สานพลังชุมชน ฟื้นฟูคลองเปรมประชากร

สานพลังชุมชน ฟื้นฟูคลองเปรมประชากร*
                                                                                นพ. พลเดช  ปิ่นประทีป  
                                                                      เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ
 
     
 
เมื่อต้นเดือนที่แล้ว รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธณะ ผู้รับผิดชอบดูแลโครงการฟื้นฟูคูคลองในเมืองทั่วประเทศ ตามพระราชกระแสของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ท่านร้องขอให้สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) ช่วยนำกระบวนการจัดทำธรรมนูญสุขภาพชุมชน มาเสริมสร้างการมีส่วนร่วมฟื้นฟูคลองเปรมประชากร ตลอดทั้งสาย 
     ท่านบอกว่าได้เคยเห็นตัวอย่างจากกรณีธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติ ธรรมนูญสุขภาพตำบล และธรรมนูญลุ่มน้ำ ที่ สช.ไปส่งเสริมสนับสนุนอยู่ทั่วประเทศ  รู้สึกประทับใจมาก จึงอยากให้ช่วยจัดทำธรรมนูญสุขภาพชุมชนคนคลองเปรมฯบ้าง
 
     ธรรมนูญสุขภาพชุมชน เป็นเครื่องมือของ สช. ที่ใช้สำหรับกระบวนการทางนโยบายตาม พรบ.สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2550  ในการสร้างความรู้สึกเป็นเจ้าของปัญหา การกำหนดใจตนเองและร่วมเป็นผู้แก้ไขปัญหาด้วยตนเอง สามารถเปลี่ยนประชาชนจากผู้รอคอยให้คนอื่นมาแก้ปัญหา โดยลุกขึ้นมาเป็นผู้แสดง ผู้จัดการด้วยตนเอง  
 
     ประเด็นการฟื้นฟูคลองเปรมประชากรและคลองสายต่างๆในกรุงเทพมหานคร เริ่มมีการพูดคุยกันในระดับนโยบายกันอย่างจริงจังภายหลังเหตุการณ์อุทกภัยน้ำท่วมครั้งใหญ่ปี 2554 มาจนถึงรัฐบาลชุดปัจจุบัน เนื่องจากพบปัญหาการระบายน้ำติดขัดทั้งระบบ 

 
     จากการสำรวจสภาพคลองเปรมประชากรพบปัญหาคลองมีสภาพตื้นเขิน คันคลองบางช่วงมีระดับต่ำ มีสะพานกีดขวางจำนวนมาก และมีผู้อยู่อาศัยริมคลองหนาแน่น ส่งผลให้เป็นอุปสรรคในการระบายน้ำ อีกทั้งยังมีการทิ้งขยะและสิ่งปฏิกูลลงในคลอง ทำให้เกิดปัญหาน้ำเน่าเสีย คุณภาพต่ำ รัฐบาลจึงมีนโยบายให้ทุกหน่วยงานดูแลบำรุงรักษาคลองสายต่างๆ ให้มีความสะอาด มีศักยภาพในการระบายน้ำ และมีภูมิทัศน์ข้างคลองที่สวยงาม ซึ่งทุกหน่วยงานได้ดำเนินการเก็บขยะมูลฝอย กำจัดวัชพืช ขุดลอกตะกอน และดูแลคุณภาพน้ำอย่างต่อเนื่อง โดยกรมเจ้าท่า กรมชลประทาน กรมโยธาธิการและผังเมือง และท้องถิ่นทั้งหลาย ระดมเครื่องมือทุกหน่วย รวมทั้งฝ่ายทหารช่วยกันเก็บ ทั้งเก็บใหญ่และเก็บเล็ก 
 
     กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) มีนโยบายเร่งด่วนแก้ไขปัญหาชุมชนบุกรุกริมคลอง โดยมอบหมายให้สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน ( พอช.) รับผิดชอบพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองทั้งคลองลาดพร้าว คลองบางซื่อ และคลองเปรมประชากรรวม 81 ชุมชน 11,004 ครัวเรือน
 
     อย่างไรก็ตาม การพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองตามแนวประชารัฐ เป็นความร่วมมือของทุกภาคส่วน โดยเฉพาะผู้นำชุมชนจะต้องชักชวนให้พี่น้องในชุมชนร่วมกันพัฒนาชุมชนตนเอง เพื่อนำไปสู่การมีบ้านใหม่ที่สวยงาม มีความมั่นคง มีสิ่งแวดล้อมที่ดี เป็นการสร้างอนาคตใหม่ให้แก่ลูกหลาน รวมทั้งยังเป็นการคืนคลองให้แก่สังคม
 
     ทางด้านรัฐบาล คสช.ก็มีความพยายามในการแก้ไขปัญหา เร่งจัดระเบียบพัฒนาคลองเปรมประชากร กทม.ทุ่มงบประมาณกว่า 20,000 ล้านบาท ทำโมเดลพัฒนาแบบเบ็ดเสร็จ ครบถ้วน มีทั้งเขื่อน-อุโมงค์ยักษ์ทางลัดระบายน้ำดอนเมือง-เจ้าพระยา ยาว 13.5 กม. ระบบบำบัดน้ำเสีย สวนสาธารณะ ที่พักอาศัย ทางเดิน ทางจักรยาน ซึ่งจะเร่งประมูลปลายปีนี้ เพื่อสร้างระบบป้องกันน้ำท่วมพื้นที่ฝั่งตะวันออกแบบถาวร
 
