is_mobile : is_tablet :

จากฝุ่น PM 2.5 สู่ โควิด-19: ร่วมฝ่าวิกฤตไปด้วยกัน


 
1. ตระหนัก! ภัยร้าย ‘ฝุ่น PM 2.5’ มากกว่ามลพิษทางอากาศ
คือ “ประตูเชื่อมสู่ความเสี่ยงต่อโควิด-19”


            กว่า 2 ปี แล้ว ที่คนไทยรู้จักฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือ “ฝุ่น PM 2.5” ในฐานะ “มลพิษที่มองไม่เห็น” ปกคลุมคละคลุ้งทั่วน่านฟ้ากรุงเทพมหานคร ยังกระจายไปยังจังหวัดปริมณฑลโดยรอบ รวมถึงแถบภาคเหนือ ภาคอีสานบางส่วน และพื้นที่อื่นๆ ทั่วประเทศ



     มลพิษฝุ่น PM 2.5 ก่อให้เกิดปัญหาด้านสุขภาพตามมาอย่างมาก ด้วยขนาดที่เล็กกว่าเม็ดเลือดแดง  เมื่อสูดผ่านการหายใจ ฝุ่นที่มาพร้อมกับโลหะหนักก่อมะเร็งจะลอยไปพร้อมกับออกซิเจนเข้าสู่ร่างกาย และแทรกซึมเข้าสู่ระบบไหลเวียนโลหิต ก่อนกระจายไปทั่วตั้งแต่ เม็ดเลือดแดง หัวใจ อวัยวะภายในอื่นๆ และก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงจนอาจเกิดเป็นโรคได้ในที่สุด (
https://infocenter.nationalhealth.or.th/node/27244)
         
     กระทั่งรัฐบาลดันให้การแก้ปัญหาฝุ่นเป็น “วาระแห่งชาติ” และคลอดแผนปฏิบัติการขับเคลื่อน “การแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง” เกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน อาทิ กรมควบคุมมลพิษ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพลังงาน กระทรวงคมนาคม กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงสาธารณสุข และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อใช้แก้ไขปัญหาเมื่อเดือนตุลาคม 2562   (https://www.bbc.com/thai/thailand-51030236)
         
     กระนั้น เครื่องมือที่คิดว่าจะเป็นทางออกช่วยไขปัญหากลับไม่เป็นอย่างที่ตั้งใจ หลังวันหยุดยาวเทศกาลขึ้นปีใหม่ รวมถึงสถานการณ์ไฟป่าในจังหวัดเชียงใหม่เมื่อต้นปี 2563 และในอีกหลายพื้นที่ ค่าฝุ่นกลับมาอยู่ในระดับสีส้มและสีแดง เป็นหลักฐานว่าฝุ่น PM 2.5 ยังคงเป็นอันตรายเรื้อรังอยู่คู่ประเทศไทย แม้จะมีมาตรการแก้ไขที่เป็นรูปธรรมแล้วก็ตาม (
https://news.thaipbs.or.th/content/290606)


เมื่อ PM 2.5 อาจกลายเป็นประตูเชื่อมสู่ “ความเสี่ยงต่อโควิด-19”

          ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กยิ่งทวีความรุนแรง เมื่อแพทย์ยืนยันว่า ฝุ่น PM 2.5 อาจกลายเป็นตัวเชื่อมหนึ่ง ที่ทำให้ผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 มีอาการรุนแรงขึ้นได้   



“กลุ่มเสี่ยงที่มีอาการรุนแรงจากไวรัส ไม่ใช่ผู้สูงอายุ มีโรคประจำตัว หรือสูบบุหรี่เท่านั้น
ผู้ที่ได้รับควันบุหรี่มือสอง ควันบุหรี่ไฟฟ้า และ ฝุ่น PM 2.5 ก็เสี่ยงเช่นกัน”


