มองอนาคตการพัฒนาในยุคโลกาภิวัฒน์ 4.0



มุ่งสร้างความเท่าเทียม  สกัด “ผู้ชนะกินรวบ” 

ขณะที่การกำหนดนโยบายของภาครัฐและความร่วมมือของภาคเอกชน  จะต้องรับมือการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและต้องมั่นใจว่า “สังคมและคน” ต้องเป็นศูนย์กลาง เพื่ออำนวยประโยชน์ต่อทุกคนให้มากที่สุด  เพราะการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 (4IR)  จะนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วที่คาดไม่ถึงมาก่อน การเตรียมพร้อมจึงสำคัญมาก ด้วยนโยบายที่มีความยืดหยุ่นคล่องตัว ไม่เช่นนั้นจะถูกทิ้งไว้ข้างหลังอย่างแน่นอน และช่องว่างที่กว้างมากขึ้น จะทำให้เกิด “ผู้แพ้และผู้ชนะ” จาก 4IR ซึ่งจะบั่นทอนการทำงานร่วมกันทั้งในระดับสังคมและระดับชาติ จนทำให้เกิด “ผู้ชนะกินรวบ” (Winner takes all)  แบบที่ผ่านมาๆ

  โลภาภิวัฒน์ 4.0 ต้องแก้ไขความผิดพลาดของโลกาภิวัฒน์ของทั้ง 3 ครั้งก่อนหน้า ซึ่งมุ่งเน้นแต่การค้าการลงทุน โดยไม่ได้พูดถึงเรื่องสังคม เรื่องคุณภาพชีวิต จนทำให้ระบบเศรษฐกิจกลายเป็น ระบบที่ส่งเสริมให้เกิด "การรวยกระจุก จนกระจาย" จนถึงทุกวันนี้ 

ดังนั้นถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องตอบคำถามและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นซึ่งจะเชื่อมโยงการเติบโตทางเศรษฐกิจของแต่ละประเทศ   ที่จะมีความมุ่งมั่นในการกระจายโอกาสและสวัสดิการให้กับประชาชนอย่างเท่าเทียมกัน ซึ่งจะนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงทั้งด่านภูมิศาสตร์ทางเศรษฐกิจและภูมิศาสตร์การเมืองที่จะกำหนดคุณภาพชีวิตของคนรุ่นต่อไป  

 

รัฐบาลและสังคมมีทางเลือกพื้นฐาน 3  ข้อ เพื่อที่จะไปสู่เป้าหมายนี้คือ 

1. ปกป้องพลเมืองที่มีความยากจนและถูกทิ้งข้างหลังจากการเปลี่ยนแปลงจาก 4IR  ถือเป็นการใช้การเมืองในการวางรากฐานเรื่องการแข่งขันกันทางเศรษฐกิจอย่างเท่าเทียมกัน 

2. รัฐบาลต้องไม่มีนโยบายในการแทรกแซง เพื่อปล่อยให้ชุมชนและสังคมมีความพร้อมในการเติบโตด้วยตัวเอง 

3. รัฐบาลต้องระดมทรัพยากรและสรรพกำลังทั้งหมด เพื่อตอบรับ 4IR และนำเทคโนโลยีเหล่านี้มาใช้ให้เกิดประโยชน์ที่สุด  รวมถึงมีการทบทวนหลักการของเศรษฐกิจโลกในอนาคต  ที่ไม่ใช่เสรีนิยมสุดโต่ง แต่เป็นระบบเศรษฐกิจที่ใช้แพลตฟอร์มต่างๆ ข้ามแดนเพื่อกระจายความก้าวหน้าไปด้วยกัน 

 

เรียนรู้อดีตเพื่อทำอนาคตให้ดีขึ้น ผลจากการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 1 ด้วยพลังรถจักรไอน้ำทำให้สหราชอาณาจักรกลายเป็นประเทศที่ทรงอิทธิพลในการเรื่องการค้าของโลก  ต่อด้วยสหรัฐอเมริกาที่มีความก้าวหน้าจากการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 2 จากอุตสาหกรรมไฟฟ้าและยานยนต์ขณะที่การปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 3 ว่าด้วยคอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ต นำมาซึ่งการแบ่งโลกเป็น ประเทศที่พัฒนาแล้ว กับ ประเทศกำลังพัฒนา  เพราะฉะนั้นการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 ที่กำลังเกิดขึ้น เราต้องคำนึงการแข่งขันทางเศรษฐกิจอย่างเป็นธรรมและเสรีที่สุด (Free and Fair Economy) เพื่อไม่ให้ซ้ำรอยความล้มเหลวในเรื่องการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้คนทั่วโลกแบบ 3 ครั้งที่ผ่านมาอีก 

