กรณีศึกษาที่ 1 การฟื้นฟูพื้นที่ป่าภายหลังพิบัติภัยธรรมชาติ ที่อุทยานแห่งชาติอาโสะ-คูจุ (Aso-Kuju National park) 2

(กรณีศึกษาที่1...ต่อจากหน้า 1)
กรณีศึกษาที่ 1  การฟื้นฟูพื้นที่ป่าภายหลังพิบัติภัยธรรมชาติ ที่อุทยานแห่งชาติอาโสะ-คูจุ
(Aso-Kuju  National park)
      ประเทศญี่ปุ่น มีการปกครองซึ่งมีการกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นอย่างแท้จริง
เขาไม่มีส่วนภูมิภาคแบบบ้านเรา จังหวัดท้องถิ่นทั้ง 47 แห่ง มีผู้ว่าราชการจังหวัดที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชน เช่นเดียวกับเทศบาลทุกแห่ง ทุกเมืองต่างก็เป็นแบบนี้ นั่นย่อมหมายถึงว่ากิจการการดูแลสารทุกข์สุกดิบของประชาชนเป็นบทบาทหน้าที่ของผู้บริหารและข้าราชการส่วนท้องถิ่นโดยแท้

 
     น่าสังเกตว่า ในการฟื้นฟูพื้นที่และการสร้างเขื่อนชะลอดินโคลนที่กล่าวข้างต้นนี้ กลายเป็นบทบาทของเจ้าหน้าที่ซึ่งสังกัดจังหวัดท้องถิ่น (prefecture) ตามลำพังเท่านั้น ไม่มีภาพของชุมชนเข้ามามีส่วนร่วม และไม่เห็นบทบาทของข้าราชการส่วนกลางเข้ามาดำเนินการ ทั้งๆที่พื้นที่อุทยานแห่งชาติอยู่ในความรับผิดชอบของหน่วยงานระดับชาติ
 
     เขื่อนชะลอดินที่เราไปศึกษาดูงาน ในทางเทคนิคเป็นเขื่อนที่ใช้ดินภูเขาไฟผสมซีเมนต์
(soil cement) งบประมาณราว 100 ล้านบาท แม้ไม่ทราบว่าแหล่งงบประมาณมาจากไหน แต่การดำเนินการทำโดยจังหวัดท้องถิ่นแน่นอน เจ้าหน้าที่ที่มาต้อนรับและบรรยายให้เราฟังที่หน้าไซต์งานสร้างเขื่อนชะลอดิน
แต่งตัวทะมัดทะแมงสังเกตที่ด้านหลังเสื้อแจ็คเก็ตที่สวมใส่ มีตราโลโล้ของ ASO Prefecture ติดอยู่ทุกคน
 
แง่คิดจากกรณีศึกษา
 
     1.ประเทศญี่ปุ่นเป็นกลุ่มเกาะกรวยภูเขาไฟสลับชั้น มีเกาะเล็กเกาะน้อยรวมประมาณ 6,852 เกาะ เกาะใหญ่สุดมี 4 เกาะ คือ เกาะฮอนชู ฮอกไกโด กิวชู และชิโกกุ ซึ่งคิดเป็นพื้นที่แผ่นดินประมาณร้อยละ 97 ของประเทศญี่ปุ่น 
สภาพที่ตั้งและภูมิศาสตร์ทำให้ญี่ปุ่นต้องเผชิญต่อภัยธรรมชาติอยู่เป็นอาจิณ ทั้งภูเขาไฟระเบิด แผ่นดินไหว สึนามิ พายุไต้ฝุ่น และน้ำท่วมดินโคลนถล่ม ประชาชนญี่ปุ่นจึงถูกหล่อหลอมให้เป็นคนที่มีระเบียบวินัย ต่อสู้ อดทน เคารพกฎหมาย และมีสำนึกในการ “อยู่รอดร่วมกัน”  
 
