คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามมติคณะกรรมการกลั่นกรองเรื่องเสนอคณะรัฐมนตรี คณะที่ 2 ที่มีมติเห็นชอบให้สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) ตั้งงบประมาณปี พ.ศ. 2552 ผ่านสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข ส่วนการตั้งงบประมาณปีต่อ ๆ ไป ให้สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติตั้งงบประมาณผ่านสำนักนายกรัฐมนตรี สำหรับภาพรวมของนโยบายด้านการสาธารณสุขของประเทศ มอบให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขรับไปพิจารณาร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การดำเนินนโยบายด้านการสาธารณสุขของประเทศมีทิศทางที่ชัดเจน มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล
3 มติ ครม. เกี่ยวของกับหน่วยงาน
คณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบตามที่รองนายกรัฐมนตรี (นายสุรพงษ์ สืบวงศ์ลี) ประธานกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (คสช.) รายงานความก้าวหน้าการดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 24 เมษายน 2550 เกี่ยวกับแผนยุทธศาสตร์ทศวรรษกำลังคนด้านสุขภาพแห่งชาติ สรุปได้ดังนี้ คสช. ได้จัดประชุม คสช. ครั้งที่ 1/2550 เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2550 ซึ่งที่ประชุมมีมติแต่งตั้งคณะกรรมการกำลังคนด้านสุขภาพ โดยมีศาสตราจารย์นายแพทย์เกษม วัฒนชัย เป็นประธานกรรมการ นายสุวิทย์ วิบุลผลประเสริฐ เป็นรองประธานกรรมการ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข และผู้อำนวยการสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นเลขานุการร่วมกัน โดยคณะกรรมการกำลังคนด้านสุขภาพ ได้มีการประชุมไปแล้ว 1 ครั้ง และเห็นชอบให้มีคณะทำงานพัฒนานโยบายสาธารณะเพื่อแก้ไขปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างผู้ป่วยกับแพทย์ขึ้นมาทำหน้าที่วิเคราะห์และสังเคราะห์ข้อมูลทางวิชาการ รวมทั้งจัดเวทีสาธารณะแบบมีส่วนร่วมและจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย เพื่อแก้ปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างผู้ป่วยกับแพทย์อย่างเป็นระบบ ภายในระยะแรกไม่เกิน 6 เดือน
คณะรัฐมนตรีมีมติมอบให้รองนายกรัฐมนตรี (นายไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม) เป็นประธานการหารือเรื่อง
การขอตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปี ของสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ร่วมกับสำนักงานคณะกรรม
การสุขภาพแห่งชาติ สำนักงบประมาณ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง แล้วนำ
เสนอคณะรัฐมนตรีอีกครั้งหนึ่ง
คณะรัฐมนตรีมีมติ
1. ให้ปรับชื่อ (ร่าง) ยุทธศาสตร์ให้เหมาะสม จากเดิม “(ร่าง) ยุทธศาสตร์ชาติ การพัฒนาภูมิปัญญาไท สุขภาพวิถีไท ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2560-2564)” เป็น “(ร่าง) ยุทธศาสตร์ การพัฒนาภูมิปัญญาไท สุขภาพวิถีไท ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2560-2564)”