     คลองเปรมประชากร  หรือ ชื่อเดิมว่าคลองสวัสดิ์เปรมประชากร  เป็นคลองขุดที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 โปรดเกล้าฯ ให้ขุดขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2413  เชื่อมแม่น้ำเจ้าพระยาจากคลองผดุงกรุงเกษมบริเวณหน้าวัดโสมนัสวิหาร กรุงเทพมหานคร ไปทะลุตำบลเกาะใหญ่ แขวงกรุงเก่า จังหวัดพระนครศรีอยุธยา (ปัจจุบันอยู่ในตำบลบางกระสั้น อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา)

     เป็นระยะทาง 1271 เส้น 3 วา (50846 เมตร) เนื่องจากทรงเห็นว่าการเดินเรือขึ้นล่องตามแม่น้ำเจ้าพระยานั้นมีเส้นทางอ้อมไปมา ทำให้เสียเวลาในการเดินทางมาก 
โปรดเกล้าฯให้สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค) เป็นผู้อำนวยการขุด เมื่อปักหมายกรุย แล้วจ้างคนจีนขุด รวมใช้เวลา 18 เดือน ถือเป็นคลองขุดสายแรกของรัชกาลที่ 5  เมื่อขุดเสร็จแล้ว โปรดให้จัดพระราชพิธีฉลองคลอง มีมหรสพต่างๆ มากมาย

 
     การขุดคลองเปรมประชากรโดยตัดให้ตรงขึ้น ได้ประโยชน์สองประการ คือ ช่วยร่นระยะทางการเดินทางระหว่างกรุงศรีอยุธยากับกรุงรัตนโกสินทร์ให้สั้นลง และขยายพื้นที่การเพาะปลูกเข้าไปในบริเวณที่คลองตัดผ่านซึ่งเดิมเป็นป่ารกชัฏเต็มไปด้วยโขลงช้างเถื่อน จนไม่มีใครกล้าเข้าไปอยู่อาศัย
 
     ระหว่างขุดคลอง รัชกาลที่ 5 โปรดให้ปักหลักเป็นเครื่องหมายทุก 100 เส้น ( 4 กิโลเมตร) ไปจนสิ้นสุดทาง รวม 13 หลัก แต่ทุกวันนี้ หลักเหล่านั้นหายหมดเกลี้ยง คงเหลือเพียงชื่อ หลักสี่ หลักหก ครั้นตั้งสถานีรถไฟ พวกรถไฟ ก็เอามาตั้งเป็นสถานีรถไฟหลักสี่และสถานีรถไฟหลักหกขึ้น
 
     เอนก นาวิกมูล นักค้นคว้าและนักเขียนสารคดีเชิงประวัติศาสตร์ชื่อดังแห่งยุคคนหนึ่ง ได้ทำการค้นหาหลักฐานจากวรรณกรรมแล้ว ก็ออกค้นหาหลักริมคลองเปรมประชากร ยังไม่พบหลักฐานว่าหลักนั้นทำด้วยหินหรืออะไร แต่เข้าใจเอาว่าคงจะทำด้วยศิลาเหมือนหลักริมคลองดำเนินสะดวก  แต่ไม่มีใครสักคนที่สามารถบอกตำแหน่งหลักได้ว่าเคยอยู่ที่ไหนกันแน่  จึงเสนอให้ผู้สนใจ ช่วยกันหาหลักบอกระยะริมคลองเปรมประชากร จะได้นำมาสงวนรักษา ใช้เป็นจุดขายในการท่องเที่ยว 
 
     เมื่อได้รับมอบหมายภารกิจและเป้าหมายที่ชัดเจนจากรัฐบาล  สช.จึงจัดทำโครงการ “ธรรมนูญชุมชนคนคลองเปรม : คลองสะอาด ชุมชนน่าอยู่” ขึ้น โดยลงพื้นที่สำรวจลำคลองเปรมประชากรตลอดความยาว 50.84 กิโลเมตร  ซึ่งพบว่าอยู่ในความรับผิดชอบของกรมชลประทาน 28 กิโลเมตร คือในเขตจ.พระนครศรีอยุธยา 8 กิโลเมตร และในเขตจ.ปทุมธานี 20 กิโลเมตร  ส่วนอีกประมาณ 22 กิโลเมตรอยู่ในความรับผิดชอบของกรุงเทพมหานคร
 
     วัตถุประสงค์และเป้าหมาย 3 ประการของโครงการ ได้แก่
   1) สานพลังประชาคมคนคลองเปรมฯ ร่วมกันฟื้นฟู-พัฒนาชุมชน สิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศน์อย่างยั่งยืน
 
   2) สร้างเจตนารมณ์ร่วมของประชาคมคนคลองเปรมฯ โดยกระบวนการธรรมนูญชุมชน
 
   3) ร่วมกันค้นหาจุดที่ตั้งดั้งเดิมของ ”หลักหมุดหมาย” ทั้ง 13 หลัก  เพื่อฟื้นประวัติศาสตร์ท้องถิ่น สร้างจุดท่องเที่ยว  ชุมชน. 
 




   *เขียนให้โพสต์ทูเดย์ คอลัมน์  “พินิจการเมือง”  /  วันพุธที่ 3 เมษายน 2562
 
ชื่อผู้แต่ง: 
นพ.พลเดช ปิ่นประทีป
ปีที่พิมพ์/เผยแพร่: 
2562
คำค้น: 
คลองเปรมประชากร,คลองเปรม13หลัก,ธรรมนูญชุมชนคนคลองเปรม