     2.ประเทศญี่ปุ่นแบ่งการปกครองออกเป็น 47 จังหวัด แบ่งภาคออกเป็น 8 ภูมิภาค ซึ่งมักจะถูกจับเข้ากลุ่มตามเขตแดนติดกันที่มีวัฒนธรรมและสำเนียงการพูดใกล้เคียงกัน ทุกจังหวัดมีผู้ว่าราชการจังหวัดที่มาจากการเลือกตั้งเป็นผู้บริหาร ไม่มีระบบราชการส่วนภูมิภาค มีแค่ราชการส่วนกลางกับส่วนท้องถิ่นเท่านั้น
ในแต่ละจังหวัด มีการแบ่งเขตการปกครองท้องถิ่นออกเป็นเทศบาลหรือเมืองย่อยๆ จำนวน 3,232 เทศบาล  แต่ในปัจจุบันกำลังมีการปรับโครงสร้างการแบ่งเขตการปกครองโดยการรวมเทศบาลที่อยู่ใกล้เคียงกันเข้าด้วยกัน ซึ่งจะช่วยลดจำนวนเขตการปกครองย่อยและช่วยลดค่าใช้จ่ายในการบริหารเทศบาลลงได้  การรวมเขตเทศบาลนี้เป็นนโยบายที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล โดยมีการคาดการณ์ที่จะลดจาก 3,232 เทศบาล (พ.ศ.2542) เหลือเพียง 1,773 เทศบาล (พ.ศ. 2553) ทุกเทศบาลมีผู้บริหารที่มาจากการเลือกตั้ง 
 

ประเทศญี่ปุ่นมีเมืองใหญ่เป็นจำนวนมาก ซึ่งแต่ละเมืองต่างมีส่วนสำคัญในการพัฒนาประเทศทั้งทางด้าน เศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม รวมถึงมีสำเนียงภาษาที่แตกต่างกันออกไป


     3.ประชากรญี่ปุ่น
          ข้อมูลจากวิกิพีเดียระบุว่า ในหลายปีที่ผ่านมา ประเทศญี่ปุ่นสูญเสียประชากรสุทธิเนื่องจากอัตราการเกิดลดลง และแทบไม่มีการย้ายเข้าประเทศ แม้ว่ามีการคาดหมายคงชีพสูงที่สุดในโลกที่อายุ 81.25 ปี นับถึง ค.ศ. 2006
           จำนวนประชากรของญี่ปุ่นขึ้นสูงสุดใน ค.ศ. 2008 ที่จำนวน 128,083,960 คน และจากนั้นลดลงทุกปี ๆละประมาณ 1 ล้านคน  ทำให้คาดว่าประชากรญี่ปุ่นจะลดลงเหลือ 86 ล้านคนภายใน ค.ศ. 2060



  

» บันทึกเพิ่มเติมจากคณะศึกษาดูงาน «
                                                                                                                 โดย ดร.เอนก นาคะบุตร
 
วันแรก.....ลงเครื่องบินที่สนามบินฟูกูโอกะ  5 พย.2561   เริ่มด้วยการกล่าวนำ และให้ข้อคิดของท่าน
ดร. สุเมธ  ตันติเวชกุล  ประธานสถาบันลูกโลกสีเขียว

     ข้อ 1 หลักคิดและหลักการของพระองค์ท่าน ในหลวงรัชกาลที่ 9 ในการทรงงาน
และพระราชทานพระราชกรณียกิจต่อประชาชน  เป็นหลักคิดในการทัศนศึกษา คือ:


     1) เข้าใจ: ว่าทำไม? ประชาชนชาวญี่ปุ่น  จึงมีจิตสำนึก วินัย  และแรงจูงใจในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ  ที่มีอย่างจำกัด (ที่ราบที่ใช้ทำการเกษตร  มีเพียง 18 % ของพื้นที่เกาะ ) ในขณะที่ญี่ปุ่น มีประชากรมาก ราว 130 ล้านคน
 
