“ต้นแบบการจัดการสิ่งแวดล้อมโดยชุมชนท้องถิ่น 4 กรณี” กรณีศึกษาที่ 1 การฟื้นฟูพื้นที่ป่าภายหลังพิบัติภัยธรรมชาติ

“ต้นแบบการจัดการสิ่งแวดล้อมโดยชุมชนท้องถิ่น 4 กรณี”
เรื่องเล่า และแง่คิดมุมมองจากการศึกษาดูงาน
สิ่งแวดล้อมที่ประเทศญี่ปุ่น
  4-10 พฤศจิกายน 2561
   นพ. พลเดช  ปิ่นประทีป 
                                                                                    กรรมการสถาบันลูกโลกสีเขียว
 

 
 
กรณีศึกษาที่ 1  การฟื้นฟูพื้นที่ป่าภายหลังพิบัติภัยธรรมชาติ ที่อุทยานแห่งชาติอาโสะ-คูจุ
(Aso-Kuju  National park)
 
     อุทยานแห่งชาติอาโสะ-คูจุ ตั้งอยู่ในเขตรอยต่อจังหวัดคุมาโมโตะและจังหวัดโออิตะ บนเกาะกิวชูของประเทศญี่ปุ่น  อุทยานแห่งชาติแห่งนี้ตั้งขึ้นตามชื่อภูเขาไฟอาโสะ ซึ่งเป็นภูเขาไฟมีพลังที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น กับเทือกเขาคุจูซึ่งอยู่ติดต่อกัน
 
                        
                                                ที่มา undiscovered-japan.com   
                                   ภาพแผนที่ แสดงที่ตั้งของอุทยานแห่งชาติอาโสะ-คูจุ  
 
         ที่มา http://www.saveoursea.net  ภาพแผนที่ แผนที่ภูมิศาสตร์ปากปล่อยภูเขาไฟอาโสะ
                                     
ภูเขาไฟอะโสะ (Mount  Aso) ตั้งอยู่ใจกลางของอุทยานแห่งชาติอาโสะ-คูจุ
มีปากปล่องภูเขาไฟซึ่งนับเป็นหนึ่งในโลกที่มีขนาดใหญ่ที่สุด ด้วยเส้นผ่าศูนย์กลาง 25 กิโลเมตร
มีเมืองถึง 3 เมืองอยู่ในบริเวณนี้ นอกจากนี้ ที่นี่ยังมีระบบรถไฟ การทำกสิกรรม และทุ่งเลี้ยงสัตว์ 
อีกทั้งมีปล่องขนาด 4-5 กิโลกเมตรอีก 5 ลูก ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นภูเขาไฟที่ยังไม่ดับมอด
ทั้งหมดนี้ล้วนตั้งอยู่ริมขอบของปากปล่องภูเขาไฟดังกล่าว 
 
                               

ที่มา www.fun-japan.jp
 รูปภูเขาไฟที่มีควันปะทุ
 

ภูเขาไฟอะโสะ เคยระเบิดครั้งสุดท้ายเมื่อ 300,000 ปีที่ก่อน ขอบของปากปล่องภูเขาไฟ (crater)
กลายเป็นสันเขาที่อยู่โดยรอบพื้นที่ขนาดใหญ่ มีความยาวโดยรอบถึง 120 กิโลเมตรกล่าวกันว่าใหญ่มากจนนักบินอวกาศสามารถมองลงมาเห็นได้ เช่นเดียวกับภูเขาไฟฟูจิที่มีชื่อเสียงมากอีกแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น

                               
     ในเขตอุทยานแห่งชาติไม่มีบ้านเรือนหรือชุมชนอยู่อาศัย แต่ชุมชนสามารถใช้เป็นที่เลี้ยงปศุสัตว์เช่น วัว ม้า เพราะภูมิประเทศของภูเขาไฟจะมีทุ่งหญ้าอยู่มากมาย ต้นไม้ใหญ่ไม่สามารถขึ้นในพื้นที่ทั่วไปได้ นอกจากนั้นยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดและประเทศอีกด้วย

     ญี่ปุ่นเป็นประเทศหมู่เกาะ ตั้งอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิค อยู่ในบริเวณวงแหวนแห่งไฟ (Ring of Fire) ซึ่งเกิดแผ่นดินไหวและภูเขาไฟระเบิดบ่อยที่สุดของโลก นอกจากนั้นยังมีภัยธรรมชาติจากพายุไต้ฝุ่นที่ก่อตัวจากตอนเหนือของหมู่เกาะฟิลิปปินส์แล้วม้วนตัวขึ้นไปทางด้านบน ปะทะเข้ากับเกาะกิวชูโดยตรง ญี่ปุ่นส่วนนี้จึงโดนพายุไต้ฝุ่นเกือบทุกปี
 
                                            

ที่มา https://www.movearound-journey.com/map-of-japan

 
 
     ปี ค.ศ. 2016 เกิดแผ่นดินไหวอย่างรุนแรงในบริเวณอุทยานแห่งชาติอาโสะ-คูจุ ทำให้เกิดรอยแยกของภูเขาและแผ่นดินทั่วบริเวณ รวมทั้งเมืองและชุมชนหลายแห่งก็ได้รับผลกระทบด้วย โชคร้ายในปีถัดมา ค.ศ. 2017 เกิดพายุไต้ฝุ่นกระหน่ำติดต่อกันทั้งวันทั้งคืน แผ่นดินและภูเขาที่มีรอยแยกอยู่แล้วเมื่อถูกน้ำเทลงมาจากท้องฟ้าอย่างต่อเนื่อง จึงเกิดน้ำท่วมดินโคลนถล่มอย่างรุนแรง 
 
     ดินโคลนและน้ำที่ทะลักลงมาจากเขา ไหลลงมาสู่พื้นที่ล่าง ลงมาตามแรงโน้มถ่วงและร่องเขาที่เป็นทางน้ำ ป่าสนซีดาร์และต้นไม้อื่นๆที่มีอยู่น้อยนิดไม่อาจต้านทานอะไรได้เลย ทำได้เพียงอย่างเดียวคือการอพยพหนีภัยและกลับมาฟื้นฟูในภายหลัง
 
     สิ่งที่คณะศึกษาได้ไปดูงานและฟังบรรยายจากเจ้าหน้าที่ คือ การสร้างเขื่อนชะลอดิน เขาสร้างเขื่อนเล็กๆจำนวนมาก กระจายในระหว่างซอกเขาที่น้ำและดินจะไหลลงมา เพราะดินโคลนที่ไหลลงมาในยามที่โดนพายุนั้นจะไหลลงไปสร้างความเสียหายแก่ชาวบ้านในเมืองและชุมชนที่อยู่ข้างล่าง เป็นมาตรการการป้องกัน            
        
 
                 
 
               

 

 
 
ชื่อผู้แต่ง: 
นพ.พลเดช ปิ่นประทีป
ปีที่พิมพ์/เผยแพร่: 
2562