กรณีศึกษาที่ 3 คามิคัตสึ ต้นแบบเมืองปลอดขยะของญี่ปุ่น 2

กรณีศึกษาที่ 3  คามิคัตสึ ต้นแบบเมืองปลอดขยะของญี่ปุ่น


       กระบวนการการจัดการขยะ
 
     เมืองคามิคัทสึ เขามีศูนย์การเรียนรู้เกี่ยวกับขยะเพื่อให้ความรู้ในการคัดแยกขยะต่างๆกับคนในเมือง เรียกว่าKamikatsu Zero Waste Academy  มีประเด็นที่น่าสนใจคือ สถาบันนี้เป็นองค์กรไม่แสวงกำไร จัดตั้งขึ้นโดยเทศบาล เป็นองค์กรที่อิสระที่ทำหน้าที่ให้ความรู้และมีระบบบริหารจัดการที่คล่องตัว ทั้งในศูนย์การเรียนรู้และการส่งเสริมสนับสนุนบทบาทของพลเมืองทุกคน ในการลดขยะเป็นศูนย์ตามเป้าหมาย
 
     หลักการสำคัญในการจัดการขยะ ของเมืองคามิคัทสึอยู่ที่ ในชุมชนทุกครัวเรือนจะต้องแยกขยะเบื้องต้นที่บ้านด้วยตนเองประมาณ 4-5 ประเภท และนำขยะไปจัดการคัดแยกต่อที่ Komi Station (สถานีแยกขยะ) โดยจะแยกประเภทใส่กล่องตามที่จัดรอไว้ มีทั้งหมด 45 ประเภทด้วยกัน โดยไม่ต้องกลัวงง เพราะเขาจะมีเจ้าหน้าที่คอยให้ความรู้และคำแนะนำ ในเวลาที่เปิดทำการที่ชาวบ้านสะดวก
 
     จากนั้นจะนำขยะที่คัดแยกทั้งหมดแล้วไปจัดการต่อที่ Waste Collection Center (ศูนย์รวมขยะ) ซึ่งก่อตั้งเมื่อปี2003 เพื่อจะนำขยะแต่ละประเภท ไปรีไซเคิลต่อตามกระบวนการ การดำเนินงานเช่นนี้สามารถทำให้เมืองคามิคัทสึมีอัตราการรีไซเคิลสูงถึง ร้อยละ 85
 
     ส่วนการจัดการกับขยะเปียกหรือขยะอินทรีย์นั้น เขาสามารถทำได้แบบ 100% โดยเทศบาลสนับสนุนให้โรงงานในท้องถิ่นผลิตเครื่องย่อยสลายขยะอินทรีย์ขนาดเล็กโดยใช้พลังงานไฟฟ้า (household organic electric composters) ราคาเต็ม 50,000 เยน แต่เทศบาลช่วย subsidy 10,000 เยน หรือ ถังหมักขยะเปียกทำปุ๋ยหมัก (household organic  composters)  ราคาเต็ม 6,000 เยน แต่เทศบาลช่วย subsidy 3,100 เยน
 
     พัฒนาการ
 
     ก่อนหน้าที่จะหันมาใช้ระบบการคัดแยกขยะในปัจจุบัน เมืองคามิคัทสึเคยใช้วิธีต่างๆในการการจัดขยะมาแล้วหลายวิธี เช่น การฝั่งกลบ การเผาขยะ หรือการขุดหลุมเพื่อเผา แต่เนื่องจากวิธีต่างๆทำให้เกิดมลภาวะทั้งในดิน ในน้ำ และในอากาศ จึงเปลี่ยนจาก Burning มาเป็น Recycling คือเปลี่ยนจากการจัดการ ”กำจัด”ขยะ มาเป็นการ ”คัดแยก” แทน
 
     • ปี 1991-1995  ใช้วิธีเผาขยะแบบเปิด open incineration ร่วมกับมาตรการ subsidy
เครื่องใช้กำจัดขยะเปียก
 