     2) เข้าถึง : องค์ความรู้  และกระบวนการสร้างจิตสำนึกของคนรุ่นใหม่  ต่อการจัดการทรัพยากรธรรมชาติที่มีจำกัด  ประเด็นสำคัญคือการจัดการคน  ซึ่งเป็นปัจจัยและพลังขับเคลื่อนของทรัพยากรธรรมชาติ
 
     3) พัฒนา : คือการเรียนรู้ถึงการลงมือปฏิบัติ  ที่เจาะลึกถึงเทคนิควิธี   และ กระบวนการมีส่วนร่วมของฝ่ายต่างๆ  ในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ
 
     4) 20 ปีที่ผ่านมา : ชาวลูกโลกสีเขียวทำงานร่วมกันและทุ่มเท  คัดเลือกชุมชนเข้ารับรางวัล  สร้างความสำเร็จที่เป็นที่น่าชื่นชม  คณะกรรมการจึงขอมอบรางวัล แห่งการทำงานดังกล่าวและสำเร็จด้วยดี   ด้วยการให้คณะกรรมการทุกท่านมาเรียนรู้ และศึกษาการจัดการทรัพยากรธรรมชาติของประเทศญี่ปุ่น  ที่มีข้อจำกัดมากมายดังกล่าว  รวมทั้งมีภัยธรรมชาติ และภัยพิบัติต่างๆ  เพื่อเข้าใจและเข้าถึงองค์ความรู้ของคนญี่ปุ่น  และนำกลับไปพัฒนาต่อยอดภารกิจลูกโลกสีเขียวในอนาคต ที่ไทยเราต้องเผชิญทั้งจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้น แต่ในขณะที่ทรัพยากรธรรมชาติกำลังหดน้อยและเสื่อมทรามลง  ควบคู่กับการบุกรุกแย่งชิงทรัพยากรจากทุกๆฝ่าย  และกับการที่บางส่วนของไทย  จะพัฒนาไปสู่สังคมเมืองและอุตสาหกรรมสมัยใหม่
 
     5) การแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันในรถ
             : พระสมคิด จาก จ.น่าน  ได้เมตตาให้หลักคิดเพิ่มเติมว่า...ทรัพยากรธรรมชาติที่จะยั่งยืน 
                จะต้องอยู่ทั้ง บนฐานทุน และฐานธรรม
 
ภูเขาไฟ ASO  
     ภูเขาไฟ ASO  มีปากปล่องภูเขาไฟ  ที่ยอดยังระอุอยู่  ผลจึงทำให้ต้นไม้ไม่สามารถเจริญขึ้นบนยอดภูเขา  หรือปากปล่องได้ดี  จึงเห็นยอดภูเขาหัวโล้น  จากดินและหินที่ยังร้อนระอุอยู่ ต้นไม้ใหญ่ไม่สามารถขึ้นได้
     เมื่อ 2 ปีก่อน  เกิดแผ่นดินไหว  และเกิดภูเขาถล่มจากยอดดอย  พาเศษดินและเศษหินใหลลงมายังตีนเขา  ตามร่องหุบเขา  ทำให้บ้านเรือนพังทะลายทั้งหลัง และบางส่วน ราว 100,000หลัง ใน กว่า 28 หมู่บ้านประชาชนเสียชีวิติ ราวเกือบ 300 คน  และบาดเจ็บเกือบ 3,000 ราย  คิดเป็นมูลค่าเสียหายเกือบ 200,000ล้านเย็น
     แม้ในอดีตจะมีเขื่อนชะลอดินขนาดเล็กๆ  กว่า 100 เชื่อน ดักดินตามร่องเขาอยู่ก่อนแล้ว  แต่แผ่นดินไหวเมื่อ 2 ปีก่อน  ทำให้เกิดความร่วมมือของจังหวัด และ จังหวัดข้างเคียง  ในการสำรวจรอยแยกแตกของผิวดินรอบปล่องภูเขาไฟ ASO  เพื่อสำรวจรอยร้าว รอยแยกที่เกิดขึ้น  พร้อมกับมีข้อสรุปในการสร้าง " เขื่อนใหญ่ชะลอดินและหิน" ด้วยวัสดุ soil cement  แทนเขื่อน concrete  ขึ้นเป็นเขื่อนแรกในญี่ปุ่น และในจังหวัด Kumamoto
 
