ตอนที่ 2 อารยธรรมฟีนีเชียน

สาธารณรัฐเลบานอน : ถิ่นฐานรกรากชาวฟีนีเชียน 
 
ตอนที่ 2  อารยธรรมฟีนีเชียน

 
 
 
 
ที่มารูปภาพ my.dek-d.com

 
อารยธรรมฟีนีเชียน  ผืนแผ่นดินเลบานอน เป็นที่ตั้งถิ่นฐานหลักของชาวฟินีเชียนโบราณ (Phoenecian) อารยธรรมฟินีเชียนที่เคยยิ่งใหญ่มากในอดีตก็เกิดจากที่บริเวณนี้ นักประวัติศาสตร์โลกจึงถือว่าที่นี่ เลบานอน นับเป็น 1 ใน 15 แห่งที่มีสถานะเป็นอู่อารยธรรมของมนุษยชาติ (cradle of humanity) 
 
     ชาวเลบานอนส่วนหนึ่งในปัจจุบัน ยังคงมีความภาคภูมิใจที่จะบอกใครต่อใครว่าตนเองคือเชื้อสายเผ่าพันธุ์ของชาวฟินีเชียน ที่เจริญรุ่งเรืองมาแต่ครั้งโบราณ
 
              ชนเผ่าเซเมติก(Semetic) เป็นชนชาติดึกดำบรรพ์ชนชาติหนึ่ง มีถิ่นฐานเดิมอยู่บริเวณลุ่มน้ำไทกริส(Tigris )และทะเลทรายอาหรับ ประมาณ 2,300 ปีก่อนค.ศ. ส่วนหนึ่งพยายามจะเข้าไปตั้งถิ่นฐานในอียิปต์แต่ถูกขัดขวาง อีกกลุ่มหนึ่งมีชื่อเรียกดั้งเดิมว่าพวกแคนาไนต์ (Canaanites) มาอาศัยอยู่ในบริเวณดินแดนแคนาน (Cannaan) ซึ่งอยู่บริเวณแถบซีเรีย ปาเลสไตน์ ชนเผ่าเหล่านี้ได้รับอารยธรรมเมโสโปเตเมียและอียิปต์ ในช่วงระหว่าง 1,300 – 1,000 ปีก่อนคริสตกาล 
 
     ต่อมาได้ถูกพวกอิสราเอลไลต์ (Israelites) และฟิลิสตินส์ (Philistines) เข้ารุกรานจนต้องสูญเสียดินแดนเกือบทั้งหมด ยกเว้นบริเวณแถบชายฝั่งทะเลแคบๆที่อยู่ริมฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียนด้านตะวันออก ตรงที่เรียกว่าฟินีเซียนหรือเลบานอนนี้เท่านั้น หลังจากนั้นเป็นต้นมา พวกแคนาไนต์เหล่านี้ก็มีชื่อเรียกใหม่ว่า ฟีนีเชียน ชาวกรีกเรียกชื่อพวกนี้ว่า ฟินิเก (Phoenike) ส่วนชาวโรมันเรียก ปิวเนียน (Punian)
 
     พวกฟินิเชียนได้ชื่อว่าเป็นชนชาติที่ชำนาญการเดินเรือมากที่สุดพวกหนึ่งในยุคโบราณ พวกเขากุมเส้นทางการค้าตามชายฝั่งของทะเลเมดิเตอร์เรเนียน  และแยกย้ายกันไปตั้งเป็นนครรัฐต่างๆ มีเมืองท่าขนาดใหญ่อยู่หลายแห่งที่ใช้เป็นฐานการค้า เช่นเมืองไทร์ (Tyre – 5000 ปี) เมืองไซดอน (Sidon – 6000 ปี)  เมืองเบรุต(Beirut- 5000 ปี) เมืองบีบลอส (Byblos – 7000 ปี) ซึ่งเราจะได้ไปเยี่ยมชมกันอย่างครบถ้วนในโปรแกรมนี้ 
 
     เนื่องจากชาวฟินีเชียนเป็นพ่อค้า นักเดินเรือและค้าขายไปทั่ว ชาวฟินีเชียนจึงได้พัฒนาความรู้ความสามารถในด้านการต่อเรือและการเดินเรือ ระยะแรกคงเดินเรืออยู่ในแถบทะเลเมดิเตอร์เรเนียนและทะเลอีเจียน ต่อมาขยายจึงขยายเส้นทางไปจนถึงเกาะอังกฤษและไกลขึ้นไป ทางใต้พวกเขาก็เคยได้เดินเรือไปถึงแหลมกู๊ดโฮปที่อยู่ใต้สุดของทวีปแอฟริกามาแล้ว
 
