วิกฤติอุดมศึกษาไทย "ปรับตัว หรือหนีตาย"

สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.)
บทความ : วิกฤติอุดมศึกษาไทย /ประเด็นการศึกษา
--------------------------------------------------------




วิกฤติอุดมศึกษาไทย "ปรับตัว หรือหนีตาย"

 

 

https://www.youtube.com/watch?v=U7v_vOWXgVY&t=20s

 

เปิด 16 ทักษะการศึกษาเพื่ออยู่รอดในศตวรรษที่ 21

การเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) คือคำตอบ
 

ภาพ  Image: REUTERS/Eric Gaillard
 

ปรากฎการณ์โลกป่วน (Disruptive  World)ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ทางเศรษฐกิจและสังคม รวมถึงตลาดแรงงานต่างๆ อย่างกระทันหัน จนทักษะการทำงานแบบเดิมๆ ไม่สามารถใช้ได้อีกต่อไปแล้ว  ทั้งนี้การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นส่วนหนึ่งเกิดจากการขับเคลื่อนของโลกาภิวัฒน์ที่ทำให้เราเชื่อมกับโลกได้ทุกที่ทุกเวลา 
 

แต่สิ่งที่นำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงอย่างมากมายคือเทคโนโลยีเกิดใหม่ (Emerging Technology) ที่เราเรียกกันว่าการเข้าสู่ในยุคการปฏิวัติอุตสาหรกรรมครั้งที่ 4 ( The Fourth Industrail Revolutions : 4IR) ซึ่งการปฏิวัติอุตสาหกรรมของโลกครั้งนีั้นำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงอย่างมหาศาลกว่า 3 ครั้งที่ผ่านมา  เพราะเป็นการผสมผสานกันระหว่างเทคโนโลยีอินเเตอร์เน็ต ระบบอัตโนมัติ(Automate) ปัญญาประดิษฐ์ (Artifiicial Intelligence) เทคโนโลยีชีวภาพ (ฺBiotechnology)  Internet Of Thing (IoT) Quantum Computer และต่างๆอีกมากมาย ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและทวีคูณเพราะทุกอย่างสามารถทำจากระบบอัตโนมัติ ถือเป็นความท้าทายที่เราไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ 
 

ทั้งนี้คำเตือนที่ได้ยินมากที่สุด คือ หากไม่มีการปรับตัวในไม่ช้าเราจะเห็นอาชีพต่างๆในปัจจุบันจะหายไปและจะมีคนจำนวนมากมายรุู้สึกว่าถูกทิ้งไว้ข้างหลังเพราะไม่สามารถต่อต้านการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นได้  ซึ่งเราคงไม่อยากเห็นสังคมไทยต้องตกอยู่ในสภาพนั้น  ทั้งนี้ World Economics Forum ได้ออกรายงานเรื่อง การปรับทักษะแรงงาน โดยชี้ว่า ตลาดแรงงานจากนี้ไปจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา โดยพนักงานต้องมีการปรับทักษะ/เพิ่มทักษะเฉลี่ยๆทุกๆ 4.2 ปี  ซึ่งการที่จะทำงานแบบเดิมที่สามารถทำได้ยาวนานตลอดชีวิตแบบ 40 ปี จะไม่มีอีกต่อไปแล้ว 
 

 ดังนั้น การศึกษาซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในการจัดการความท้าทายในอนาคตจึงต้องเปลี่ยนแปลงไปด้วย โดยเฉพาะในเรื่องของการสร้างองค์ความรู้ให้ประชาชนเท่าทันการเปลี่ยนแปลง พลิกวิกฤตเป็นโอกาสนำเทคโนโลยียุค 4IR มาใช้ประโยชน์ให้มากที่สุดเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับอาชีพใหม่ในศตวรรษที่ 21 ด้วย 

 