 

การขับเคลื่อนโลกาภิวัฒน์ 4.0  จีงมีความสำคัญเพราะโลกาภิวัฒน์ลูกนี้จะไม่ใช่แค่เรื่องเศรษฐกิจเท่านั้น แต่จะรวมถึงเรื่องการพัฒนาสังคมและคุณภาพชีวิตของประชาชนในทุกๆด้านด้วยเทคโนโลยียุค 4IR ด้วย เพื่อหวังให้ความเหลื่อมล้ำทางสังคมหมดไป หรืออย่างน้อยมีช่องว่างน้อยลงกว่าเดิม 

 

โดยผู้นำโลกควรต้องมีการเจรจาเพื่อสร้างกรอบการเจรจาทำงานร่วมกันอย่างบูรณาการทั้งในประเด็น การเมือง เศรษฐกิจ เทคโนโลยี สังคม สิ่งแวดล้อม การศึกษา และการพัฒนาความมั่นคงของมนุษย์ด้วย โดยแต่ละหัวข้อต้องไม่ใช่แค่แนวทางในการปฏิรูปเท่านั้น แต่ต้องมีแนวทางการปฏิบัติให้เป็นรูปธรรมด้วย 

 

หลักการในทำงานควรแบ่งเป็น 3 แนวทาง คือ

1. ต้องเป็นการกำหนดกรอบการทำงานร่วมกันบนพื้นฐานของผู้มีส่วนได้เสียที่มีความหลากหลาย (Multistakeholder-Based)  ทั้ง ภาครัฐ เอกชน ภาคประชาสังคม  ทำงานร่วมกันอย่างคล่องตัวและยืดหยุ่ด (Agile)  โดยมีรัฐบาลเป็นผู้นำ  มีภาคธุรกิจและเอกชนเป็นผู้ขับเคลื่อนเทคโนโลยีและนวัตรกรรมต่างๆ  และมีภาคสังคมเข้ามาช่วยในการนำไปปฏิบัติ  โดยให้ “ประชาชน” เป็นศูนย์กลางของการใช้นวัตกรรมนั้นๆ 

2. เพื่อเป็นการแก้ปัญหาของโลกาภิวัฒน์ 3 ครั้งที่ผ่านมา ที่เน้นความเจริญก้าวหน้าทางเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว  ดังนั้น โลกาภิวัฒน์ 4.0  ต้องมีกรอบการทำงานที่เน้นเรื่องการสร้างความยั่งยืนของสังคมด้วย 

3. ในโลกที่มีความซับซ้อนในปัจจุบันการทำงานร่วมกันของแต่ละประเทศ/ภูมิภาค  ต้องมีความยืดหยุ่นและคล่องตัว  ดังนั้น การทำงานร่วมกัน (collaboration)ควรเป็นไปในรูปแบบที่มีการประสาน (coordination)กันมากขึ้น เพราะการประสานงาน คือการที่แต่ละประเทศมีเป้าหมายความสำเร็จเดียวกัน แต่มีอิสระในการตัดสินใจในการทำงานตามบริบทของประเทศตัวเอง  เพื่อให้ถึงเป้าหมายที่วางไว้เร็วมากขึ้น 
 

ในขณะที่ภาคประชาชนโดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่เป็นกำลังขับเคลื่อนสังคมในปัจจุบัน ก็สามารถขับเคลื่อนโลกาภิวัฒน์ 4.0 ให้เป็นรูปธรรมได้ โดย 

1. มุ่งสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจให้กับท้องถิ่น/ชุมชนและภูมิภาค  โดยโฟกัสไปที่ประเด็นเรื่องการศึกษา  การจ้างงาน และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งภาคประชาสังคม ภาคเอกชน สามารถทำงานในประเด็นเหล่านี้ร่วมกับภาครัฐได้

