Page 38 - 60-03-117 TH2560
P. 38
โรงเรียนแพทย์แผนโบราณ
วัดพระเชตุพน (วัดโพธิ์)
` `
การแพทย์แผนไทยและการนวดแผนโบราณ มีประวัติความเป็นมาคู่กับชาติไทยมาแต่โบราณ
ในสมัยโบราณนั้นความรู้เกี่ยวกับการแพทย์และการนวดของไทยจะสั่งสอนสืบต่อกัน เป็น
ทอดๆ โดยครูจะรับตัวศิษย์ไว้แล้วค่อยสั่งค่อยสอนให้จดจ�าความรู้ต่างๆ ความรู้ที่สืบทอดกัน
มานั้น อาจเพิ่มพูน สูญหาย หรือเพี้ยนไปบ้างตามความสามารถของครูและศิษย์เป็นส�าคัญ
จวบจนสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ได้โปรดเกล้าฯ ให้
ปฏิสังขรณ์ “วัดโพธาราม” หรือ “วัดโพธิ์” ขึ้นเป็นพระอารามหลวง ทรงให้รวบรวม ต�ารา
ยา ฤาษีดัดตน จวบจนต�าราการนวด แล้วให้จารึกไว้ตามศาลาราย เพื่อให้ประชาชนได้ศึกษา
โดยทั่วกัน ต่อมาใน พ.ศ. 2375 ครั้งรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระ
กรุณาโปรดเกล้าฯ ให้บูรณะวัดโพธิ์ใหม่ ทรงให้หล่อรูปฤาษีดัดตนเป็นโลหะ และทรงให้
รวบรวมต�าราการนวดและต�าราการแพทย์จารึกในวัดโพธิ์ เพื่อเผยแพร่ให้ประชาชนทั่วไป
ศึกษา และน�าความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อไป ต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จ
พระปิยมหาราช ทรงโปรดเกล้าฯ ให้แพทย์หลวงจัดสังคายนาและแปลต�าราแพทย์จากภาษา
บาลี และสันสกฤตเป็นภาษาไทย เรียกต�าราแพทย์ศาสตร์สงเคราะห์ (ฉบับหลวง) ซึ่งต�ารานี้
ได้แยกการนวดเป็นวิชาหัตถศาสตร์ เรียกว่า “ต�าราแบบนวดฉบับหลวง” ใน พ.ศ. 2466
มีการออกพระราชบัญญัติการแพทย์ (การประกอบโรคศิลปะ) โดยแบ่งการแพทย์เป็น 2 แผน
คือ แพทย์แผนปัจจุบัน และแพทย์แผนโบราณ แพทย์แผนโบราณแบ่งออกเป็น 4 สาขา คือ
สาขาเวชกรรมแผนโบราณ สาขาเภสัชกรรมแผนโบราณ สาขาผดุงครรภ์แผนโบราณ และ
สาขานวดแผนโบราณ และเมื่อมีการออกพระราชบัญญัติการประกอบโรคศิลปะใหม่
(พ.ศ. 2479) ได้มีการตัดสาขาการนวดแผนโบราณออก ใน พ.ศ. 2498 ท่านเจ้าคุณพระธรรม
วโรดม (ปุ่น ปุณณสิริ) ซึ่งต่อมาท่านได้เป็นสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณสมเด็จพระสังฆราช
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช กับสุขภาพคนไทย 37
60-03-117 006-075 sukapap new30-3 i_coated.indd 37 3/30/17 9:56 PM