การเรียนรู้จะเปลี่ยนไป บ้าน/ชุมชน/สังคม มีบทบาทด้วย 

 นพ.พลเดช ปิ่นประทีป เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) ให้ความเห็นเรื่องนี้  ในสังคมปัจจุบันทั้งสื่อกระแสหลักและสื่อสังคมออนไลน์ เป็นตัวขับเคลื่อนการศึกษาตลอดชีวิต ซึ่งกว้างกว่าการศึกษาในห้องเรียน และในอนาคตห้องเรียนจะเปลี่ยนไป จากที่เคยเป็นการศึกษาแบบอุตสาหกรรมเพื่อการผลิตคน เพราะการศึกษาในอนาคตจะเป็นการศึกษาตลอดชีวิต การศึกษาในระบบจะเป็นแค่ช่วงหนึ่งของชีวิตเท่านั้น 
 

“บทบาทการเรียนตลอดชีวิตจะอยู่ที่โรงเรียน ครอบครัว ชุมชน  ที่ต้องเข้ามาเกี่ยวข้อง ทั้ง ก่อน-ระหว่าง- หลัง  โดยการเรียนต้องเอาคุณภาพชีวิตเป็นตัวตั้งนั่นคือ เรียนไปแล้วสามารถมีอาชีพเพื่อที่จะมีรายได้ในการเลี้ยงตัวเองได้  ซึ่งอาชีพต่างๆจะเปลี่ยนไปโดยจะมีอาชีพใหม่ๆเกิดขึ้น ซึ่ง  ปัจเจกสามารถกำหนดตัวเองได้ว่าต้องการทำอะไรเพื่อให้ตัวเองมีรายได้และอยู่รอดได้ ดังนั้น ต้องมีการเปลี่ยน Mindset การศึกษาของคนไทยให้รู้เท่าท้นการเปลี่ยนแปลงและ ต้องเป็นการศึกษาเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้พลเมืองด้วย” นพ.พลเดช กล่าว 

 

 เมื่อได้เจาะลึกเรื่องนี้พบว่า World Economics Forum ได้ออกรายงานเรื่อง วิสัยทัศน์ใหม่สำหรับการศึกษา (New Vision For Education เพื่อเตรียมความพร้อมในศตวรรษที่ 21 เพื่อปลดล็อคศักยภาพของเทคโนโลยี (Unlocking the Potential of Technology)  รวมถึงเรื่อง ทักษะการเรียนรู้ทางสังคมและอารมณ์ (Social & Emotional Skills: SEL)’  โดยแบ่งเป็น 3 กลุ่มใหญ่ ประกอบด้วย 16 ทักษะ ซึ่งตอบโจทย์ในเรื่องของ ทักษะการใช้ชีวิตให้เหมาะกับบริบทของโลกปัจจุบัน ทักษะในการจัดการกับความท้าทายในชีวิต และทักษะการรับมือกับโลกที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว โดยกระบวนการที่ใช้ในการสร้างทักษะเหล่านี้ไม่สามารถสร้างได้จากจากกระบวนการที่ใช้ในห้องเรียนแบบเดิมๆ

 ภาพ https://www.weforum.org
 

1.Foundational Literacies  (How students apply core Skills to everday tasks.)- กลุ่มทักษะพื้นฐานที่จำเป็นต้องใช้ใน ‘การปฏิสัมพันธ์กับบริบทที่แตกต่างกัน’ ซึ่งแปลง่ายๆก็คือ ‘อยู่ที่ไหนแล้วต้องใช้อะไรบ้าง’ นั่นเอง เพราะเทคโนโลยีและความรู้ใหม่ๆได้ก่อให้เกิดบริบทการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ซึ่งทักษะเหล่านี้ได้แก่ การใช้ภาษา (Literacy) การคำนวณ (Numeracy) การใช้เทคโนโลยี (ICT Literacy) การใช้วิทยาศาสตร์กับสิ่งรอบตัว (Scientific Literacy) การเป็นส่วนหนึ่งของสังคมและวัฒนธรรม (Cultural & Civic Literacy)  การจัดการด้านการเงิน (Financial Literacy) เพื่อเป็นพื้นฐานการเรียนรู้ที่สามารถใช้ต่อยอดไปสู่อาชีพต่างๆได้ 

 

