ธนาคารน้ำใต้ดิน ในภูมิปัญญาชาวบ้าน



ธนาคารน้ำใต้ดิน  ในภูมิปัญญาชาวบ้าน โดย นายแพทย์พลเดช ปิ่นประทีป

สิ่งที่ผมสนใจมากกว่ากลับเป็นเรื่องวิถีการจัดการน้ำแบบศาสตร์พระราชาและภูมิปัญญาท้องถิ่น

 

ภารกิจหลักประการหนึ่งในวุฒิสภาของผม  คือ การเป็นประธานอนุกรรมธิการติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัดการปฏิรูปประเทศเพื่อแก้ปัญหาความยากจนและลดความเหลื่อมล้ำ  อันเป็นงานบูรณาการการปฏิรูปในด้านต่างๆ และเป็นเรื่องที่ต้องทำร่วมกันแบบข้ามกระทรวง ข้ามกรรมาธิการด้วยกันทั้งสิ้น

คณะของเราจึงร่วมกันกำหนดประเด็นในเชิงกลยุทธ์ที่จะใช้สำหรับเป็นเครื่องมือในการติดตาม รวบรวมและวิเคราะห์ผลงานความก้าวหน้าที่เป็นรูปธรรม  เพื่อนำไปสู่การให้ข้อเสนอแนะและเร่งรัดกระบวนการปฏิรูปงานในส่วนที่เกี่ยวข้องกันต่อไป

ในเบื้องต้น  เราสนใจในประเด็นการปฏิรูประบบที่ดินทำกินของคนจนในชนบทและปัญหาคนอยู่กับป่า  ประเด็นการจัดการทรัพยากรน้ำระดับชาติและระดับชุมชนท้องถิ่น  ประเด็นการจัดการที่อยู่อาศัยของคนจนในเมือง 

ประเด็นการจัดการปัญหาที่ทำมาหากินของแม่ค้าหาบเร่และอาชีพของคนจนในเมือง  ประเด็นงานกองทุนเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา  ประเด็นงานระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติในการลดความเหลื่อมล้ำด้านสาธารณสุข 

ประเด็นกฎหมายภาษีการขายฝาก  ประเด็นการจัดตั้งกลไกสำนักงานบูรณาการการแก้ปัญหาความยากจน การจัดตั้งกลไกกองทุนเพื่อการลงทุนทางสังคม  รวมทั้งนโยบายการแก้ปัญหาคนจนแบบเฉพาะเจาะจงของรัฐบาล  และการดูแลประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโครงการพัฒนาขนาดใหญ่ของรัฐ เช่น กรณี EEC

สำหรับเรื่องทรัพยากรน้ำ  ประเทศไทยอยู่ในเขตร้อนชื้น  มีทรัพยากรน้ำมากมายแต่ขีดความสามารถในการจัดการน้ำโดยรวมของประเทศยังไม่ดีนัก  เราจึงมีทั้งปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง และน้ำเน่าเสียอยู่ตลอดทั้งปี  ทำให้สิ้นเปลืองงบประมาณไปเป็นจำนวนมาก

ในรัฐบาลประยุทธ์(1)  มีการปฏิรูปกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการจัดการน้ำทั้งระบบหลายฉบับ  รวมทั้งจัดตั้งสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ(สทนช.)ขึ้นมาดูแล   ซึ่งล่าสุดก็เพิ่งมีมติ ครม.เห็นชอบร่างกฎหมายระดับรองสำหรับการบังคับใช้ พรบ.และการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่อีกจำนวน 11 ฉบับเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2562

นั่นก็เป็นเรื่องบทบาทหน้าที่และอำนาจของหน่วยงานรัฐที่ต้องว่ากันไป   ส่วนเราคงต้องติดตามดูผลลัพธ์ของงานว่าปัญหาของประเทศชาติและประชาชนจะได้รับการแก้ไขดีขึ้นกว่าเดิมหรือไม่ 

แต่สิ่งที่ผมสนใจมากกว่า กลับเป็นเรื่องของวิถีการจัดการน้ำแบบศาสตร์พระราชาและภูมิปัญญาของคนเล็กคนน้อยในระดับชุมชนท้องถิ่น  ไม่ว่าจะเป็นระบบเหมืองฝาย ฝายแม้ว ฝายชะลอน้ำ ฝายมีชีวิต เขื่อนกั้นน้ำ โคกหนองนาโมเดล  บึงรับน้ำ แก้มลิง บ่อเก็บน้ำในแปลงเกษตรแบบหลุมขนมครก

ล่าสุดเป็นเรื่องธนาคารน้ำใต้ดินที่กำลังมีความสนใจดำเนินการกันแพร่หลายมากขึ้น  โชคดีที่ผมเพิ่งมีโอกาสไปเยี่ยมชมผลงานของอบต.จอมศรี อ.เชียงคาน จ.เลย