          “เนื่องจากควันหรือฝุ่นขนาดเล็กเหล่านั้นทำให้เกิดการระคายเคืองในเนื้อเยื่อทางเดินหายใจ ตั้งแต่ จมูก ลำคอ หลอดลมใหญ่ หลอดลมเล็ก หลอดลมฝอย ถุงลมในปอด เป็นการอักเสบระดับเซลล์ที่มองด้วยตาเปล่าไม่เห็น ซึ่งการอักเสบจะเป็นทันทีหลังจากได้รับควันในข้างต้น และแม้ร่างกายจะสามารถฟื้นฟูได้เอง แต่หากได้รับควันเป็นประจำ เป็นระยะเวลานาน จะทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรัง  จึงเหมือนเกราะป้องกันไวรัสถูกทำลาย”


         
รศ.นพ.นิธิพัฒน์ เจียรกุล หัวหน้าสาขาวิชาโรคระบบการหายใจและวัณโรค ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ในฐานะ นายกสมาคมอุรเวชช์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์  ให้ข้อมูล

           “ระบบทางเดินหายใจของคนเราจะมีระบบต้านทานเชื้อโรค ด้วยการสร้างเมือกไว้ดักจับสิ่งแปลกปลอม และมีขนเล็กๆ ในหลอดลมที่เรียกว่าซีเลีย คอยพัดโบกเอาเชื้อโรค เอาสิ่งสกปรกออกจากร่างกายผ่านการไอ จาม การอักเสบเรื้อรังจากการได้สูดดมฝุ่นควัน จะทำให้น้ำมูกที่ฉาบระบบทางเดินหายใจแห้งลง ขนเล็กๆ ที่คอยพัดโบกในหลอดลมก็ตาย ไม่สามารถกำจัดเชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอมออกไปได้ และเชื้อโรคก็จะฝ่าเข้าสู่เซลล์ที่มีการอักเสบที่ไร้เกราะป้องกันได้ง่ายกว่าปกติ”

         
ส่วนกลุ่มไหนเสี่ยงที่สุดต่อการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือป่วยโควิด-19 แล้วอาการจะรุนแรงกว่าหรือไม่นั้น รศ.นพ.นิธิพัฒน์ ชี้แจงว่า ยังไม่มีการศึกษาในเรื่องนี้อย่างเด่นชัด จึงไม่สามารถให้คำตอบได้ ดังนั้น ขอให้คนที่สัมผัสและต้องสูดดม ควัน ฝุ่น ก๊าซ บ่อยๆ ในช่วงที่โควิด-19 กำลังระบาด ควรปฏิบัติตัวอย่างเคร่งครัด โดยเลี่ยงไปในสถานที่ที่มีคนหมู่มาก หรือในที่ระบบอากาศปิดไม่ถ่ายเท หรือถ้าต้องไปควรใส่หน้ากาก

          นั่นหมายความว่า ประชาชนในพื้นที่ค่าฝุ่น PM 2.5 สูง รวมถึงตำรวจจราจร พนักงานกวาดถนน แรงงานก่อสร้าง กลุ่มแรงงานโรงโม่หิน เหมืองหิน โรงไฟฟ้าถ่านหิน และอาชีพอื่นๆ ที่สัมผัสกับฝุ่น ควัน ก๊าซ ฯลฯ มีสิทธิที่จะมีอาการรุนแรงจากโควิด-19 ได้มากขึ้น  ทั้งๆ ที่ทุกคนมีสิทธิในการดำรงชีวิตอยู่ภายใต้สิ่งแวดล้อมและสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพ  และได้รับการป้องกันและควบคุมโรค และปัจจัยที่คุกคามสุขภาพ
https://www.nationalhealth.or.th/node/1216 ซึ่งทุกฝ่ายมีภาระหน้าที่ร่วมกันที่ต้องทำให้ปัญหาฝุ่นควัน PM 2.5 ไม่เป็นภัยคุกคามกับคนไทยอีกต่อไป



อ่านต่อ>>>


 



ชื่อผู้แต่ง: 
สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.)
ปีที่พิมพ์/เผยแพร่: 
2563
คำค้น: 
จากฝุ่น PM 2.5 สู่ โควิด-19: ร่วมฝ่าวิกฤตไปด้วยกัน ; PM 2.5 ; ฝุ่น PM 2.5 ; มลพิษฝุ่น PM 2.5