Page 9 - 60-03-117 TH2560
P. 9
บทน�า
` `
เมื่อพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดลเสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน
พ.ศ. 2489 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงเป็นพระอนุชาพระองค์
เดียวของพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ โดยทรงด�ารงพระอิสริยยศเป็นสมเด็จพระเจ้า
น้องยาเธอ เจ้าฟ้าภูมิพลอดุลยเดช รัฐบาลและรัฐสภา จึงพร้อมใจกันโดยรัฐสภาได้
มีมติเป็นเอกฉันท์กราบบังคมทูลอัญเชิญเสด็จขึ้นครองราชย์สืบสันตติวงศ์ต่อมาในวันเดียวกัน
นั้นเอง (1)
ขณะนั้น สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าภูมิพลอดุลยเดช ทรงมีพระชนมพรรษาเพียง
18 ปี 6 เดือน 4 วัน ยังไม่ทรงบรรลุนิติภาวะ และยังอยู่ระหว่างทรงศึกษาเล่าเรียน
ในวันที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2489 จึงทรงเสด็จพระราชด�าเนินกลับไปทรงศึกษาต่อ ณ
ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ทรงมีพระราชด�ารัสอ�าลาประชาชนทางวิทยุกระจายเสียงว่า
“ข้าพเจ้ามีความจ�าเป็นที่จะต้องจากประเทศไทยและพวกท่านทั้งหลาย
เพื่อไปศึกษาต่อให้มีความรู้ด้านใหม่”
ในวันที่เสด็จนิราศจากประเทศไทยไปนั้น มีเหตุที่แสดงถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหา
กษัตริย์ของปวงชนชาวไทย และเป็นเครื่องผูกมัดหลอมรวมจิตใจของประชาชนเข้าเป็นอัน
หนึ่งอันเดียวกันกับองค์พระมหากษัตริย์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
ทรงพระราชนิพนธ์ไว้ในพระราชนิพนธ์บันทึกประจ�าวันว่า
“ที่ถนนราชด�าเนินกลาง ราษฎรเข้ามาจนชิดรถที่เรานั่ง กลัวเหลือเกินว่าล้อรถ
ของเราจะไปทับแข้งทับขาใครเข้าบ้าง รถแล่นฝ่าฝูงชนไปอย่างช้าที่สุด
ถึงวัดเบญจมบพิตร รถแล่นเร็วขึ้นได้บ้าง ตามทางที่ผ่านมา ได้ยินเสียงใครคนหนึ่ง
ร้องขึ้นมาดังๆ ว่า ‘อย่าละทิ้งประชาชน’ อยากจะร้องบอกเขา ลงไปว่า
‘ถ้าประชาชนไม่ทิ้งข้าพเจ้าแล้ว ข้าพเจ้าจะ “ละทิ้ง” อย่างไรได้’
แต่รถวิ่งเร็วและเลยไปไกลเสียแล้ว...”
60-03-117 006-075 sukapap new30-3 i_coated.indd 8 3/30/17 9:55 PM