ธนาคารน้ำใต้ดิน คือ การนำน้ำไปเก็บที่ชั้นใต้ดินในชั้นหินอุ้มน้ำ  ในช่วงหน้าฝนที่มีน้ำมาก ธนาคารน้ำใต้ดินจะช่วยดูดซับน้ำเพื่อนำไปกักเก็บไว้  เมื่อถึงช่วงหน้าแล้งก็สามารถสูบน้ำมาใช้ได้

ธนาคารน้ำใต้ดินที่นิยมทำกันอยู่ มี 2 ประเภท คือธนาคารน้ำใต้ดิน “ระบบปิด” และธนาคารน้ำใต้ดิน “ ระบบเปิด”  กล่าวกันว่าหากทำธนาคารน้ำใต้ดินทั้ง 2 ประเภทควบคู่ไปด้วยกัน จะมีประสิทธิภาพมากที่สุด

โดยหลักการ เป็นการขุดบ่อ เจาะท่อ เพื่อส่งน้ำลงไปเก็บไว้ที่ชั้นน้ำบาดาล  ขนาดและความลึกของบ่อขึ้นอยู่กับสภาพและชั้นดินของแต่ละพื้นที่   วิธีการชาวบ้านจะขุดบ่อให้ลึกถึงชั้นหินอุ้มน้ำ จากนั้นใส่ยางรถยนต์เพื่อป้องกันขอบบ่อพังทลาย  ใส่วัสดุที่หาได้ในพื้นที่ เช่น อิฐหิน เศษปูน ขวดน้ำ ท่อนไม้  ใส่ให้เต็มช่องว่างด้านนอกยางรถยนต์ และนำท่อ PVC มาวางตรงกลางบ่อเพื่อเป็นช่องระบายอากาศ  จากนั้นจึงนำวัสดุชนิดเดียวกันมาใส่ช่องว่างด้านในให้เต็ม  คลุมด้วยผ้าไนล่อน แล้วทับด้วยก้อนหินและตามด้วยหินละเอียด เพื่อเป็นตัวกรองให้เศษดินหรือขยะไม่ให้เข้าไปอุดตันในบ่อ  

เมื่อฝนตกลงมา น้ำจะไหลจากผิวดินลงสู่ชั้นใต้ดินโดยตรง ผ่านระบบธนาคารน้ำใต้ดินนี้   น้ำที่ถูกเติมลงในชั้นหินอุ้มน้ำจนปริมาณมากพอ ก็จะเอ่อล้นขึ้นมาที่บ่อโดยอัตโนมัติ  เกษตรกรสามารถสูบน้ำจากบ่อนี้มาใช้ได้ทันที โดยไม่ต้องขุดเจาะหาแหล่งน้ำหรือสูบน้ำจากแหล่งน้ำห่างไกล  ประหยัดพลังงาน  ช่วยลดค่าใช้จ่าย

ที่อบต.จอมศรี ได้ไปเห็นเขาเปลี่ยนรางระบายน้ำข้างถนนในเขตชุมชน มาเป็นธนาคารน้ำใต้ดินระบบเปิดตลอดแนว ทำให้ปัญหาน้ำท่วมขังหมดไป ไม่มีขยะอุดท่อ ไม่ต้องมีท่อลอดหรือตะแกงเหล็กปูทับช่องทางเข้าตัวบ้าน และมีพื้นที่ถนนใช้สอยได้กว้างขึ้น 

เรื่องนี้อาจมีนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญเทคโนโลยีสมัยใหญ่รู้สึกขัดแย้งและวิพากษ์วิจารณ์ไปต่างๆนานา  แต่จากประสบการณ์ของชาวบ้าน  เขาพบประโยชน์มากมายทั้งๆที่ลงทุนน้อยมาก 

กล่าวคือมันสามารถช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วมขังเพราะทำให้น้ำซึมลงใต้ดินได้ดีขึ้น  ช่วยแก้ปัญหาภัยแล้งเพราะสามารถสูบน้ำจากธนาคารน้ำใต้ดินมาใช้ได้ตลอดเวลา  ช่วยแก้ปัญหาน้ำเค็มเพราะมวลน้ำเค็มจะมีน้ำหนักมากกว่าน้ำจืดจึงตกอยู่ด้านล่างลงไป  และยังช่วยแก้ปัญหาน้ำสกปรกเน่าเสียเพราะระบบจะช่วยกรองน้ำให้สะอาดขึ้น



CR: เนชั่นสุดสัปดาห์ https://www.nationweekend.com/columnist/28/2572

ชื่อผู้แต่ง: 
นพ.พลเดช ปิ่นประทีป
คำค้น: 
ธนาคารน้ำใต้ดินในภูมิปัญญาชาวบ้าน