Page 33 - thaihealth
P. 33
3) โอกาสในการเลือกใช้สถานบริการมีความแตกต่างกันระหว่างกลุ่มชั้นที่มีฐานะแตกต่างกัน โดย
จากผลการศึกษาของ นพ.วิโรจน์ ตั้งเจริญเสถียร พบว่า กลุ่มคนจนที่สุด เลือกใช้บริการสถานี
อนามัยสูงที่สุด (ร้อยละ 36 – 40) ขณะที่กลุ่มคนรวยที่สุดใช้โรงพยาบาลเอกชนสูงสุด (ร้อยละ
50)
4) คามเหลื่อมล้ าของการกระจายครุภัณฑ์ทางการแพทย์ราคาแพงที่มีให้บริการเฉพาะ
โรงพยาบาลที่มีขนาดใหญ่ ซึ่งส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ที่กรุงเทพมหานครและภาคกลาง ส่วนภาค
ตะวันออกเฉียงเหนือกระจุกตัวน้อยที่สุด
2.2 ด้านสังคม
2.2.1 ประชากรและการอพยพย้ายถิ่น
1) โครงสร้างประชากรเปลี่ยนแปลงเข้าสู่การเป็นสังคมผู้สูงอายุ
อัตราเพิ่มของประชากรไทยมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง
จากร้อยละ 0.44 ใน พ.ศ. 2554 เป็นร้อยละ 0.35 ใน พ.ศ. 2558
และภาวะเจริญพันธุ์ลดลงจากร้อยละ 6.3 ใน พ.ศ. 2507 เป็นร้อย
ละ 1.6 ใน พ.ศ. 2558 และคาดว่าจะลดลงเป็นร้อยละ 1.3 ใน พ.ศ.
2583 ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรของไทย คือ
โครงสร้างที่สัดส่วนประชากรวัยเด็กอายุ 0-14 ปี และวัยท างาน
ลดลง จากร้อยละ 17.8 ใน พ.ศ. 2559 เป็นร้อยละ 14.3 ใน พ.ศ.
2573 และจากร้อยละ 67.0 ใน พ.ศ. 2559 เป็นร้อยละ 59.5 ใน
พ.ศ. 2573 ตามล าดับ โดยทุกเขตสุขภาพมีสัดส่วนวัยเด็กลดลงจาก
ร้อยละ 15 – 23 ใน พ.ศ. 2559 เป็นร้อยละ 11 – 19 ใน พ.ศ.
2573 และสัดส่วนวัยท างานลดลงจากร้อยละ 64 – 68 ใน พ.ศ.
2559 เป็นร้อยละ 50 – 66 ใน พ.ศ. 2573 ขณะที่สัดส่วนของ
ประชากรผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นจนเข้าสู่การเป็นสังคมผู้สูงวัย ในภาพ
ประเทศเพิ่มจากร้อยละ 15.2 ใน พ.ศ. 2559 เป็นร้อยละ 26.2 ใน
พ.ศ. 2573 โดยทุกเขตสุขภาพมีสัดส่วนผู้สูงวัยเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 13
– 18 ใน พ.ศ. 2559 เป็นร้อยละ 21 – 35 ใน พ.ศ. 2573 ซึ่งพบว่า
เขตสุขภาพที่มีสัดส่วนผู้สูงอายุมากกว่าร้อยละ 30 ได้แก่ เขตสุขภาพ
ที่ 1, 2, 3 และ 9 ขณะที่เขตสุขภาพที่ 4, 5, 6, 7, 8, 10, 11, 12
และ 13 มีสัดส่วนผู้สูงอายุอยู่ระหว่างร้อยละ 21 – 28
รายงานสุขภาพ
25 คนไทยระดับเขต

