Page 17 - CHIA-ตือโละปาตานี
P. 17

14                                                                                                       15



























 © เขมวไล ธีรสุวรรณจักร         ©  อรัญ สุขศึกพ่าย/กรีนพีซ  © อรัญ สุขศึกพ่าย/กรีนพีซ





 โละปาตานี” เป็นภาษามาลายู โดย “ตือโละ” แปลว่า อ่าว ส่วน “ปาตา” หมายถึง   ลำาน้ำาสำาคัญ นอกจากแม่น้ำาปัตตานีและคลองยะหริ่งแล้ว ยังมีคลองตุหยง หรือ
 “ตือชายหาด หรือที่เรารู้จักกันในนาม “อ่าวปัตตานี” ชาวประมงพื้นบ้านเล่าว่า มีขอบเขต  คลองหนองจิก อีกด้วย ซึ่งแต่เดิมคลองตุหยงเป็นลำาน้ำาสายหลักของแม่น้ำาปัตตานี
 ตั้งแต่ชายฝั่งทะเล อำาเภอเทพา จังหวัดสงขลา ผ่านอำาเภอหนองจิก อำาเภอเมือง อำาเภอยะหริ่ง    แต่การขุดคลองสุไหงบารูหรือคลองใหม่ทำาให้ลำาคลองตื้นเขินจนเปลี่ยนทิศทางของน้ำา

 ไปจรดแหลมตาชี จังหวัดปัตตานี มีทั้งส่วนที่เป็นทะเลนอก เรียกว่า “ลาโอะ ลูวา” ทะเลใน เรียกว่า   และน้ำาเค็มรุกเข้ามามากจนกรมชลประทานต้องทำาประตูระบายน้ำาที่บ้านตุยง เพื่อให้
 “ลาโอะ ดาแล” และป่าชายเลน ใต้ท้องทะเลมีกองหินธรรมชาติจำานวนมาก ทั้งที่มีชื่อและไม่มีชื่อ   พื้นที่เหนือประตูน้ำาทำาการเกษตรได้ จุดแพรกลำาน้ำาเดิมอยู่ที่ตำาบลยาบีก่อนไหลออก

 อาทิ กองหินตาแซะ กองหินตูวอ กองหินบางน้ำาผึ้ง ฯลฯ มีแนวปะการังยาวตลอดชายฝั่ง ทั้งที่เป็น  ทะเลบางตาวา ลำาน้ำาสายนี้มีชื่อเรียกตามท้องถิ่น เช่น ช่วงต้นน้ำาแยกจากแม่น้ำาปัตตานี
 ปะการังธรรมชาติและปะการังเทียม มีดอนสันทรายกลางทะเล ชื่อ ดอนผีสิง   เรียกว่า  คลองหนองจิก  ช่วงที่ไหลผ่านบ้านมะพร้าวต้นเดียว  บ้านตันหยงปุโละ

 ระบบนิเวศ เป็นแบบทะเลตมและป่าชายเลน การไหลเวียนของน้ำาเป็นแบบผสมผสานระหว่าง  บ้านกาเดาะ บ้านคลองวัว เรียกชื่อ คลองกาแลกูโบ ช่วงที่ไหลผ่านตำาบลตุยงเรียกชื่อว่า

 น้ำาจืด น้ำาเค็มและน้ำากร่อย มีปากแม่น้ำาที่ไหลลงทะเลทางฝั่งตะวันตกของอ่าว ได้แก่ ปากน้ำาสะกอม   คลองตุยง และเมื่อออกปากน้ำาเรียกว่า คลองบางตาวา เมื่อปี พ.ศ.2433 พระบาทสมเด็จ
 ปากน้ำาเทพา ปากคลองเกาะแลหนัง ปากคลองบางราพา ปากคลองตันหยงเปาว์ ปากคลองสายหมอ   พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จประพาสแหลมมลายู ก็ได้เข้าคลองตุยงและพายเรือ
 ปากคลองบางตาวา ปากคลองบางปลาหมอ และปากแม่น้ำาปัตตานี โดยแม่น้ำา  เข้าไปจึงถึงบ้านตุยงที่เป็นบริเวณที่ตั้งบ้านเจ้าเมืองหนองจิก ทรงบรรยายว่าสองฝั่งนั้น

 ลำาคลองเหล่านี้มีต้นกำาเนิดจากเทือกเขาสันกาลาคีรี ไหลผ่านป่าชายเลนผืนใหญ่  เป็นทุ่งนาปลูกพืชต่างๆ รวมทั้งยาสูบ 2
 สองแปลงเนื้อที่รวมกันนับหมื่นไร่ คือ ป่าชายเลนคลองตูหยง และ ป่าชายเลน  การสัญจรของชาวบ้านในอดีตใช้เรือเป็นหลัก โดยมีเส้นทางเรือเมล์จากบางหลิง

 บางปู ซึ่งเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำาวัยอ่อน ตะกอนจากปากน้ำาที่ไหลลงอ่าว  ไปยังปัตตานี ซึ่งจะแล่นในคลองป่าชายเลน แต่ภายหลังจากการตัดถนนเพชรเกษมและ
 ปัตตานีนี้ทำาให้เกิดความอุดมสมบูรณ์ตามธรรมชาติเนื่องจากเป็นแหล่งอาหาร  มีเส้นทางรถไฟสายใต้ ชาวบ้านได้เปลี่ยนวิถีการเดินทางจากทางน้ำาเป็นทางบก ลำาคลอง
 ของสัตว์น้ำา                 ในป่าชายเลนเหล่านี้จึงกลายเป็นแหล่งหากินของชาวประมงพื้นบ้าน และบริเวณที่มี

 ลักษณะเด่นของพื้นที่นี้คือ พบสาหร่ายผมนางและหญ้าทะเลอยู่มาก    ต้นโกงกางโน้มตัวเข้าหากันเป็นอุโมงค์ ชุมชนก็ได้พัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ

 โดยเฉพาะ “หญ้าอำาพัน” ซึ่งเป็นชนิดที่พะยูนชอบกินมากที่สุด พะยูน เป็นสัตว์
 เลี้ยงลูกด้วยนมที่มีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ ประเทศไทยพบพะยูนน้อยมากทั้งฝั่ง
 อ่าวไทยและฝั่งอันดามัน ชาวบ้านแถบนี้เรียก“พะยูน” ว่า “ตูหยง” หรือ “ดูหยง”   2   วลัยลักษณ์ ทรงศิริ. สถานภาพการศึกษาภูมิวัฒนธรรมอ่าวปัตตานี มูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธ์ http://

 และเคยพบว่ามีพะยูนมาหากินบริเวณอ่าวปัตตานีมาแล้วหลายปี 1  © ศิรชัย อรุณรักษ์ติชัย/กรีนพีซ  lek-prapai.org/home/view.php?id=803



 1   วลัยลักษณ์ ทรงศิริ. สถานภาพการศึกษาภูมิวัฒนธรรมอ่าวปัตตานี มูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธ์ สืบค้นจากเวปไซต์
 http://lek-prapai.org/home/view.php?id=803
   12   13   14   15   16   17   18   19   20   21   22