“ให้คุณค่าผู้สูงอายุ” ทำประโยชน์ให้คุณรุ่นหลัง พลิกวิกฤตเป็นโอกาสรับมือสังคมสูงวัย

“ให้คุณค่าผู้สูงอายุ” ทำประโยชน์ให้คุณรุ่นหลัง
พลิกวิกฤตเป็นโอกาสรับมือสังคมสูงวัย
 
สังคมสูงอายุมาถึงแล้วเพราะปัจจุบันประชากรโลกมีอายุยืนยาวมากขึ้น  โดยในปี 2593 ประชากร 1 ใน 5 ของโลก หรือประมาณ 2.1 พันล้านคน จะมีอายุมากกว่า 60 ปี  และอัตราการเกิดจะน้อยลง ผู้สูงอายุจะมากกว่าวัยอื่นๆ  การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุถือเป็นวาระสำคัญและเป็นความท้าทายของโลก (รวมทั้งของไทย) ที่จะมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงทางสังคมที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งของศตวรรษที่ 21 เพราะมีความเชื่อมโยงกับทั้งภาคเศรษฐกิจและสังคม ได้แก่  ตลาดแรงงาน  ความต้องการสินค้า การบริการสาธารณะต่างๆ โครงสร้างครอบครัว  ที่อยู่อาศัย ด้านสาธารณสุข  ฯลฯ ซึ่งเป็นหน้าที่ของทุกคน โดยเฉพาะรัฐบาลที่จะต้องเตรียมพร้อม  เพื่อให้เศรษฐกิจและสังคมของเดินหน้าได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนที่สุด 
สังคมสูงวัยรูปจาก https://www.un.org/development
 
 
ต้องมองปัญหาทุกมิติ - การออมสำคัญที่สุดต้อง “รวยก่อนแก่” 
ในส่วนของประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.)  ซึ่งให้ความสำคัญต่อปัญหานี้มาอย่างต่อเนื่อง  มีความเป็นกังวลเรื่องนี้เช่นกันว่าสังคมไทย อาจจะยังไม่มีการเตรียมพร้อมเท่าที่ควร  และต้องทำงานหนักกว่านี้อีกมาก  โดย นพ.พลเดช ปิ่นประทีป เลขาธิการสช.  กล่าวว่า สังคมสูงวัยในสังคมไทยมาเร็วมาก เพราะฐานประชากรเปลี่ยนไปมาก ถ้าประชาชนไม่มีการออมล่วงหน้า จะเป็นความลำบากมาก เพราะถ้าเมื่อถึงอายุ 65 ปี  แม้อาจจะเป็นคนเก่งและมีชื่อเสียงมาก่อน แต่ ถ้าไม่มีการเตรียมพร้อม ก็อาจจะจบลงที่ข้างถนนได้  
 
ดังนั้น เด็กต้องมีมิติของการออมตั้งแต่เด็ก เหมือนในประเทศญี่ปุ่น ที่มีนิสัยการออมดีกว่าของไทย ทำให้คนญุี่ปุ่นมีเงินออม และ รัฐมีระบบสวัสดิการรวมหมู่ของชาติ เป็นสวัสดิการรัฐที่มีอยู่แล้ว  ซึ่งถือว่าช่วยได้เยอะเรียกได้ว่า "รวยก่อนแก่"  ซึ่งตรงกันข้ามกับประเทศไทยที่การออมน้อยและไม่มีสวัสดิการจากรัฐเป็นประเทศ "แก่ก่อนรวย"  ทั้งนี้ แม้ประเทศญุี่ปุ่นจะมีการเตรียมตัวเป็นอย่างดีแต่ตอนนี้ก็มีปัญหาแล้ว เพราะเงินที่มีอยู่สามารถหมดไปได้และประเทศสามารถล่มได้ ที่ยุโรปก็มีปัญหานี้เช่นกัน 
 
“เรื่องสังคมสูงวัย ต้องคิดครอบคลุมทุกด้านทั้งมิติ เรื่องสุขภาพ สังคม เศรษฐกิจ ความมั่นคง วัฒนธรรม  ต้องมีการวางแผนที่ดี โดยเฉพาะเรื่องการวางแผนเรื่องการออม การเตรียมตัวก่อนไปถึงช่วงสังคมสูงวัย  การมีสวัสดิการตัวเองและการมีสวัสดิการจากรัฐ เพราะหากไม่มีการเตรียมตัวทุกอย่างจะเปลี่ยนไปหมด และจะมีผลต่อความมั่นคงของประเทศด้วย เพราะแรงงานต่างด้าวจะมากขึ้น และประชากรไทยอาจจะไม่ใช่คนส่วนใหญ่ของประเทศอีกต่อไป เชื่อว่าถ้ามีการสร้างความตระหนักในเรื่องนี้ ประเทศไทยจะสามารถอยู่รอดได้ เพราะคนไทยปรับตัวเก่ง ดังนั้น การให้ความรู้ต่อสังคมในเรื่องนี้ถือว่าสำคัญมาก” เลขาธิการ สช. กล่าว 
 รูปจาก https://www.employeebenefits.co.uk
 