     • ปี 1997  ยังคงใช้การเผาแบบเปิด แต่ริเริ่มให้มีการแยกขยะเป็น 9 ประเภท ในระดับชาติมีการออกกฎหมายส่งเสริมการรีไซเคิล
 
      ปี 1998-2000  แยกขยะเป็น 22 ประเภท และก่อสร้างระบบเตาเผาขยะแบบปิด 2 เครื่อง 
 
     • ปี 2001  ขยายมาตรการแยกขยะเพิ่มเป็น 35 ประเภท ระดับชาติมีการออกกฎหมายการจัดการขยะ 
ที่คามิคัทสึเลิกการใช้เตาเผาขยะ ตั้งกลุ่มอาสาสมัครชื่อ “ Recycle Kamikatsu” ช่วยขนขยะจากครัวเรือนชาวบ้านมาที่ศูนย์รวมขยะ
 
     • ปี 2002-2015   แยกขยะเป็น 34 ประเภท ตั้งคณะกรรมการ “Gomi (waste) Rangers”  ประกาศเป้าหมายเมืองขยะเป็นศูนย์ จัดตั้งสถาบัน Zero Waste Academy  เปิดร้าน Kuru-kuru Shop  เปิดศูนย์ Kuru-kuru Craft Center  ตั้งกองทุน Zero Waste Fund  รณรงค์รีไซเคิลกระดาษ ทำแผนปฏิบัติการเมืองขยะเป็นศุนย์
 
     • ปี 2016-2017  ขยายการแยกขยะเป็น 45 ประเภท  ตั้งระบบรับรองคุณภาพ Zero Waste Accreditation
 



     จะเห็นได้ว่า กว่าที่คามิคัทสึจะพัฒนามาจนถึงขั้นนี้ได้ ทั้งชาวเมืองและเทศบาลท้องถิ่นของเขาได้ร่วมกันเรียนรู้และพัฒนาระบบการจัดการตนเองมาอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง เขาไม่มีพื้นที่ให้ฝังกลบขยะเหลือเฟือแบบบ้านเรา เขาจึงใช้จากการเผาขยะในที่เปิด ก่อนฝังกลบขี้เถ้าลงในดิน ซึ่งต่อมาชาวเมืองต่างเห็นว่าเป็นสิ่งที่ไม่สมควร เพราะการเผาขยะได้สร้างมลภาวะทางอากาศจากสาร Dioxin   ชุมชนชาวเมืองคามิคัทสึจึงรวมกลุ่มกันและสร้างระบบที่น่าทึ่งนี้ขึ้นมา

     ในช่วงแรก ชาวเมืองคามิคัทสึบางส่วนมีความลังเล เพราะภาระการแยกขยะที่รีไซเคิล ทำให้ต้องทำความสะอาดก่อน ซึ่งเป็นเรื่องยุ่งยากและดูเหมือนจะไม่น่าสามารถปฏิบัติได้จริง  ต้องมีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมที่เคยชินอย่างขนานใหญ่  แต่เดี๋ยวนี้กิจกรรมเหล่านี้ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของกิจวัตรประจำวันของชีวิตชาวเมืองไปแล้ว  
 
 “หลังจากที่คุณคุ้นเคยกับมัน มันก็กลายเป็นเรื่องปกติ  ตอนนี้ฉันไม่ได้คิดถึงมันด้วยซ้ำ มันกลายเป็นธรรมชาติที่จะแยกขยะให้ถูกต้อง”   
 
      พลเมืองคามิคัทสึ ได้ทำการเปลี่ยนแปลงวิถีการดำเนินชีวิตให้เป็นแบบที่ไม่สร้างของเสีย  สร้างสังคมที่ทุกผู้คนนับถือซึ่งกันและกัน เกื้อกูลซึ่งกันและกัน  ซึ่งระบบการช่วยเหลือซึ่งกันและกันของชุมชนเช่นนี้
คือปัจจัยสำคัญที่ทำให้เมืองคามิคัทสึประสบความสำเร็จ
 