2. การสร้างสถาบันที่มุ่งพัฒนาการศึกษา เพื่อปิดช่องว่างเรื่องทักษะในการประกอบอาชีพ  เพราะภายในปี 2022 นี้ พนักงานลูกจ้าง 54% ในปัจจุบัน จำเป็นต้องมีการเพิ่มทักษะในการทำงาน ดังนั้น ปัจจุบันไม่ใช่แค่การฝึกอบรมแรงงานเท่านั้น แต่ในอีก 5 ปีข้างหน้า เราจำเป็นต้องเตรียมให้คนรุ่นใหม่ที่เพิ่งจบการศึกษามีทักษะการทำงานที่สามารถประยุกต์ต่อไปได้ในอีก 20 ปีข้างหน้าอีกด้วย  ซึ่งในเรื่องนี้ประเทศนิวซีแลนด์ ได้ปฏืรูปหลักสูตรการศึกษา โดยเพิ่มวิชา ดิจิทัลเทคโนโลยี เข้าไปด้วย เพื่อหวังให้เยาวชนมีฐานทักษะเรื่อง ดิจิทัล อย่างแข็งแกร่ง และสามารถเป็นผู้สร้างและผู้บริโภคดิจิทัลที่มีคุณภาพได้

3. การมุ่งเน้นพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนกลุ่มเปราะบาง/กลุ่มคนด้อยโอกาส   เพื่อให้โลกาภิวัฒน์ 4.0 เป็นโลกาภิวัฒน์เพื่อทุกคนอย่างแท้จริง  ต้องไม่ปล่อยให้การพัฒนาเศรษฐกิจทำลายคุณภาพชีวิตของคนบางกลุ่มที่ด้อยโอกาสแบบที่ผ่านมา ดังนั้น ต้องมีการสร้างเป้าหมายในการเพิ่มรายได้เพื่อทุกคนอย่างแท้จริง   รวมถึงแก้ไขปัญหาความมั่นคงทางอาหารให้กับประชากรกลุ่มนี้ด้วย 

4. ร่วมกันหยุดวิกฤตโลกร้อน  ซึ่งเป็นปัญหาของทุกโลกาภิวัฒน์   และมีแนวโน้มว่าจะส่งผลกระทบต่อกลุ่มเปราะบางมากขึ้นเรื่อยๆ  ดังนั้น ความท้าทายของโลกาภิวัฒน์ 4.0 คือ การจัดสรรทรัพยากรเพื่อสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจและการศึกษาให้กับท้องถิ่น ซึ่งต้องมุ่งที่การลดผลกระทบต่อโลกร้อนด้วย 

5. สร้างการขับเคลื่อนเรื่องความเท่าเทียมทางสังคม   ต้องทำให้เรื่องการส่งเสริมความเท่าเทียมทางสังคมเป็นกระแสของโลก เพราะความเหลื่อมล้ำทางสังคมที่เป็นอยู่ในปัจจุบันถือเป็นปัญหาที่สำคัญของโลก โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ควรใช้โอกาสออกแบบธุรกิจเพื่อสังคมในแนวทางที่สร้างสรรค์ต่างๆ  เพื่อทำให้สังคมดีขึ้น  ทั้งนี้หากรัฐบาลไม่พร้อมที่จะดำเนินการ กลุ่มคนรุ่นใหม่ที่จะเติบโตเป็นผู้นำในอนาคตสามารถลงมือทำได้ เพื่อเป็นผู้นำทางให้โลกาภิวัฒน์ 4.0 สร้างโลกใบใหม่ที่ดีกว่าเดิมอย่างแท้จริง 

ที่มารูป:www.prachachat.net

ทั้งหมดนี้ คือ  ภาพรวมทิศทางการพัฒนาในยุคโลกาภิวัฒน์ 4.0 ซึ่งเป็นยุคที่ประชาชนจะสามารถใช้เทคโนโลยีเพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อการคุณภาพชีวิตได้มากที่สุด  การรู้เท่าทันเทคโนโลยีจึงเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เพื่อนำไปสู่การลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมโดยเร็วที่สุด  

ปีที่พิมพ์/เผยแพร่: 
2562
คำค้น: 
มองอนาคตการพัฒนาในยุคโลกาภิวัฒน์ 4.0,ภัยจากเทคโนโลยี