เปิดแนวคิดโลกาภิวัฒน์ 4.0 ขับเคลื่อนเทคโนโลยี 4.0 เพื่อความเท่าเทียมทางสังคม


หลังจากที่เราได้ยินคำว่า  “ยุคเทคโนโลยี 4.0”  หรือ เทคโนโลยี/นวัตกรรมสมัยใหม่ในยุคการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4  (The Fourth Industrial Revolution : 4IR)  และคำอื่นๆที่ลงท้ายด้วย  “4.0”  เช่น ประเทศไทย 4.0  หรือ Thailand 4.0 มาแล้วอย่างมากมาย  ซึ่งหลายคนยังคงสงสัยว่าคำว่า 4.0 ตรงนี้สำคัญและมีผลต่อชีวิตอย่างไรบ้าง 
 

ล่าสุด เพื่อเป็นการเป็นการตอกย้ำความสำคัญของเทคโนโลยี 4.0 ว่าจะมีผลต่อชีวิตทุกคนอย่างไร  นั่นคือ คำว่า “โลกาภิวัฒน์  ซึ่งมีนิยามที่สำคัญคือ “ การขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สังคม การเมือง ด้วยเทคโนโลยี 4.0 เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมให้มากที่สุด  ซึ่งเป็นปัญหาของคนทั่วโลก” 
 

ในการประชุม  World Economic Forum ประจำปี 2019เมื่อเดือนมกราคม ที่่ผ่านมา ที่เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์  ได้มีการใช้  Theme การประชุมว่า “Globalization 4.0 : Shaping  a Global Architecture in the age of the 4th Industrial Revolution((4IR)  หรือ โลกาภิวัฒน์ 4.0   การออกแบบภูมิสถาปัตยกรรมโลกในยุคการปฏิวัติอุตสาหกรรม ครั้งที่ 4  ซึ่งคาดหวังว่า โลกดิจิทัลของเราจะไม่ใช่แค่เพียงเป็นดิจิทัลที่มีความฉลาดเท่านั้น แต่ต้องมีกฎระเบียบมาตรฐานระดับโลก  มีการกำกับด้านจริยธรรมของเทคโนโลยีและ นวัตกรรมและการปรับปรุงการสื่อสารระหว่างผู้นำของโลกด้วย  ที่มาของโลกาภิวัฒน์ 4.0 แถลงการณ์  Davos 2019 

เรื่องโลกาภิวัตน์ 4.0   ระบุว่า  เราต้องเข้าใจพลังการเปลี่ยนแปลงของการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 เราต้องการกรอบการทำงานใหม่สำหรับความร่วมมือระดับโลกเพื่อที่จะรักษาสันติภาพและเร่งความเจริญก้าวหน้าอย่างยั่งยืนโดยเร็ว  โดยหลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2  ที่ผู้นำจากทั่วโลกมารวมตัวกันเพื่อออกแบบภูมิสภาปัตยกรรมของโลกชุดใหม่ เพื่อสร้างสถาบันความร่วมมือเพื่อสร้างอนาคตร่วมกัน 

ที่มาของรูป:  https://www.larskarlsson.com


เราต้องทำแบบนี้อีกครั้งกับโลกาภิวัฒน์ 4.0 ที่กำลังจะเกิดขึ้น เพราะการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องทางการเมืองและเศรษฐกิจเท่านั้น แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดกับประชาชนและสังคมครั้งใหญ่จากผลกระทบของการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 (4IR) ซึ่งสถาบันที่มีอยู่ในขณะนี้ไ่ม่เพียงพอ จึงต้องมีการออกแบบสถาบันและความร่วมมือครั้งใหม่เพื่อให้เท่าทันกับการเปลี่ยนแปลงใช้ประโยชน์จากการเปลี่ยนผ่านยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งนี้ให้มากที่สุด 
 

ถ้าทำได้ดีเราจะสามารถนำโลกไปสู่ความก้าวหน้า  แต่ถ้าทำไม่ได้โลกก็จะอยู่ในสภาพที่ตรงกันข้าม และเป็นการเสียโอกาสที่เราไม่สามารถใช้ประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีและความก้าวหน้าที่เกิดขึ้นแก้ไขปัญหาของโลกให้ดีขึ้นกว่าเดิม  
 