ขณะที่ภาพรวมของโลกมีการตระหนักถึงปัญหานี้มาโดยตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปี 2554  โดย  World Economics Forum  ได้จัดทำหนังสือเรื่อง Global Population Ageing: Peril or Promise? ซึ่งเป็นหนังสือที่มีการวิเคราะห์สถานการณ์วิกฤตสังคมผู้สูงอายุอย่างรอบด้าน ที่ผู้กำหนดนโยายใช้สามารถนำไปเป็นกรอบแนวทางในการออกนโยบายรับมือภาวะสังคมสูงวัยได้
 
  โดยมีเนื้อหาการสร้างความรู้ความเข้าใจเรื่องสังคมสูงวัยในแง่มุมต่างๆ ทั้งเป็นทั้งวิกฤตและโอกาสและมีความท้าทายในหลายประเด็นที่รออยู่อาทิ เช่น ความไม่มั่นคงทางการเงิน การเพิ่มทักษะและความรู้ การปรับตัวของแผนกทรัพยากรบุคคลในเรื่องกำลังแรงงาน  เรื่องสุขภาพ นวัตกรรมและเทคโนโลยีต่างๆ เพื่อผู้สูงอายุ เพื่อเป็นแนวทางให้ภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเห็นภาพรวมร่วมกันเพื่อเป็นแนวทางในการกำหนดนโยบายและการบริหารจัดการให้ครอบคลุมทุกมิติในเชิงสร้างสรรค์ เพราะเป็นปัญหาที่กระทบต่อทุกภาคส่วนอย่างลึกซึ้ง  โดยเชื่อว่า “ผู้สูงอายุ” เป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าและสามารถสร้างประโยชน์ให้กับคนรุ่นหลังๆอีกมาก   
 
โอกาสครั้งสำคัญของการตระหนักถึงต้นทุนทางสังคมผู้สูงอายุ 
 นายเคลาส์ ชวาบ ผู้ก่อตั้งและประธานบริหารสภาเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum)  กล่าวผ่านหนังสือเล่มนี้อย่างน่าสนใจว่า  ในโลกของเรามีการเปลี่ยนแปลงหลายด้านแบบที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อน  แต่ประเด็นสังคมผู้สูงอายุที่มีอายุเกิน  60 ปีขึ้นไป เป็นปัญหาที่เราสามารถคาดการณ์ได้และสามารถบริหารจัดการความเสี่ยงเพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นให้น้อยที่สุดได้  แต่ในขณะเดียวกันปัญหานี้ก็ถูกมองว่าเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญต่อความเจริญรุ่งเรืองของโลก เพราะปัญหาสังคมสูงวัยมีผลกระทบที่ลึกซึ้งทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง
 
ประเด็นผู้สูงอายุ ทั้งในประเทศที่พัฒนาแล้วและประเทศที่กำลังพัฒนาจะมีความเหมือนกันคือ จะมีการเปลี่ยนวิธีการทำงานของสังคมและเศรษฐกิจอย่างมาก โดยเริ่มความพร้อมของคนที่ในวัยที่พ้นจากการทำงานว่าจะมีคุณภาพชีวิตอย่างไร และรัฐบาลมีแนวทางในการนโยบายทางสังคมในเรื่องความมั่นคงทางการเงินให้กับผู้สูงอายุเหล่านี้อย่างไร และทำอย่างไรให้ผู้สูงอายุและคนที่อยู่วัยก่อนกว่ามีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน  รวมถึงการทำอย่างไรให้ภาคส่วนธุรกิจมีการจ่ายสวัสดิการและค่าชดเชยที่เหมาะสมให้กับคนสูงอายุเหล่านี้ และทำอย่างไรให้ระบบสุขภาพที่มีอยู่สามารถรองรับผู้สูงอายุที่จะมีจำนวนมากในอนาคตอย่างเพียงพอ  
 
“เพราะถ้าผู้กำหนดนโยบายล้มเหลวในการวางแผนเรื่องเหล่านี้ ก็จะมีผลกระทบตามมามหาศาลทั้งในเรื่องการขาดแคลนแรงงาน ระบบบำนาญไม่เพียง และรัฐต้องแบกภาระเรื่องการดูแลสุขภาพของผู้สูงอายุ  อย่างไรก็ตามข่าวดีคือ ถ้าเราเตรียมการรับมือตั้งทันทีอย่างสร้างสรรค์และรีบทำแบบเชิงรุก  ภาวะสังคมสูงวัยครั้งนี้จะเป็นโอกาสสำคัญที่สุดที่จะเราตระหนักถึงทุนทางสังคมของผู้สูงอายุที่มีทั้งประสบการณ์/ความรู้/ความสามารถมาใช้ประโยชน์ได้และเป็นการหลีกเลี่ยงวิกฤคที่จะเกิดขึ้นได้ด้วย”ผู้ก่อตั้ง World Economics Forum กล่าว 
สังคมสูงวัย
รูปจาก :  http://winneypsychology.com.au