2. เห็นชอบในหลักการของ (ร่าง) ยุทธศาสตร์ การพัฒนาภูมิปัญญาไท สุขภาพวิถีไท ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2560-2564) จัดทำขึ้นเพื่อเป็นทิศทางของประเทศในการขับเคลื่อนภูมิปัญญาไท สุขภาพวิถีไท ซึ่งเป็นการต่อยอดแนวทางการยกระดับคุณภาพและมาตรฐานด้านการแพทย์แผนไทย การแพทย์พื้นบ้านอย่างยั่งยืนด้วยการสร้างกลไกการบริหารจัดการ การพัฒนาบุคลากร และสร้างภาคีเครือข่าย การมีส่วนร่วมของภาคประชาชน รวมถึงส่งเสริมการใช้และพัฒนาสมุนไพรไทยให้ได้รับการยอมรับในระดับสากล โดย (ร่าง) ยุทธศาสตร์ฯ ประกอบด้วย 3 ประเด็นยุทธศาสตร์ ได้แก่ (1) สร้างภูมิปัญญาไท สุขภาพวิถีไทให้เข้มแข็ง (2) บูรณาการระบบบริการการแพทย์แผนไทย การแพทย์พื้นบ้าน การแพทย์ทางเลือก และระบบยาจากสมุนไพรกับระบบการแพทย์อื่น ๆ และ (3) เสริมสร้างขีดความสามารถของประชาชน บุคลากร และเครือข่าย ตามที่รองนายกรัฐมนตรี (พลเรือเอก ณรงค์ พิพัฒนาศัย) ประธานกรรมการสุขภาพแห่งชาติเสนอ และมอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับความเห็นของสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีไปพิจารณาดำเนินการต่อไป ดังนี้
2.1 ให้สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงมหาดไทยส่งเสริมและสนับสนุนเครือข่ายหมอพื้นบ้าน ชุมชน และเอกชนปลูกพืชสมุนไพรตามแนวทางการจัดการป่าชุมชนและเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกรและผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะเป็นการส่งเสริมให้เศรษฐกิจของประเทศเกิดการพึ่งพาตนเอง
2.2 ให้สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงศึกษาธิการ และสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติสร้างความเข้มแข็งให้แก่กระบวนการผลิตยาจากพืชสมุนไพรให้ครบวงจร ตั้งแต่ขั้นต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ โดยพิจารณานำกลไกประชารัฐมาส่งเสริม รวมทั้งพัฒนาผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยให้มีคุณภาพและสอดคล้องกับความต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศให้มากยิ่งขึ้น
คณะรัฐมนตรีมีมติ ดังนี้
1. รับทราบมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 3 พ.ศ. 2553 มติ 2 ความเป็นธรรมในการเข้าถึงบริการสุขภาพของคนพิการ และมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับไปดำเนินการตามมติที่เกี่ยวข้องต่อไป ตามมติคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ในการประชุมครั้งที่ 1/2554 เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2554 ตามที่สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติเสนอ โดยมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติสรุปได้ ดังนี้
1.1 ให้คณะกรรมการพัฒนาระบบการเงินการคลังด้านสุขภาพแห่งชาติจัดทำข้อเสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรี เพื่อให้สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติร่วมกับสำนักงานประกันสังคม กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง กระทรวงสาธารณสุข พัฒนาระบบการคลังเพื่อการดูแลสุขภาพคนพิการให้มีความเสมอภาค
1.2 ให้คณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติพิจารณาให้คณะอนุกรรมการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการประจำจังหวัดและคณะอนุกรรมการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการกรุงเทพมหานครดำเนินการ ดังนี้