เหตุที่เรื่องนี้มีความสำคัญเพราะ 4IR จะนำมาซึ่งความก้าวหน้าล้ำสมัยเหมิอนในนิยายวิทยาศาสตร์ที่สามารถกลายเป็นความจริงได้  โดยมีผลกระทบต่อทุกภาคส่วนอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทั้งทางด้านการสื่อสาร   การผลิต การแพทย์  ซึ่งจะขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีที่แม่นยำของปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence :AI) หุ่นยนต์อิสระ (Autonomous Robots/Vehicles)  และอื่นๆ อีกมากมาย  โดยเแบ่งเป็น 5  ลักษณะพื้นฐานของ 4IR :  คือ 
 

1.  การแปลงเป็นดิจิทัล (Digitization) : ทุกสิ่งนำไปสู่การเป็นดิจิทัลไม่มีขีดจำกัด
 

2, การบูรณาการ (Integration):   ข้อมูลต่างๆจะถูกรวมเข้ากับแพลตฟอร์มต่างๆ และมีปฏิสัมพันธ์ต่อกัน
 

3. การเป็นระบบอัจฉริยะ  (Smartization) : ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI จะมีเปลี่ยนผ่านไปสู่แพลตฟอร์มต่างๆที่มีความอัจฉริยะและแม่นยำซึ่งจะส่งผลกระทบต่อทุกด้านของชีวิต  
 

4. การจำลองเสมือน ( Vitaulization) :  แพลตฟอร์มและระบบต่างๆ จะถูกโยกย้ายไปยังคลาวด์  เพื่อเร่งการทำงานด้านดิจิทัลให้เร็วขึ้น
 

5. การกำหนดและการประเมิน  (Designation) : ระบบต่างๆ จะพัฒนาตัวเองจากการวิเคราะห์ไปสู่การคาดการณ์แะละการกำหนดกรอบการทำงานของด้านจริยธรรมและเป็นแนวทางในการทำงานต่างๆ 

เตรียมพร้อมเข้าสู่ยุคโลกาภิวัฒน์ 4.0 ผลกระทบของ 4IR ในทางเศรษฐกิจสังคมและระบบการเมืองของเราจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง โลกทางกายภาพจะเล็กลงเพราะการเชื่อมต่อทางดิจิทัลที่เข้าถึงทุกที่และเชื่อมต่อกัน  ระบบเศรษฐกิจจะเปลี่ยนเป็น “เศรษฐกิจระบบหมุนเวียน” (Circular Economy) และ ระบบเศรษฐกิจแบบแบ่งเป็น (Sharing Economy)

 

การจ้างงานและรายได้จะเปลี่ยนไปด้วยการถูกแทนที่ด้วยระบบอัตโนมัติ  การผลิตจะอยู่ในท้องถิ่นและเป็นการผลิตตามแบบเจาะจง (Customization)  ซึ่งจะเข้ามาแทนที่การผลิตแบบขนาดใหญ่ (Mass production)  การทำงานของคนจะเปลี่ยนไป โดยต้องจินตนาการและความสามารถในการสื่อสารมากขึ้น

ระบบการศึกษาต้องมีการเปลี่ยนแปลงเพื่อรองรับ 4IR โดยต้องการปรับปรุงทักษะใหม่ตลอดเวลาหรือที่เรียกว่า “การเรียนรู้ตลอดชีวิต”  โดยเฉพาะการเน้นที่เรื่องความคิดสร้างสรรค์ (Creativity), การคิด/วิเคราะห์/แยกแยะ (Critical Thinking) และทักษะทางด้านดิจิทัลต่างๆ

 

 ที่จำเป็นที่สุด คือ การกลับมาทบทวนและเพิ่มคุณค่าของความเป็นมนุษย์ที่มีความโดดเด่นต่างจากสิ่งมีชีวิตอื่นๆ คือ เรื่องความรู้สึกอ่อนไหว (Sensitivity) ความเห็นอกเห็นใจ (Emphaty)  ความสามารถในการทำงานร่วมกัน (Collaboration) ความรู้สึกมุ่งมั่นและปราถนา (Passion)

 ซึ่งจะเป็นหนทางที่ดีที่สุดของการใช้เทคโนโลยีเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของเราทุกคนอย่างแท้จริงและเพื่อไม่ให้เราตกเป็นทาสของอัลกอริทึมนั่นเอง   ถือเป็นช่วงการเปลี่ยนผ่านที่เราต้องใช้ความเป็น “มนุษย์” ในการกำหนดชะตาตนเองอย่างแท้จริง 


 
ปีที่พิมพ์/เผยแพร่: 
2562
คำค้น: 
เปิดแนวคิดโลกาภิวัฒน์ 4.0,ภัยคุกคามจากเทคโนโลยี,ขับเคลื่อนเทคโนโลยี 4.0 เพื่อความเท่าเทียมทางสังคม