2.Competencies (How students approach complex challenges )- กลุ่มทักษะที่ต้องนำมาใช้ใน ‘การจัดการกับปัญหา/การแข่งขัน’ หรือความท้าทายที่ต้องเจอในชีวิตซึ่งจะความซับซ้อนขึ้นกว่าเดิม เมื่อเทียบกับความท้าทายในโลกเก่า  กลุ่มทักษะนี้มักถูกเรียกย่อๆว่า ‘4C’  ประกอบไปด้วย ในการวิเคราะห์ปัญหาให้ถูกจุด (Critical Thinking) สร้างวิธีการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ (Creativity) รวมทั้งสื่อสารและทำงานร่วมกับผู้อื่น (Communication & Collaboration)  ซึ่งทักษะเหล่านี้ทำให้เราเหนือคอมพิวเตอร์ที่ยังไม่สามารถมีความคิดเองได้ 
 

3.Character Qualities  (How students approach their changing environment.) — กลุ่มทักษะที่ใช้ใน ‘การจัดการตัวเองกับสภาพแวดล้อม/สังคม’ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วให้มีความเท่ากันและสามารถปรับตัวได้  เช่น ความอยากรู้อยากเห็น (Curiosity) การริเริ่มสร้างสรรค์ (Initiative) ความพยายามในการบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ (Persistence/Grit) ความสามารถในการปรับตัวเข้ากับสังคมและสภาพแวดล้อม (Adaptability) ความเป็นผู้นำ (Leadership) และ ความตระหนักถึงสังคมและวัฒนธรรม (Social & Cultural Awareness) 
 

ทั้งนี้  6 ทักษะในกลุ่มที่ 1 นั้นคือ ‘ทักษะเฉพาะทางขั้นพื้นฐาน’ (Literacies) ในบริบทต่างๆที่เจอได้ทั่วไปในโลกยุคศตวรรษที่ 21 ส่วนอีก 10 ทักษะในกลุ่มที่ 2 และ 3 นั้นเป็นกลุ่มทักษะที่เกี่ยวข้องกับ ‘ทักษะการเรียนรู้ทางสังคมและอารมณ์’ (SEL)  ซึ่ง WEF ระบุว่า  เป็นกลุ่มทักษะที่กำลังเป็นที่ต้องการในตลาดแรงงานมากขึ้น ที่ผู้สมัครงานใมนวันนี้จะต้องสามารถทำงานร่วมกันสื่อสารและแก้ปัญหา ซึ่งเมื่อรวมกับทักษะพื้นฐานก็จะช่วยให้นักเรียนประสบความสำเร็จในเศรษฐกิจดิจิทัลที่กำลังพัฒนา

 ดังนั้น เมื่อเด็กคนหนึ่งมีทักษะครบทั้ง 16 อย่างที่ทำงานสอดคล้องกันจะทำให้เด็กคนนี้เป็นคนที่เรียนรู้และพร้อมจะปรับตัวให้มันการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เขาก็จะสามารถใช้ชีวิตอยู่รอดบนโลกในศตวรรษที่ 21 ได้ไม่ว่าสภาพแวดล้อมหรือสังคมจะเปลี่ยนไปรวดเร็วแค่ไหน และไม่ว่าจะเจอความท้าทายในชีวิตมากน้อยเพียงใดก็ตาม  นี่คือ  ‘Lifelong Learning’ หรือ การเรียนรู้ตลอดชีวิต

 

ภาพ ภาพ https://www.weforum.org
 

กระบวนทัศน์ 5 ข้อ สู่การศึกษาแห่งศตวรรษที่ 21  

อย่างไรก็ตามมีคำถามว่าทำอย่างไรให้เด็กทุกคนหรือแม้กระทั่งผู้ใหญ่ในวันนี้ มีกระบวนการทางความคิด (Mind-set) ที่พร้อมที่จะเรียนรู้ตลอดและไม่หวั่นกับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นนั้น ควรที่จะต้องมีคุณสมบัติ 5 ข้อดังต่อไปนี้คือ 
 

1. รักการอ่าน  (Love reading)  โดย โครงการประเมินผลนักเรียนร่วมกับนานาชาติ หรือ พิซ่า (PISA)ชี้ เด็กที่มีนิสัยรักการอ่านมีแนวโน้มที่จะทำนายได้ว่าจะเป็นคนที่ประสบความสำเร็จในอนาคตมากกว่าคนที่ไม่อ่านหนังสือ เพราะการอ่านจะช่วยเปิดโลกทัศน์และพรมแดนความรู้ใหม่ๆว่าจะเลี้ยงชีพได้อย่างไรในภาวะการเปลี่ยนแปลง  เป็นต้น 
 