นวัตกรรมของเขื่อน soil cement ที่จังหวัด Kumamoto :
     1) เขื่อน soil cement  สร้างเสร็จเร็ว  เพราะ soil cement  แห้งเร็วกว่า concrete cement  ที่ต้องรอให้ปูนแห้งภายหลังจากกการเทปูน  ราว 1 สัปดาห์  และสามารถประหยัดค่าก่อสร้างได้ 2.5 เท่า ของราคา เขื่อน concrete cement  ยิ่งกว่านั้น  สามารถใช้ ดินและหินที่ถล่มลงมาก่อนหน้านั้น  เป็นวัสดุ  ในการสร้างเขื่อน soil cement
 
     2) ความแข็งแรง  และอายุความคงทน  มีคุณสมบัติพอๆกับเขื่อน concrete cement...และถ้าจะนำมาปรับประยุกต์ใช้เป็นเขื่อนชะลอน้ำ คงต้องเพิ่มฐานรับแรงดัน และแรงกดของน้ำ  ที่ต้องคำนวณเพิ่มเติม
 
     3)  ในการจัดการธรรมชาติ  และป้องกันภัยพิบัติ  ที่นี่เขาจัดการเบ็ดเสร็จโดยหน่วยป่าไม้ของจังหวัด Kumamoto  ทั้งด้านการอนุรักษ์  ด้านการดูแล  และด้านการใช้ประโยชน์จากการใช้ไม้  ทั้งในเขตป่าอุทยานแห่งชาติ  และป่าเอกชนทีมีกรรมสิทธิ์ก่อนออกกฎหมายของญี่ปุ่น  โดยการจัดสรรโควต้า  ทั้ง 2 พื้นที่และทั้งป่าไม้จังหวัด ตัดและแปรรูปเอง  กับการให้สัมปทานตามโควต้า
 
     4) การปลูกป่าไม้ใหญ่ บนปากปล่อง  ไม่สามารถทำได้  เพราะดินระอุ ( ดิน  Anzangung ) ทางออกจึงต้องสร้างเขื่อนชะลอดิน  และสร้างระบบเตือนภัยรอบยอดเขาถล่มทับหมู่บ้าน กว่า 28 หมู่บ้าน  ที่เคยได้รับผลกระทบเมื่อ 2 ปีก่อน
 
     5)  การสร้างเขื่อนชะลอดินดังกล่าว  เจ้าหน้าที่ป่าไม้จังหวัด  ( คุณ ยามาเบะ ) ย้ำถึงการเรียนรู้จากภัยพิบัติดังกล่าว เมื่อ 2 ปีก่อน  ในการสร้างความตระหนัก  และความร่วมมือ  ทั้งจาก ผู้ได้รับกระทบ  และการเคารพต่อกรรมสิทธิ์  และความเป็นเจ้าของที่ดิน ของเอกชน  ควบคู่กับการสร้างความร่วมมือกับป่าไม้จังหวัด
 
     6)  การดูแลและเผาบริเวณทุ่งหญ้า  ให้ซากหญ้าถูกเผา  และให้วัชพืชหญ้าขึ้นมาใหม่หลังการเผา  เพื่อเป็นการดูแลทุ่งหญ้าในเชิงเขา  ให้เป็นอาหารสัตว์เลี้ยง ที่เป็นอาชีพดั้งเดิมของชาวบ้านรอบภูเขา ASO คือ การเลี้ยงวัว และม้า  ควบคู่การจัดถนนให้วัวเดิม  ถือเป็นภาระกิจของป่าไม้จังหวัด  ที่ต้องเผาทุ่งหญ้าทุกปี  ด้วยการเผาแบบจำกัดบริเวณ ร่วมกับการให้ชาวบ้านที่ใช้ประโยชน์จากทุ่งหญ้า