Page 11 - thaihealth
P. 11
1.2 พัฒนาการของเขตสุขภาพ
เดิมเขตสุขภาพพัฒนามาจากเขตตรวจราชการของส านักนายกรัฐมนตรี ที่มีการแบ่งพื้นที่
ออกเป็น 12 เขต เพื่อตรวจ ติดตามผล เร่งรัด สืบสวนข้อเท็จจริง เพื่อให้การปฏิบัติงานของหน่วยงานของ
รัฐ และเจ้าหน้าที่ของรัฐได้ผลสมประโยชน์ต่อทางราชการ โดยใน พ.ศ. 2531 กระทรวงสาธารณสุขมีการ
ก าหนดเขตตรวจราชการ มี 12 เขต เพื่อให้สอดคล้องกับเขตตรวจราชการของส านักนายกรัฐมนตรี ใน
ส่วนกรมต่างๆ ในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข มีการจัดตั้งศูนย์หรือสถาบันในระดับเขต (กลุ่มจังหวัด) เช่น
ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ ศูนย์อนามัย ส านักงานควบคุมโรคเขต
ช่วงปี
รัฐบาลได้ปรับการบริหารงานแบบกลุ่มจังหวัด (Cluster) หลายกระทรวง
พ.ศ.2546 รวมทั้งกระทรวงสาธารณสุข ได้จัดแบ่งเขตตรวจราชการ เป็น 18 เขต รวมถึง
เขตตรวจราชการส่วนกลาง กรุงเทพมหานคร รวมทั้งสิ้น 19 เขต โดยมีบทบาท
หน้าที่เหมือนกันกับช่วงแรก
กระทรวงสาธารณสุข ได้เริ่มทดลองการด าเนินงานปรับรูปแบบการจัดบริการ
พ.ศ.2556 และการบริหารจัดการในลักษณะเขตสุขภาพ โดยแบ่งเป็น 12 เขต แต่ละเขต
ครอบคลุม 4-8 จังหวัด ประชากร 4-6 ล้านคน เพื่อให้มีขนาดที่เหมาะสม
(Economy of scale) ในการจัดระบบบริการสุขภาพในเขตพื้นที่ได้ตรงกับ
ปัญหาสุขภาพในพื้นที่ เอื้อต่อการพัฒนาระบบส่งต่อ โดยมุ่งหวังเพิ่มการเข้าถึง
บริการที่มีคุณภาพ และเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ รวมทั้งมีการ
กระจายอ านาจการบริหารจัดการจากส่วนกลางไปสู่ส่วนภูมิภาค ด้วยการมอบ
อ านาจเชิงปฏิบัติการให้ผู้ตรวจราชการเขต ผ่านการก าหนดตัวชี้วัด และก ากับ
ติดตามการน านโยบายสู่การปฏิบัติระดับเขต ทั้งนี้ การด าเนินนโยบายเขต
สุขภาพมีความยืดหยุ่น โดยมีการปรับแนวทาง/กระบวนการท างานอย่าง
ต่อเนื่อง มีตัวอย่างรูปธรรมการด าเนินงานที่ส าเร็จในการจัดระบบบริการ
รักษาพยาบาลโรคที่เป็นปัญหาของเขตสุขภาพต่างๆ เช่น การบริการ
รักษาพยาบาลโรคหัวใจหลอดเลือดที่มีการเชื่อมเครือข่ายของสถานพยาบาล
แต่ละระดับ ควบคู่กับการพัฒนาขีดความสามารถของบุคลากรใน
สถานพยาบาลในเครือข่ายให้สามารถผ่าตัดโรคหัวใจและการสวนหัวใจ หรือ
การให้ยาละลายลิ่มเลือด ช่วยลดระยะเวลาในการรอคิวผ่าตัดหัวใจ และเพิ่ม
การเข้าถึงให้ยาละลายลิ่มเลือด ส่งผลให้อัตราตายจากโรคหัวใจลดลง หรือเพิ่ม
การเข้าถึงบริการผ่าตัดต้อกระจก เป็นต้น
รายงานสุขภาพ
3 คนไทยระดับเขต