1.2.1 บูรณาการประเด็นการพัฒนาสุขภาพคนพิการเข้ากับแผนพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการประจำจังหวัด โดยให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติที่ใช้อยู่ในขณะนั้น ให้บรรจุในแผนพัฒนายุทธศาสตร์ระดับจังหวัด โดยเน้นกระบวนการมีส่วนร่วมอย่างมีประสิทธิภาพจากทุกภาคส่วน
1.2.2 พิจารณาจัดสรรงบประมาณเพื่อการลงทุนและดำเนินการพัฒนาสุขภาพคนพิการระดับจังหวัดอย่างเป็นระบบ ตามแผนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการประจำจังหวัด
1.2.3 สนับสนุนให้กลไกวิชาการและเครือข่ายองค์กรด้านคนพิการ ศึกษาสาเหตุความพิการและร่วมกันกำกับติดตามการปฏิบัติตามกฎหมายและนโยบายของรัฐบาลในเรื่องที่เกี่ยวกับสิทธิคนพิการของหน่วยปฏิบัติงานในพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการจัดสิ่งอำนวยความสะดวก การบริการและความช่วยเหลืออื่น ๆ ที่จำเป็นสำหรับคนพิการ
1.3 ให้สถาบันสร้างเสริมสุขภาพคนพิการ สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข และสถาบันการศึกษา ดำเนินการพัฒนาศักยภาพการวิจัยเพื่อสร้างความรู้ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการให้มากขึ้น
1.4 ให้กระทรวงสาธารณสุขจัดทำแผนพัฒนาระบบบริการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการทางการแพทย์เพื่อพัฒนาศักยภาพของสถานบริการในทุกสังกัด เร่งผลิตและกระจายกำลังคนให้เหมาะสม
1.5 ให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงแรงงาน กระทรวงคมนาคม กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พิจารณากำหนดตัวชี้วัดระดับกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการและติดตามและประเมินผลอย่างต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 5 ปี
1.6 ให้คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติพิจารณาแต่งตั้งคณะกรรมการสุขภาพคนพิการเพื่อทำหน้าที่เชื่อมประสานหน่วยงานและองค์กรภาคีเครือข่ายต่าง ๆ ในการจัดสมัชชาสุขภาพเฉพาะประเด็นว่าด้วยสุขภาพคนพิการ ขับเคลื่อนและติดตามการดำเนินงานตามมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับคนพิการสู่การปฏิบัติของฝ่ายต่าง ๆ อย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง รวมถึงการสนับสนุนการสร้างและจัดการความรู้ที่เกี่ยวข้อง
2. ให้คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติรับความเห็นของกระทรวงการคลังและกระทรวงศึกษาธิการเกี่ยวกับการให้คณะกรรมการพัฒนาระบบการเงินการคลังด้านสุขภาพแห่งชาติจัดทำข้อเสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรี เพื่อให้หน่วยงานรัฐอื่น ๆ พัฒนาระบบการคลังเพื่อการดูแลสุขภาพคนพิการให้มีความเสมอภาค ควรดำเนินการเรื่องดังกล่าวตามช่องทางที่กำหนดไว้ในกฎหมาย และในการจัดบริการสุขภาพของคนพิการให้เป็นรูปธรรมอย่างทั่วถึง เสมอภาคและเท่าเทียมกันต้องอาศัยการมีส่วนร่วมของชุมชนที่เข้มแข็ง ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย องค์กรภาคเอกชนให้การสนับสนุนอย่างจริงจัง ซึ่งจะส่งผลให้เกิดความเป็นธรรมในการเข้าถึงบริการสุขภาพของคนพิการต่อไปในอนาคต ไปประกอบการพิจารณาต่อไป
คณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 9 พ.ศ. 2559 จำนวน 4 เรื่อง ได้แก่ (1) น้ำดื่มที่ปลอดภัยสำหรับประชาชน (2) การจัดการและพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชน และเมืองเพื่อสุขภาวะ (3) การสร้างเสริมสุขภาวะเด็กปฐมวัยด้วยการบูรณาการอย่างมีส่วนร่วม และ (4) สานพลังปราบยุงลายโดยใช้พื้นที่เป็นฐาน ตามที่คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติเสนอ และมอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับไปพิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ โดยให้อยู่ในกรอบของกฎหมายและมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องต่อไป
คณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติครั้งที่ 3 พ.ศ. 2553 มติ 8 การแก้ปัญหาวัยรุ่นไทยกับการตั้งครรภ์ที่ไม่พร้อม และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับไปดำเนินการตามมติที่เกี่ยวข้องต่อไป ตามที่สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) เสนอ สรุปได้ ดังนี้
1. ให้คณะกรรมการพัฒนาอนามัยการเจริญพันธุ์แห่งชาติร่วมกับคณะกรรมการคุ้มครองเด็กแห่งชาติ คณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องร่วมกันพิจารณาจัดตั้งกลไกร่วมในการดำเนินการแปลงนโยบายและยุทธศาสตร์การพัฒนาอนามัยการเจริญพันธุ์แห่งชาติ และยุทธศาสตร์ป้องกันและแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนตั้งครรภ์ไม่พร้อมสู่แผนการปฏิบัติงานที่ชัดเจน ครอบคลุมทุกระดับ รวมทั้งจัดทำมาตรการเร่งด่วนในการจัดการปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นแบบบูรณาการภายในปี พ.ศ. 2554
2. ให้กระทรวงศึกษาธิการและหน่วยงานที่มีสถานศึกษาในสังกัดร่วมกับองค์กรภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาควิชาการ และภาคประชาสังคม ดำเนินงานพัฒนาการเรียนการสอนเพศศึกษา (sexuality education) จริยธรรมและศีลธรรม และจัดให้มีระบบรองรับการแก้ปัญหานักเรียน นักศึกษาที่ตั้งครรภ์ในระหว่างการศึกษา โดยจัดให้มีกระบวนการเรียนการสอนเพศศึกษารอบด้านที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึงทั้งการศึกษาในระบบและนอกระบบ โดยเริ่มตั้งแต่ปฐมวัย และให้สถานศึกษาปรับกระบวนการเรียนการสอนสำหรับนักเรียน นักศึกษาที่ตั้งครรภ์ให้มีความยืดหยุ่น เพื่อให้โอกาสนักเรียน นักศึกษาที่ตั้งครรภ์ได้รับการศึกษาจนจบหลักสูตรโดยไม่เป็นอุปสรรคต่อการตั้งครรภ์ รวมทั้งให้สถานศึกษาร่วมกับหน่วยงานและองค์กรที่เกี่ยวข้องรับผิดชอบในการให้ความช่วยเหลือในรูปแบบที่หลากหลายโดยคำนึงถึงสิทธิประโยชน์และการมีส่วนร่วมของเด็กและเยาวชนเป็นสำคัญ
คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบร่างธรรมนูญว่าด้วยระบบสุขภาพแห่งชาติ ฉบับที่ 2 พ.ศ. …. ตามที่คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติเสนอ เป็นการดำเนินการตามมาตรา 46 วรรคสี่ แห่งพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550 ซึ่งกำหนดให้ทบทวนธรรมนูญว่าด้วยระบบสุขภาพแห่งชาติอย่างน้อยทุก 5 ปี โดยนำธรรมนูญว่าด้วยระบบสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2552 มาทบทวนให้สอดคล้องกับสถานการณ์ระบบสุขภาพที่เปลี่ยนแปลงไปในปัจจุบัน โดยเพิ่มเติมจากธรรมนูญเดิมอีก 5 เรื่อง ได้แก่ สิทธิและหน้าที่ด้านสุขภาพ สุขภาพจิต สุขภาพทางปัญญา การอภิบาลระบบสุขภาพ และธรรมนูญสุขภาพพื้นที่ รวมทั้งเพิ่มข้อความที่อธิบายเจตนารมณ์ของข้อความของร่างธรรมนูญว่าด้วยระบบสุขภาพแห่งชาติฯ รายข้อ เพื่อให้เข้าใจความหมายชัดเจนมากขึ้น และได้รับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนแล้ว และให้รายงานสภานิติบัญญัติแห่งชาติทราบ แล้วประกาศในราชกิจจานุเบกษาต่อไป