     บทเรียนที่ชัดเจนจากชาวเมืองคามิคัทสึ คือ ความตระหนักในโทษของวิถีชีวิตที่ทิ้งขว้างทรัพยากร ทั้งที่ยังมีค่า หากเราใส่ใจหาวิธีที่จะนำมาใช้ใหม่ ความตระหนักในโทษของวิถีการจัดการกับของเสียรูปแบบเดิมที่สร้างความเสียหายให้กับชุมชนเอง และความมีวินัยของผู้คนในชุมชน รวมทั้งการรวมตัวกันของคนในชุมชนร่วมผลักดันภารกิจที่ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นไปได้ ให้เป็นไปได้
รูปแบบและมาตรการรูปธรรม Recycle
 
   1. จัดการขยะอินทรีย์ด้วยวิธีการย่อยสลาย ใช้ถังหมักอินทรีย์ Compost Bin และเครื่องหย่อนพลังงานไฟฟ้า Electric Composter
 
   2. แยกประเภทขยะและนำกลับมาใช้ใหม่
 
   3. กูรู-กุรุ ช็อป ศูนย์ของใช้มือสอง ส่งเสริมการนำของกลับมาใช้ใหม่
Reuse
 
   4. กูรุ-กูรุ คร้าฟท์เซนเตอร์ เป็นร้านช่างฝีมือ สำหรับชาวบ้านนำสิ่งของมาซ่อมหรือดัดแปลงเพื่อใช้งาน เป็นงานที่เหมาะกับผู้สูงอายุประดิดประดอยสิ่งของให้มีมูลค่าเพิ่มและมีรายได้เสริม
 
   5. รณรงค์ส่งเสริมการยืมของใช้จัดงานเลี้ยงแทนการใช้ของแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง
Reduce
 
   6. ระบบประเมินคุณภาพขยะเป็นศูนย์ สำหรับเป็นมาตรฐานโรงงาน ภัตตาคาร โรงแรม ที่ควบคุมการผลิตขยะ และกิจการ/บริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม 
 
   7. การจัดประชุมสัมมนาวิชาการให้ความรู้และเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารรณรงค์ เพื่อเมืองขยะเป็นศูนย์
 
   8. รณรงค์รีไซเคิลกระดาษด้วยการสะสมแต้ม แลกเป็นของขวัญรางวัล  Chiritsumo Point Campaign


แนวคิดขยะเป็นศูนย์  
Zero คือ  0  Waste คือ ของเสียจากพลังงาน ของเสียจากเงิน ของเสียจากวัสดุธรรมชาติ
และของเสียจากขยะ
     Zero Waste  เป็นวิสัยทัศน์ มุ่งป้องกัน ลดการผลิตขยะ เพิ่มการใช้ซ้ำและการนำกลับมาใช้ใหม่ ในขณะเดียวกันก็ส่งเสริมสนับสนุนกระบวนการภาคอุตสาหกรรมในการคิดผลิตภัณฑ์ที่ยั่งยืนต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อขจัดของเสียอันตรายที่จะต้องพึ่งพาการเผาทำลายและการฝังกลบในผืนดิน


     
     ปัจจุบันมีเมืองทั่วโลกมากกว่า 100 แห่งที่ประกาศความมุ่งมั่นนโยบายขยะเป็นศูนย์
เช่น ที่เมืองในมลรัฐแคลิฟอร์เนีย นิวยอร์ค แคนเบอร์ร่า ออสเตรียเลียใต้ และนิวซีแลนด์ 
สำหรับในประเทศญี่ปุ่น ขณะนี้มีเมืองที่ประกาศความมุ่งมั่นแล้ว อย่างน้อย 7 เมือง ได้แก่
 
1. Kamikatsu, Tokushima  ประชากร 1,500
2. Oki town , Mizuma, Fukuoka  ประชากร 14,000
3. Minamata city, Kumamoto   ประชากร 25,000
4. Ikaruka town, Nara    ประชากร  28,000
5. Osaki town, Soo,Kagoshima  ประชากร  13,000
6. Hayama town, Kanakawa   ประชากร 33,000
7. Zushi city, Kanakawa   ประพชากร  58,000