     ชาวฟีนีเชียนรับสินค้าอินเดียและตะวันออกไกล มาจากเมโสโปเตเมีย เอาไปขายยังอียิปต์ เอเชียไมเนอร์ แอฟริกาเหนือและชายฝั่งตะวันตกของทวีปยุโรป กล่าวกันว่าเป็นกลุ่มที่สามารถเดินทางผ่านช่องแคบจิบรอลตาร์ (Gibraltar) เข้าสู่มหาสมุทรแอตแลนติกได้เป็นพวกแรก พ่อค้าฟีนีเชียนยังนำเรือสินค้าไปค้าขายกับเกาะอังกฤษ สร้างสถานีการค้าและมีอาณานิคมของพวกตนจนถึงแถวสเปน เพื่อแสวงหาแร่เงินและ ดีบุก และได้นำเอาอารยธรรมฝั่งตะวันออกของทะเลเมดิเตอร์เรเนียนและตะวันออกกลางไปเผยแพร่ทางตะวันตก ทั้งยังจัดตั้งอาณาจักรขึ้นบนเกาะชิชิลีและชายฝั่งทางตอนเหนือของแอฟริกา ได้แก่ เมืองคาร์เทจ (Carthage) อีกด้วย
 
     นอกจากจะเจริญรุ่งเรืองในเรื่องการเดินเรือแล้ว ชาวฟินีเชียน ตามนครรัฐต่างๆยังสร้างความเจริญทางด้านอุตสาหกรรมและการค้าขายที่สอดคล้องกัน ทำให้ชาวฟินีเชียนร่ำรวยขึ้นด้วย นักประวัติศาสตร์อังกฤษท่านหนึ่ง กล่าวยืนยันว่าชาวฟินีเชียนคือพวกแรกที่รู้จักการเดินเรือด้วยวิธีดูดาวเหนือ (Polar Star)
 
 
อักษรฟินิเชีย
      อักษรฟินิเชียพัฒนามาจากอักษรคานาอันไนต์ยุคแรกเริ่ม ซึ่งปรากฏครั้งแรกราว 1,800-1,700 ปีก่อนคริสต์ศักราช จารึกเก่าสุดมาจากเมืองบิบลอส อายุราว 1,000 ปีก่อนคริสต์ศักราช ซึ่งในขณะนั้นมีอักษร 22 ตัว ไม่มีเครื่องหมายสระ ชื่อตัวอักษรเหมือนที่ใช้เรียกอักษรฮีบรู ตัวอักษรมีลักษณะเป็นอักษรอัลฟาเบต (Alphabet) ซึ่งสะดวกในการบันทึกเรื่องราวต่าง ๆ และทำบัญชีการค้า 
 
     อักษรอัลฟาเบตของฟีนีเซียน เป็นที่นิยมแพร่หลายทั่วไป และชาติต่างๆ ได้นำไปใช้เป็นต้นรากเพื่อดัดแปลงเป็นตัวหนังสือของตน เช่น ในภาษากรีก และละติน 
 
     ตัวอักษรเหล่านี้พบในจารึกในแถบเลบานอน ซีเรีย อิสราเอล ไซปรัส เกาะซิซิลี ตูนีเซีย โมร็อกโก แอลจีเรีย มอลตา และที่อื่นๆในคาบสมุทรไอบีเรีย

ภาพศิลาจารึกตัวอักษรชาวฟินิเชียนโบราณ 



    
  
 
ศาสนาของชาวฟินิเชียน
     ศาสนาของชนเผ่าฟินิเชียนมีส่วนสำคัญในชีวิตของเขามาก ศาสนานี้นับถือเทพเจ้ามาก แต่ละองค์มีนามทั่วไปว่าบาอัล(Baal) เหมือนกันหมด 
     พิธีกรรมของศาสนานี้ มีการฆ่ามนุษย์บูชายัญและการสังเวยเทพเจ้าด้วยกาม ความจริงพิธีกรรมแบบหลังนี้มิใช่มีแต่ของชาวฟินิเชียนเท่านั้น แม้ในศาสนาที่ตายแล้วอื่นๆ เช่น ของอียิปต์ ของกรีก และแม้ศาสนาฮินดูบางสาขาซึ่งเป็นศาสนาที่มีผู้นับถืออยู่ในปัจจุบัน ก็มีพิธีกรรมทำนองนี้อยู่เช่นกัน