กรณีศึกษาที่ 2 เมืองโมโรสึกะ เมืองมรดกโลกด้านเกษตรกรรม

กรณีศึกษาที่ 2    เมืองโมโรสึกะ เมืองมรดกโลกด้านเกษตรกรรม


 

‛ โมโรสึกะ      เป็นเมืองขนาดเล็กที่ตั้งอยู่กลางหุบเขา ในจังหวัดมิยาซากิ
บนเกาะกิวชู ได้รับการยกย่องว่าเป็นเมืองแห่งป่าไม้และการเกษตรที่คนในชุมชนเรียนรู้ที่จะอยู่ ดูแลรักษาและใช้ประโยชน์กับป่าไม้อย่างหวงแหนจากรุ่นสู่รุ่น เป็นต้นแบบที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งต่อมาในปี 2004 ได้รับรางวัล Forest Stewardship Council certification – FSC และในปี 2015 ได้รับรางวัลมรดกโลก World Agricultural Heritage
 
     ภูมิประเทศ
          โมโรสึกะ มีพื้นที่กว้างขวางถึง 187.5 ตารางกิโลเมตร แต่สภาพส่วนใหญ่เป็นภูเขาสูงชัน บริเวณที่ตั้งของชุมชนและเมืองจึงมีแค่พื้นที่ราบแคบๆอยู่กลางหุบเขา เบื้องล่างมีแม่น้ำลำธารไหลผ่านกลางและลัดเลาะไปตามธรรมชาติ ชุมชนบางส่วนกระจายกันไปอยู่เป็นกลุ่มบ้าน 5-8 หลังคาเรือนตามที่ที่พอจะตั้งเป็นบ้านเรือนและทำเกษตรกรรมได้ มีชุมชนย่อยๆ 16 ชุมชน 88 กลุ่มบ้าน ประชากรรวม 1,715 คน
 
          ภูมิอากาศของเกาะทางใต้ โดยทั่วไปค่อนข้างอบอุ่น โมโรสึกะอุณหภูมิเฉลี่ย 15 องศาเซลเซียส ฤดูร้อนบางคราวสูงถึง 35 องศา ฤดูหนาวมีหิมะตกระยะสั้นๆ บางคราวหนา 50 ซม.แต่ละลายเร็วมากเพราะแผ่นดินอุ่น ปริมาณฝนทั้งปี 2,700 มม.
 

ที่มา movearound-journey.com  
ภาพแผนที่ เกาะคิวชู


ภาพแผนที่จังหวัดมิยาซากิ

 
     ด้านประชากร 
 
          โมโรสึกะ อยู่ในภาวะถดถอยทางประชากร เดิมเมื่อ 50 ปีก่อน เคยมีประชากร 5,636 คน ปัจจุบันเหลือเพียง 1,715 คนเท่านั้น ในจำนวนนี้มีเด็ก 115 คนเท่านั้น อยู่ในวัยเรียนประถมและมัธยมต้น 73 คน มีโรงเรียน 3 แห่ง ครู 30 คน
 

ที่มา www.kyushuandtokyo.org
 
            ชุมชน มีความมั่นใจในคุณภาพและมาตรฐานของระบบการศึกษาของท้องถิ่นว่าดีไม่แพ้ในเมืองใหญ่ ครูทุกคนเป็นข้าราชการของจังหวัดท้องถิ่น ซึ่งจะถูกส่ง ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาสอนประจำคนละ 3 ปี ใช้ข้อสอบเดียวกันและสอบพร้อมกันทีเดียวทั่วประเทศ จึงมีคุณภาพเดียวกันไม่มีเหลื่อมล้ำ
 

 
          ปัญหาที่ชุมชน พบประการหนึ่งคือ เด็กที่ต้องการเรียนต่อมัธยมปลายไม่มีที่เรียน ต้องเข้าไปเรียนต่อในเมืองใหญ่ ซึ่งพบว่ามีเพียงแค่ 1 ใน 3 เท่านั้นที่จะกลับมาอยู่บ้านเกิด นอกนั้นมุ่งหางานทำในเมืองเพราะมีสวัสดิการที่ดีกว่า   
 
     ด้านสังคม
 
          เป็นเมือง ที่ขึ้นชื่อว่ายากจนที่สุดของญี่ปุ่นเมื่อ 60 ปีก่อน ไม่สามารถจ่ายภาษีให้รัฐบาลเลยเป็นที่น่าอับอาย ปี 2507 มีการแข่งขันกีฬาโอลิมปิคที่โตเกียว ญี่ปุ่นเป็นเจ้าภาพ รัฐบาลเอาไม้จากที่นี่ไปใช้ในการก่อสร้างสนามกีฬาและระบบโครงสร้างพื้นฐาน ในคราวนั้นรัฐบาลได้ลงทุนตัดถนนเล็กๆเข้าไปทั่วทั้งพื้นที่ป่า เพื่อนำไม้ออกมาได้สะดวกและเป็นการลงทุนสร้างโครงสร้างพื้นฐานสำหรับอุตสาหกรรมป่าไม้ของประเทศด้วย
 

ที่มา hylen.maddawards.com
 
          ปัจจุบันญี่ปุ่น กำลังจะเป็นเจ้าภาพโอลิมปิคอีกเป็นครั้งที่ 2 ไม้ที่ปลูกทดแทนในครั้งโน้นกำลังอยู่ในระยะที่ตัดได้พอดี ชุมชนภาคภูมิใจว่าบัดนี้ชุมชนไม่จนแล้ว สามารถเสียภาษีให้รัฐบาลได้ การสร้างสนามกีฬาแห่งใหม่ก็ยังคงอาศัยไม้จากโมโรสึกะเป็นด้านหลักเช่นเคย 

 

ที่มา www.womjapan.com
          มีประชากรผู้สูงอายุ เกิน 65 ปีขึ้นไปมีจำนวนมากถึง 42%  ซึ่งจัดเป็นสังคมสูงวัยที่เต็มแก่เลยทีเดียว มีโรงพยาบาลชุมชน 1 แห่ง ขนาด 19 เตียง มีระบบบริการการแพทย์เคลื่อนที่ทางรถยนต์และเฮลิคอปเตอร์ มีสถานที่ดูแลผู้สูงอายุและการดูแลระยะสุดท้ายในชุมชนด้วย