2. เป็นครูของตัวเอง (Be your own teacher) เพราะการอ่านเป็นจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้เท่านั้น แต่การเรียนรู้จริงๆมาจากการลงมือทำเพื่อให้เกิดประสบการณ์จริง อย่างไรก็ตามต้องเข้าใจว่าคุณครูไม่สามารถอยู่กับเราได้ตลอดชีวิต เพราะฉะนั้น เด็กๆต้องเรียนรู้ด้วยตัวนี้ว่า พวกเขาถนัดหาความรู้ให้กับตัวเองอย่างไรวิธีไหนเป็นวิธีที่ดีที่สุด
 

3. สามารถคิดได้ด้วยตัวเอง (Think on your feet) โลกในอนาคตที่เปลี่ยนอย่างรวดเร็ว เราจะไม่สามารถเป็นเพียงแค่ “ผู้รับรู้”เท่านั้น แต่ต้องเป็น “ผู้เรียนรู้” ที่จะปรับตัวให้กับนริบทการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ซึ่งจะมาพร้อมกันทีหลายๆด้าน  เพราะฉะนั้น ต้องเองคิดได้ เรียนรู้เอง และอยู่รอดด้วยตัวเองได้ 
 

4. จัดการความสนใจของตัวเองได้  (Manage your attention)  ต้องเรียนรู้ที่จะ “มุ่งความสนใจ” ในเรื่องที่เป็นประโยชน์และคุ้มค่าที่สุด ไม่ใช่ปล่อยตัวเองเพลิดเพลินไปกับโฆษณาต่างๆ ดังนั้น การจดจ่อ/มีสมาธิกับเรื่องใดเรื่องหนึ่งและความสามารถในการตัดสินใจในเรื่องที่สำคัญ  จึงมีความจำเป็นมากซึ่งสามารถนำไปใช้กับการทำงานได้ เพราะจะทำให้การทำงานเสร็จอย่างรวดเร็ว  
 

5. การตั้งคำถาม/ข้อสงสัยกับสิ่งต่างๆ (Scepticism)  ถือเป็นเรื่องสำคัญเพราะการตั้งคำถามเป็นรากฐานของความคิดสร้างสรรค์และการสร้างนวัตกรรม และเป็นทักษะที่ผู้จ้างงานจำนวนมากมองหาในเด็กรุ่นใหม่ ซึ่งหาได้ยาก ดังนั้น การฝึกตั้งคำถามจึงเป็นทักษะที่สำคัญที่ควรมีไว้ 
 

ทั้งหมดนี้คือ คุณสมบัติ5 ข้อที่สำคัญต่อชีวิตของประชาชนในศตวรรษที่ 21 โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนที่จะเป็นอนาคตของชาติ ที่ต้องมีนิสัยรักการอ่าน มีความชอบในการออกแบบการเรียนรู้ด้วยตัวเอง มีความสามารถในการคิดด้วยตัวเอง สามารถควบคุมความสนใจ(ในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง)ของตัวเองได้  รวมถึงการตั้งคำถามเพื่อแสวงหาความรู้ในเรื่องต่างๆ ซึ่งทักษะเหล่านี้ไม่สามารถคิดเป็นคะแนนในการสอบประเมินตามเกณฑ์ต่างๆได้ เพราะนี่คือ การสร้างความรู้และการเรียนรู้ ด้วยการเปลี่ยนกระบวนการคิด ซึ่งภาคส่วนต่างๆที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็น ผู้กำหนดนโยบายการศึกษา ผู้ปกครอง  ภาคธุรกิจ และองค์กรพัฒนาเอกชนในด้านต่างๆ ควรร่วมกันขับเคลื่อนเพื่อให้เด็กและเยาชนไทยมีทักษะความรู้พร้อมที่ใช้ชีวิตในศตวรรษที่ 21 ได้อย่างเข้มแข็งและมีความสุข 
 

 

อ่านต่อ>>>