่วนเขตสุขภาพที่ 13 พบว่า ผู้ป่วยในใช้บริการที่โรงพยาบาลใน
กรุงเทพมหานครลดลงเล็กน้อย โดยใช้บริการที่โรงพยาบาลเอกชนสูงที่สุด รองลงมาเป็นโรงพยาบาลในสังกัด
กระทรวงอื่นและรัฐวิสาหกิจ และโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข ขณะที่ผู้ป่วยในใช้บริการที่โรงพยาบาล
สังกัดกรุงเทพมหานครน้อยที่สุด สัดส่วนเตียงต่อประชากร พ.ศ. 2559 พบว่า เขตสุขภาพที่ 1, 2, 5, 11 และ 12 มี
เตียงต่อประชากรสูงกว่าค่าประเทศ ขณะที่เขตสุขภาพที่ 3, 4, 6, 7, 8, 9 และ 10 มีเตียงต่อประชากรต่ ากว่าค่า
ประเทศ แพทย์สังกัดกระทรวงสาธารณสุข 1 คน ดูแลผู้ป่วย 4-6 เตียง และอัตราครองเตียงสังกัดกระทรวง
สาธารณสุขทุกเขตสุขภาพอยู่ระหว่างร้อยละ 76-96 ส าหรับการใช้บริการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก
พ.ศ. 2555–2559 พบว่า มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกเขตสุขภาพ
ด้านการเงินการคลังสุขภาพ พบว่า หน่วยบริการสังกัดส านักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขในเขตสุขภาพ
ประสบภาวะวิกฤตการเงินระดับ 7 ในไตรมาสที่ 4 มีแนวโน้มลดลงเกือบทุกเขต จากร้อยละ 3.4 – 26.9 ใน พ.ศ.
2555 เป็นร้อยละ 0 – 21.3 ใน พ.ศ. 2560 ยกเว้น เขตสุขภาพที่ 3, 4 และ 11 ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