คณะรัฐมนตรีมีมติ ดังนี้
1. เห็นชอบในหลักการร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการจัดตั้งเขตสุขภาพเพื่อประชาชน พ.ศ. …. มีสาระสำคัญเป็นการจัดตั้งเขตสุขภาพเพื่อประชาชน จำนวน 13 เขต เพื่อเป็นการขับเคลื่อนการปฏิรูประบบสุขภาพโดยยึดประโยชน์สุขของประชาชนในเขตพื้นที่เป็นหลัก เน้นกระบวนการทำงานแบบมีส่วนร่วม และให้ทุกภาคส่วนที่มีบทบาทเกี่ยวข้องกับสุขภาพรับผิดชอบร่วมกัน ตามที่รองนายกรัฐมนตรี (พลเรือเอก ณรงค์ พิพัฒนาศัย) ในฐานะประธานกรรมการสุขภาพแห่งชาติเสนอ และให้ส่งคณะกรรมการตรวจสอบร่างกฎหมายและร่างอนุบัญญัติที่เสนอคณะรัฐมนตรีตรวจพิจารณา โดยให้รับความเห็นของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สำนักงบประมาณ และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติเกี่ยวกับการกำหนดให้มี “สภาวิชาชีพด้านสาธารณสุข” และ “บุคลากรสาธารณสุข” เป็นองค์ประกอบหนึ่งของคณะกรรมการเขตสุขภาพเพื่อประชาชนนั้น โดยที่ร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพการสาธารณสุข พ.ศ. …. ยังอยู่ระหว่างกระบวนการยกร่าง จึงอาจส่งผลกระทบต่อร่างระเบียบนี้ภายหลังมีการประกาศใช้บังคับแล้วได้ จึงเห็นควรให้มีบทเฉพาะกาลไว้ด้วย ส่วนการบริหารจัดการและการใช้จ่ายงบประมาณของคณะกรรมการฯ ควรคำนึงถึงการจัดทำงบประมาณในลักษณะบูรณาการเชิงยุทธศาสตร์ และความเหมาะสมตามภารกิจของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมิให้มีลักษณะเป็นการนำงบประมาณรายจ่ายของหน่วยงานหนึ่งไปใช้จ่ายในภารกิจของอีกหน่วยงานหนึ่ง รวมทั้งระบุแหล่งงบประมาณที่ใช้ในการบริหารจัดการของคณะกรรมการฯ ให้ชัดเจน ไปประกอบการพิจารณาด้วย แล้วดำเนินการต่อไปได้
2. ให้สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีไปดำเนินการด้วย
2.1 ในการขับเคลื่อนการปฏิรูประบบสุขภาพเพื่อประชาชน นั้น ภาครัฐต้องสร้างความไว้วางใจให้เกิดขึ้นแก่ประชาชนและควรคำนึงถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่มด้วย เพื่อนำพาประเทศไปสู่ความมั่นคงและเพื่อให้ประชาชนมีสุขภาพกายและใจที่เข้มแข็ง
2.2 ควรมีกลไกที่เปิดโอกาสให้ข้าราชการและผู้มีสิทธิประกันสังคมที่สมัครใจและมีความพร้อมทางเศรษฐกิจมีทางเลือกในการได้รับบริการสาธารณสุขในระบบหลักประกันสุขภาพโดยอาจจ่ายเงินเพิ่มเติม เพื่อให้ได้รับการบริการสุขภาพจากสถานพยาบาลของเอกชน
คณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 8 พ.ศ. 2558 ใน 5 เรื่อง ได้แก่ (1) การสร้างความเข้มแข็งของเครือข่ายองค์กรชาวนา (2) การจัดการปัญหาหมอกควันที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ (3) การพัฒนาระบบบริการสุขภาพอย่างมีส่วนร่วม (4) การลดการบริโภคเกลือและโซเดียมเพื่อลดโรคไม่ติดต่อ (NCDs) และ (5) วิกฤติการณ์เชื้อแบคทีเรียดื้อยาและการจัดการปัญหาแบบบูรณาการ ตามที่คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติเสนอ และมอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับไปพิจารณาดำเนินการตามความเหมาะสมตามอำนาจหน้าที่โดยให้อยู่ในกรอบของกฎหมายและมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องต่อไป