is_mobile : is_tablet :

การเปิดโอกาสให้เกิดการมีส่วนร่วม

  • O33 : การเปิดโอกาสให้เกิดการมีส่วนร่วม

    • by admin - Wed, 05/20/2020 - 22:27

    สช.ผนึกกำลังองค์ภาคี สู้ศึก! ในปฏิบัติการ “รวมพลังพลเมืองตื่นรู้ สู้ภัยโควิด19”

       3 เมษายน 2563 สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) ประสานความร่วมมือภาคีเครือข่าย ‘ปฏิบัติการรวมพลังพลเมืองตื่นรู้ช่วยชาติสู้ภัยโควิด19’ ถ่ายทอดสดผ่านเฟซบุ๊กเพจ สช.สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ โดยหน่วยงานด้านนโยบายต่างๆ ได้อธิบายภาพความร่วมมือระหว่างกันและบทบาทในการสนับสนุนงานในพื้นที่

       นพ.สำเริง แหยงกระโทก ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดตอนนี้กำลังมุ่งสู่ต่างจังหวัด ในส่วนของสาธารณสุขนั้นได้จัดให้มีศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข (EOC) ในทุกจังหวัดเพื่อประสานความร่วมมือต่างๆ โดยระดับย่อยสุดคือ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ที่มีราว 1 ล้านคน เคาะประตูให้ความรู้ประชาชน นอกจากนี้ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้จัดสรรงบให้อำเภอทุกแห่งแห่งละ 100,000 บาท ในสถานการณ์เช่นนี้ คณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ (พชอ.) สามารถนำมาใช้จัดประชุมปรึกษาหารือในทุกตำบลเพื่อให้เกิดการบูรณาการงานร่วมกัน

       นพ.ประทีป ธนกิจเจริญ เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ กล่าวว่า โควิด19 กำลังเดินทางจาก กทม.และเมืองใหญ่เข้าสู่ชุมชนทุกบ้าน เพราะลูกหลานกำลังกลับมาจากการปิดงาน ขณะที่หมู่บ้านเป็นพื้นที่ที่มีกลุ่มเสี่ยงจำนวนมากคือ ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก ผู้ป่วยเรื้อรัง กลุ่มเปราะบางเหล่านี้ถ้าติดไวรัสจะป่วยหนักต้องนอนโรงพยาบาล และมีโอกาสเสียชีวิตสูง จึงต้องมีมาตรการป้องกันของประชาชนในพื้นที่

       เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติกล่าวต่อว่า ตอนนี้หลายพื้นที่ได้สร้างระบบเพื่อให้เกิดข้อตกลงร่วม หรือที่เรียกว่า ‘ธรรมนูญพลเมืองตื่นรู้ช่วยชาติสู้ภัยโควิด19’ ซึ่งเกิดจากการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในพื้นที่ และมีการแบ่งหน้าที่กันชัดเจนว่า อปท. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ครอบครัว ประชาชนแต่ละคนต้องทำอย่างไร ส่วนเนื้อหาของข้อตกลงประกอบด้วยอย่างน้อย 5 เรื่อง คือ 1.การจัดกระบบข้อมูลการรับรู้ของประชาชนที่ถูกต้อง 2.การจัดระบบดูแลกลุ่มแพร่เชื้อไวรัส ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มสัมผัสโรคมาก่อน กลุ่มตรวจเจอเชื้อ ต้องมีระบบการกักกันดูแลให้พวกเขาอยู่ได้ครบ 14 วัน 3.มาตรการดูแลกลุ่มเสี่ยงที่มีโอกาสติดเชื้อ เช่น คนแก่ เด็ก คนป่วย 4.รายละเอียดอนามัยส่วนบุคคลและครอบครัว 5.การร่วมด้วยช่วยกัน






    ที่มาแหล่งข่าว : 
    https://www.nationalhealth.or.th/




    อ่านเพิ่มเติม