Page 7 - ผลการศึกษารัฐธรรมนูญกับธรรมนูญสุขภาพ
P. 7

และ ครม.ใหความเห็นชอบแลว มีผลผูกพันหนวยงานของรัฐที่เกี่ยวของตองดําเนินการตามอํานาจหนาที่

               ของตน (ตามบทบัญญัติมาตรา ๔๘ แหง พรบ.สุขภาพแหงชาติ พ.ศ.๒๕๕๐)อยูแลว จึงควรบัญญัติให
               เชื่อมตอใหเปนเรื่องเดียวหรือเกี่ยวเนื่องกันไวในกฎหมายวาดวยการจัดทําแผนยุทธศาสตรแหงชาติดวย

                           (๓) การตรากฎหมายวาดวยแผนและขั้นตอนการปฏิรูปประเทศ  ตามมาตรา ๒๕๙วรรค
               หนึ่งและวรรคสอง ในหมวด ๑๖ การปฏิรูปประเทศ ไดกําหนดเงื่อนไขและเงื่อนเวลาใหรัฐตองดําเนินการ

               ตรากฎหมายใหแลวเสร็จภายใน ๑๒๐ วันนับแตวันประกาศใชรัฐธรรมนูญนี้ และสาระของกฎหมายตอง
               ประกอบดวย วิธีการจัดทําแผน  การมีสวนรวมของประชาชนและหนวยงานที่เกี่ยวของ ขั้นตอนการ

               ปฏิรูป การวัดผลการดําเนินการ และระยะเวลาการดําเนินการปฏิรูปประเทศทุกดาน
                              ในเรื่องนี้ จึงมีขอเสนอใหคณะกรรมการสุขภาพแหงชาติ(คสช.) ในฐานะคณะกรรมการที่

               มีอํานาจหนาที่ตามมาตรา ๒๕(๒) (คือ เสนอแนะหรือใหคําปรึกษาตอคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับนโยบายและ
               ยุทธศาสตรดานสุขภาพและติดตามผลการดําเนินงานดวย) ควรจัดทําขอเสนอแนะหรือคําปรึกษาเสนอตอ
               คณะรัฐมนตรี เพื่อใหการยกรางกฎหมายวาดวยการปฏิรูปประเทศที่พึงตองมีสาระเกี่ยวกับวิธีการจัดทํา

               แผน และกระบวนการจัดใหมีสวนรวมของทุกภาคสวน โดยควรนําหลักเกณฑและวิธีการประเมินผล
               กระทบตอสุขภาพ แบบทําเชิงรุก  หรือ แบบทําเพื่อความยั่งยืน  มาประยุกตเปนขอเสนอ ซึ่งจะเปน

               ประโยชนตอการปฏิรูปสังคมในระยะยาวไดดวย ทั้งนี้ ขอบเขตและประเด็นเรื่องที่จะปฏิรูป รัฐธรรมนูญฯ
               (ฉบับที่ผานประชามติ) ไดกําหนดไวแลวในหมวด ๑๖ มาตรา ๒๕๘ – ๒๖๑

                           (๔) การพัฒนายุทธศาสตรการปฏิรูป ดวยบทบัญญัติที่วา ในระหวางที่กฎหมายวาดวยแผน
               และขั้นตอนการปฏิรูปประเทศ ยังไมมีผลใชบังคับใหหนวยงานของรัฐดําเนินการปฏิรูปโดยอาศัยหนาที่

               และอํานาจที่มีอยูแลวไปพลางกอน (ตาม มาตรา ๒๕๙ วรรคสาม )ซึ่งบทบัญญัติมาตรา ๒๕๘ ในหมวด
               ๑๖ การปฏิรูปประเทศ ไดกําหนดใหรัฐตองดําเนินการปฏิรูปในดานระบบสุขภาพ มี ๒ เรื่อง ตามขอ ช.

               (๔) และ (๕) ในฐานะที่ คสช.โดย สช. มีบทบาทและอํานาจหนาที่ในการจัดใหมีสมัชชาสุขภาพแหงชาติ
               และสนับสนุนในการจัดใหมีสมัชชาสุขภาพเฉพาะพื้นที่หรือสมัชชาสุขภาพเฉพาะประเด็น และ จัดใหมี
               หรือสงเสริมสนับสนุนใหมีกระบวนการในการพัฒนานโยบายและยุทธศาสตรดานสุขภาพเพื่อใหเกิดการ

               ดําเนินงานอยางตอเนื่องและมีสวนรวมจากทุกฝาย (ตามมาตรา ๒๕(๓)(๔)) จึงมีขอเสนอ ดังนี้

                              ๔.๑) เรื่องการปฏิรูประบบหลักประกันสุขภาพ  (มาตรา ๒๕๘ ช. (๔)) เพื่อใหประชาชน
               ไดรับสิทธิและประโยชนจากการบริหารจัดการและการเขาถึงบริการสาธารณสุขที่มีคุณภาพและสะดวก

               ทัดเทียมกัน จึงเสนอให คสช./สช.รวมกับคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแหงชาติ หรือ สํานักงาน
               หลักประกันสุขภาพแหงชาติ (สปสช.) คณะกรรมการประกันสังคม สํานักงานประกันสังคม (สปส.) และ
               กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง กระทรวงสาธารณสุข และภาคประชาสังคมตางๆที่เกี่ยวของ จัดเวที

               สมัชชาสุขภาพเฉพาะประเด็น โดยใชกระบวนการจัดทํา HIA แบบทําเพื่อความยั่งยืน เพื่อใหประเด็นการ
               ปฏิรูปเรื่องนี้มีขอสรุปในเชิงปฏิบัติที่เปนรูปธรรม และเปนไปตามเจตนารมณที่รัฐธรรมนูญฯกําหนดไว

                              ๔.๒) เรื่อง การปฏิรูประบบบริการสาธารณสุข (มาตรา ๒๕๘ ช. (๕)) กําหนดใหมีระบบ

               การแพทยปฐมภูมิที่มีแพทยเวชศาสตรครอบครัวดูแลประชาชนในสัดสวนที่เหมาะสม โดยเสนอให คสช./
               สช.รวมกับกระทรวงสาธารณสุข สภาวิชาชีพการแพทย/สาธารณสุขตางๆ สปสช. และภาคประชาสังคมที่

               เกี่ยวของ รวมกันจัดเวทีสมัชชาสุขภาพเฉพาะประเด็น โดยใชกระบวนการจัดทํา  HIA  แบบทําเชิงรุก
   2   3   4   5   6   7   8   9   10   11   12