‘เรียนรู้ให้ทันโลก’ สู่ ‘การเรียนรู้ตลอดชีวิต’


‘เรียนรู้ให้ทันโลก’ สู่ ‘การเรียนรู้ตลอดชีวิต’
 

     เป็นความจริงที่ว่า ในอนาคตเด็กที่จะเข้าเรียนมหาวิทยาลัยจะลดลงด้วย เนื่องจากการเข้าถึงอินเตอร์เน็ต ที่สามารถเรียนรู้เกือบทุกอย่างได้ด้วยตัวเอง การเข้ามาเรียนในรั้วอุดมศึกษาจะเป็นการแวะมาเรียนในสิ่งที่เขาไม่รู้ หรือมาเรียนเฉพาะทักษะบางอย่างที่ไม่มีในอินเตอร์เน็ต 

 

“มหาวิทยาลัยต้องมีการปรับ คณะต้องลดลง ปรับหลักสูตรให้มีหลายศาสตร์ร่วมกัน คนเรียนปริญญาตรีต้องเรียนข้ามสาขากันได้อย่างไม่มีขอบเขต ซึ่งในต่างประเทศเริ่มมีการปรับแล้ว มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด และหลายมหาวิทยาลัยในประเทศสหรัฐอเมริกา ประกาศเลยว่า อีก 6-9 ปีข้างหน้าจะยกเลิกคณะทั้งหมด” 

 

     วิธีการเรียนในลักษณะนี้ ผู้สมัครเรียนสามารถเลือกได้ว่าอยากจะเรียนอะไร เช่น นิติศาสตร์ ก็สามารถเลือกไปเรียน จะเป็นด้านบริหาร ประวัติศาสตร์ หรือภาษาต่างประเทศได้ เพียงแต่เรียนให้ครบหน่วยกิตตามที่มหาวิทยาลัยกำหนด (อ้างอิงจาก 'คนไข้' รอ 'หมออุดม' ผ่าตัด 'อุดมศึกษา' https://www.matichon.co.th/education/news_754774) และถ้าอยากรู้แบบลงลึกก็ให้ไปเรียนต่อในระดับปริญญาโทและปริญญาเอกแนวโน้ม การจัดการศึกษาต้องปรับมาเป็นลักษณะนี้ ไม่เช่นนั้นจะไม่ทันโลก

 

หลักสูตรควรเน้นให้ทันโลก 

     ประเทศไทยต้องเน้นวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีนวัตกรรม แต่กว่า 60-70% ของนักศึกษาทั้งหมดเป็นสายสังคม เพราะเข้าง่าย เรียนง่าย จบง่าย มหาวิทยาลัยเองก็สอนง่ายแต่ไม่ตอบสนองความต้องการของประเทศ เรียนจบมาก็ตกงาน อีกอย่างที่ต้องปรับคือทัศนคติของประชาชนและผู้ปกครอง ที่คิดว่าลูกต้องเรียนมหาวิทยาลัยทุกคน ทั้งที่เด็กอาจจะไม่ถนัดที่จะเรียนวิชาการ 
 

     ขณะที่ อาชีวศึกษาถือเป็นกำลังสำคัญของประเทศ อีกทั้งเงินเดือนของผู้ที่จบอาชีวศึกษาในขณะนี้ ไม่ได้ต่างจากกลุ่มที่จบระดับปริญญาตรี เพียงแต่มักคิดไปว่าศักดิ์ศรีไม่เท่ากัน ดังนั้น นอกปรับหลักสูตรให้รองรับความต้องการของคนทุกวัยแล้ว มหาวิทยาลัยต้องไปดูความเชื่อมโยงกับอาชีวศึกษาด้วย โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในตลาดแรงงาน กว่า 50% จบประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) และประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ให้มีช่องทางพิเศษให้เขาสามารถต่อปริญญาตรีได้
 

 

เทรนด์ใหม่เปิดหลักสูตรสอนผู้สูงอายุ 


 

     อีกส่วนคือ การจัดการศึกษาให้ผู้สูงอายุ จากตัวเลขพบว่าปี 2567 จะมีคนอายุ 60 ปี กว่า 20% ของจำนวนประชากรทั้งประเทศ ปี 2573 จะเพิ่มเป็น 25% ของประเทศ ซึ่งถือเป็น 1 ใน 4 ของประชากรทั้งหมด
 

     การศึกษาไทยจะเป็นตัวช่วยเสริมศักยภาพของผู้สูงวัยในประเทศไทย โดจต้องพัฒนาให้ประชากรที่เข้าสู่วัยชราทำงานได้ มีอาชีพทำ มหาวิทยาลัยจะต้องคิดหลักสูตรสำหรับผู้สูงอายุให้มาเรียนและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
 

     ถือเป็นงานยากซึ่งไม่ใช่แค่คนอุดมศึกษาเท่านั้นที่ต้องปรับตัว แต่เป็นการศึกษาทั้งระบบที่ต้องเร่งปฏิรูปการเรียนรู้ครั้งใหญ่ แบบพลิกโฉมสู่การเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อศักยภาพเพื่อให้สามารถทำงานได้ทั่วโลก.



 


 

<<<ย้อนกลับ